ad222
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อย่าเสียค่าโง่จีน? / โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย

On August 3, 2017
628-7

คอลัมน์ : โลกอสังหาฯ
ผู้เขียน : ดร.โสภณ พรโชคชัย

การที่รัฐบาลไทยยกให้จีนสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ผมขอเห็นแย้งว่า ที่จริงให้จีนสร้างให้ฟรีๆจีนยังยอม ดูกรณีรถไฟความเร็วสูงมาเลเซีย-สิงคโปร์เป็นตัวอย่างเปรียบให้คิดให้ดี อย่าได้เสียค่าโง่โดยเด็ดขาด

จีนไม่ใช่ “ขอนไม้” ที่ไทยจะได้เกาะ ในความเป็นจริงในเชิงยุทธศาสตร์จีนต้องง้อหรือพึ่งเราในการสยายปีกต่างหาก ไม่ใช่ไทยต้องเป็นเบี้ยล่างของจีนแบบที่เป็นอยู่นี้

เส้นทางรถไฟความเร็วสูงของมาเลเซีย-สิงคโปร์มีระยะทาง 350 กิโลเมตร มีสถานี  8 แห่ง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2560 และเปิดใช้ปี 2569 เป็นความร่วมมือระหว่างสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยแต่ละขบวนจะมี 10 ตู้ และตู้ขนมวลชนได้ 100 คน รถไฟมีรางขนาด 1.435 เมตร สามารถวิ่งได้เร็วชั่วโมงละ 300 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 90 นาที ถ้าเป็นเครื่องบินใช้เวลา 65 นาที แต่เครื่องบินกว่าจะได้ขึ้นลงคงใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงสายนี้

สำหรับเงินลงทุนประมาณ 334,970 ล้านบาท (44.3 พันล้านริงกิต) หรือเฉลี่ยทุก 1 กิโลเมตรเป็นเงิน 957 ล้านบาท เทียบกับของไทยเงินลงทุน 179,412 ล้านบาท ระยะทาง 253 กิโลเมตร หรือกิโลเมตรละ 709 ล้านบาท (เฉพาะค่าก่อสร้าง ซึ่งยังมีค่าใช้จ่ายอื่นและอาจบานปลายได้)

ที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ รัฐบาล “คุย” ว่าจะสร้างเสร็จใน 4 ปี แต่ของมาเลเซียจะใช้เวลา 8-9 ปีเลยทีเดียว มาลองดูว่าเราจะเสร็จได้จริงหรือไม่

1.ขั้นตอนการดำเนินงานในโครงการมาเลเซีย-สิงคโปร์ง่ายๆ ไม่หมกเม็ด หลังจากการลงนามในวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 ต่อมาเดือนสิงหาคม 2559 เปิดประมูลการศึกษาทางวิศวกรรม และปลายปี 2560 จะเปิดประมูลการดูแลระบบรถไฟ ไม่ใช่ออกมาในลักษณะ “ชักเข้าชักออก” ขาดความแน่นอน แต่ของไทยกลับดูแปลกๆคือ จ้างศึกษากันอย่างแสนแพง แต่สุดท้ายกลับ “เคาะ” ให้จีนไปซะงั้น อย่างนี้สมควรหรือไม่ ชาติอื่นสร้างได้ไม่ดีเท่าจีนหรือไม่ รัฐบาลควรมีเหตุมีผลที่จะแจ้งแก่ประชาชนเจ้าของประเทศ ไม่ใช่แถลงคลุมเครือ ปล่อยให้อะไรต่างๆขมุกขมัวต่อไป

2.การเปิดฟังคำชี้แจงการประมูลเพื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของมาเลเซีย-สิงคโปร์นั้น มีบริษัทเข้าร่วมรับฟังเพื่อเตรียมการประมูลเกือบ 400 ราย เป็นบริษัทระหว่างประเทศ 165 ราย จากยุโรป 67 ราย มาเลเซีย  29 ราย และสิงคโปร์ 25 ราย ไม่ได้ “ปิดประตูตีแมว” เฉพาะจีนอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วทำไมของไทยจึงไม่มีใครมาประมูลมากมายเช่นนี้ เรามีการ “ฮั้ว” กันหรือไม่ หรือนานาอารยประเทศไม่คบหากับไทยที่อยู่ในห้วงที่ยังไม่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งตามหลักอารยะสากลหรืออย่างไร ข้อนี้พึงพิจารณาเช่นกัน

3.บริษัทท้องถิ่นสามารถเข้าแข่งขันการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมาเลเซีย-สิงคโปร์ได้แม้ไม่มีประสบการณ์ มาเลเซียไม่มีการอ้างว่าจีนรู้ดีเรื่องรถไฟความเร็วสูงกว่ามาเลเซีย หรือมาเลเซียไม่เคยมีประสบการณ์สร้างรถไฟความเร็วสูงดังที่อ้างกัน (ส่งเดช) ในไทย การอ้าง (ส่งเดช) เช่นนี้เป็นการเหยียดหยามคนไทยด้วยกันหรือไม่ เป็นการไม่เห็นหัวคนไทยหรือไม่ เป็นการ “ให้ท้าย” จีนเจ้าเดียวหรือไม่ การสร้างวาทกรรมที่ไม่สมเหตุสมผล หรือค่อนข้างจะ “ไร้เหตุผล (สิ้นดี)” เช่นนี้ เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นหรือ นี่เท่ากับเป็นการ “ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ” หรืออย่างไร

ไทยควรศึกษาแบบอย่างจากมาเลเซีย-สิงคโปร์จะได้ไม่เสียเปรียบจีน กรณีไทยนั้น จีนมีความต้องการสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนเป็นอย่างมาก ไทยจึงน่าจะสามารถเจรจากับจีนได้ดีกว่านี้ ตามศักยภาพงบประมาณค่าก่อสร้างเพียง 179,412 ล้านบาท ให้จีนสร้างให้ฟรีโดยให้ประโยชน์แก่ทางการจีนตามสมควร จีนยังอาจยินยอม โดยรัฐบาลไม่ต้องกู้เงินสร้างสักบาทเดียว แต่ไทยกลับยอมจีน กรณีเช่นนี้ถ้าเป็น “รัฐบาลปูแดง” คงถูกกล่าวหาว่าขายชาติให้จีนไปแล้ว การเอื้อประโยชน์ให้จีนนั้นไทยได้อะไรบ้าง ไทยเสียหายอะไรบ้าง เป็นสิ่งที่เราควรพิจารณา

ผมขอย้ำว่าผมมีเชื้อสายจีน 100% รักประเทศจีน แต่ไม่เห็นด้วยกับผู้นำจีนที่พยายามทำประเทศให้เป็นจักรวรรดินิยมแบบอเมริกา สำหรับประเทศไทยผมถือว่า “เกิดที่ไหนก็ต้องตายเพื่อประเทศนั้น” เป็นการแทนคุณแผ่นดินเกิด แต่ไม่ได้ “แทนคุณ” แบบนายแทนคุณ หรือ “แทนคุณ” แบบทำลายประชาธิปไตยเพื่อคนบางคน

ประเทศชาติ ประชาชนจงเจริญ!


You must be logged in to post a comment Login