ad222
วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน
  • add friends

“พิชัย” ปลื้มกำปั้นยูธ ดัน”อธิชัย”ขึ้นชุดใหญ่

On October 20, 2018
01

 

 
“บิ๊กบางจาก” พิชัย ชุณหวชิร ประมุขกีฬามวยสากลพอใจกำปั้นเยาวชนชุดยูธอลป. หลังคว้า 2 ทอง 2 เงิน กับ 1 ทองแดง สร้างความสุขให้คนไทยทั้งชาติ พร้อมชื่นชมสตาฟฟ์โค้ชและนักกีฬาทุกคนที่ฝ่าฟันสู่ความสำเร็จ ยกย่อง “เจ้าเดียร์” อธิชัย เพิ่มทรัพย์ มีแววให้โอกาสดันขึ้นชุดใหญ่บู๊โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่โตเกียว
 
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามบินสุวรรณภูมิ “บิ๊กบางจาก” นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา เลขาธิการสมาคมฯ และ “บิ๊กรัง” นายรังสฤดิ์ ลักษิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส บ.บุญรอดบริวเวอรี่ จก. ให้การต้อนรับทัพมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยชุดยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 ที่บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า ภายใต้การนำของ “บิ๊กชาย” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมฯ หลังสร้างประวัติศาสตร์แรกให้กับสมาคมฯด้วยการคว้ามาได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน กับ 1 เหรียญทองแดง จากที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันเต็มโควต้า 5 รุ่น จบอันดับ 3 ของกีฬาชนิดนี้ เป็นรองเพียงแค่อันดับ 1 อังกฤษ ทำได้ 3 ทอง 1 ทองแดง และ อันดับ 2 รัสเซีย มี 3 ทองเท่านั้น แต่ในระดับเอเชียไทยคือ อันดับ 1 เหนือกว่า คาซัคสถาน และ อุซเบกิสถาน ที่ได้เหรียญรางวัลน้อยกว่านักกีฬาไทย ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนหมัดมวยและญาติพี่น้อง
  
              ด้าน นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยเผยว่า พอใจภาพรวมของนักกีฬาทั้งหมดที่ทำผลงานได้ทะลุเป้า เพราะในการแข่งขันคร้งนี้เป็นการคัดแชมป์ของแต่ละทวีปมาแข่งขันกัน และนักกีฬามวยมีเหรียญรางวัลกลับมาทุกคนถือว่า เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการมวยสากลสมัครเล่นของไทย และเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ โดยสมาคมพยายามที่จะสร้างนักมวยดาวรุ่งมาทดแทนรุ่นพี่ทีมชาติในอนาคตต่อไป
              นอกจากนี้ ประมุขเสื้อกล้ามไทย ยังกล่าวอีกว่า “เจ้าเดียร์” อธิชัย เพิ่มทรัพย์ นักชกเจ้าของเหรียญทองยูธอลป.เกมส์ รุ่น 60กก. เป็นนักชกที่มีอนาคตและมีโอกาสขึ้นมาชกทาบรัศมีรุ่นพี่ได้ในเร็ววันนี้ นอกจากนี้ยังเป็นคนเดียวที่อายุครบ 20 ปีในปี 2020 สามารถชกโอลิมปิกเกมส์ที่ญี่ปุ่นได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเสริมสร้างประสบการณ์ไปเรื่อยๆเชื่อว่า มีอนาคตแน่นอน ส่วนตัวก็ได้ปรึกษาพูดคุยกับ นายสมชาย ประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมฯ มีความเห็นฟ้องต้องกันว่า อธิชัย จะขยับมาฟิตซ้อมกับทีมชาติชุดใหญ่เพื่อเติมกระดูกเขี้ยวเล็บของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น จากนั้นก็จะหาแมทช์ให้เดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อต่อยอดไปสู่การแข่งขัน “โตเกียวเกมส์” อีก 2 ปีข้างหน้านี้ 
              ส่วนในเรื่องของคณะกรรมการโอลิมปิคสากล (ไอโอซี) ที่มีข่าวว่า จะตัดกีฬามวยสากลออกจากโอลิมปิกปี 2020 นั้น นายพิชัย มองว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะกีฬามวยสากลเป็นกีฬายอดนิยม รวมถึงยูธโอลิมปิกเกมส์ที่อาร์เจนติน่า ได้รับคำชมจากนักกีฬาและสมาคมมวยจากหลายประเทศถึงผลการตัดสินที่ยุติธรรมและรูปแบบการจัดการแข่งขันที่ดี เชื่อว่า สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ(ไอบ้า)น่าจะชี้แจงและปรับปรุงข้อผิดพลาดให้เป็นที่พอใจของคณะกรรมการไอโอซีในวันที่ 30 ต.ค.นี้
              ขณะที่ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมฯ พอใจภาพรวมของนักมวยทั้งหมดรวมถึงชอบใจในการตัดสินที่ออกมาอย่างยุติธรรมในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากลใช้ผู้ตัดสินจากไอโอซีทั้งหมดถือว่า ได้มาตรฐานดีเยี่ยม ไม่มีการตัดสินที่ค้านสายตาเหมือนอดีตที่ผ่านมาทั้ง ริโอเดอจาเนโรเกมส์ และ ล่าสุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่อินโดนีเซีย จึงทำให้นักชกทุกคนมีกำลังใจและตั้งใจสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ส่วนตัวก็ขอชื่นชมฝ่ายจัดการแข่งขันและอยากให้การตัดสินครั้งนี้เป็นมาตรฐานที่ดีในรายการอื่นๆต่อไป 
              อย่างไรก็ตามจากนี้ไปนักชกเยาวชนหลายคนที่มีแววดี โดยเฉพาะ อธิชัย และ “เจ้าเกมส์” วีระพล จงจอหอ หรือแม้แต่นักมวยหญิงทั้ง “น้องเนย” พัณพัชรา สมนึก และ “น้องจูน” พรทิพย์ บัวป่า หากสามารถรักษาฟอร์มการชกของตัวเองได้ดี รวมไปถึงเรื่องระเบียบวินัยตัวเองจะเปิดโอกาสให้เด็กเหล่านี้ขึ้นมาสู่ทีมชาติชุดใหญ่ เพื่อมาทดแทนรุ่นพี่ที่โรยราไปตามวัย ยิ่งในเวลานี้ทีมขุนพลเสื้อกล้ามไทยจะไม่มีนักกีฬาคนไหนเป็น ชุดเอ และ ชุดบี อีกต่อไปแล้ว แต่ในหนึ่งรุ่นจะมีนักชกให้เราได้เลือกใช้ประมาณ 2-3 คน เพื่อต้องการให้ทุกคนโชว์ศักยภาพและแข่งขันกันเอง เพราะตัวเองต้องการนักชกที่พร้อมและดีที่สุดเท่านั้นไปสร้างผลงานให้กับสมาคมฯและประเทศชาติ ซึ่งการตัดสินใจทั้งหมดให้เฮดโค้ชเป็นผู้พิจารณาและส่งเรื่องมาที่ตัวเองได้เลย 
              สรุปผลงานทัพมวยสากลสมัครเล่นเยาวชนยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 คว้ามาได้ 2 เหรียญทองจาก รุ่น 57 กก.หญิง “น้องเนย” พัณพัชรา สมนึก กับ รุ่น 60 กก. ชาย “เจ้าเดียร์” อธิชัย เพิ่มทรัพย์ ดีกรีแชมป์โลกคนล่าสุด ที่ฮังการี ส่วน 2 เหรียญเงินได้จาก รุ่น 52 กก. ชาย “เจ้าตี๋” ศราวุฒิ สุขเทศ และรุ่น 60 กก. หญิง “น้องจูน” พรทิพย์ บัวป่า และ 1 เหรียญทองแดงจากรุ่น 75 กก. ชาย “เจ้าเกมส์” วีระพล จงจอหอ โดยทั้งหมดเตรียมรับเงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจำนวนทั้งสิ้น 6,500,000 บาท แยกเป็น เหรียญทอง 2 ล้านบาท เหรียญเงิน 1 ล้านบาท และ เหรียญทองแดง 5 แสนบาท 

You must be logged in to post a comment Login