วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เปิดใจเหยื่อนักดื่ม : ชีวิตพังเพราะขี้เมา

On July 12, 2022

ชีวิตของ “เจษฎา” และ “ฝน” นับได้ว่าเป็นตัวอย่างของคนที่ได้รับผลกระทบจากนักดื่มที่ขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ชีวิตของคนทั้งสองพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ และคนในครอบครัวต่างก็ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ก่อ

ในเวทีเสวนาเนื่องในโอกาส “วันเข้าพรรษา วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ปี 2565 “แกะปม 4 ชีวิต…เหยื่อพิษสุรา (รุนแรง)” จัดโดยเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ร่วมกับมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ  สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ“เจษฎา” คือ คนที่ได้รับผลกระทบจากคนเมาแล้วขับ ส่วน“ฝน” เป็นผู้ที่รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดจากคนเมาเช่นกัน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ทำให้ชีวิตของคนทั้งสองเปลี่ยนแปลงไปตลอดชีวิต

เริ่มต้นเรื่องของราวของ เจษฎา แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเมาแล้วขับ จากเด็กหนุ่มที่มีความใฝ่ดีดิ้นรน ขยันทำมาหากินจนสามารถเป็นเจ้าของแผงขายของย่านพัฒน์พงษ์ มีห้องชุดคอนโดย่านรางน้ำ มีรายได้สูงถึง 70,000-80,000 บาทต่อเดือน ในช่วงนั้นเจษฎาสามารถสรรหาข้าวของเครื่องใช้ให้ครอบครัวได้อย่างไม่ขัดสน มีทุกอย่างได้ตามต้องการ แม่ ภรรยาและลูกทั้งสองคือกำลังใจที่ทำให้เจษฎาสามารถต่อสู้ชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้

ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน ย้อนไปเมื่อ 22 ปีก่อน วันที่ 14 ส.ค.เป็นวันที่เจษฎาต้องกลายเป็นคนพิการเพราะคนเมาแล้วขับ ขับรถพุ่งชนเขาขณะที่เจษฎาจอดรถรอสัญญาณไฟเขียว รถคันนั้นลากเขาไปไกลถึง 15 เมตร เนื้อหนังในร่างกายถูกครูดกับถนนเนื้อหายจนเห็นกระดูก อวัยวะเพศก็ครูดหายไปเช่นกัน ส่วนภรรยาเขากระเด็นลอยไปใบหน้าครึ่งหนึ่งเสียโฉม เจษฎานอนพักรักษาตัวเป็นเวลานาน หมดเงินไป 1.8 ล้านบาท พร้อมร่างกายตั้งแต่ช่วงอกลงมาขยับเขยื้อนไม่ได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคนร้ายคือ ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศที่ไม่เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือเขาเลย ในวันที่เจษฎาออกมาจากโรงพยาบาลได้พยายามตามหาคู่กรณีจนเจอสิ่งที่เขาได้รับคือ ข้าราชการคนนั้น บอกว่าถ้าอยากได้เงินให้ไปหาหลักฐานมา แล้วคู่กรณีให้เงินมา 500 บาท เพื่อเป็นค่ารถ หลังจากนั้นเจษฎาทราบมาว่าข้าราชการคนนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล และไม่สามารถติดต่อได้ โชคร้ายซ้ำสองของเจษฎาคือ ระหว่างที่เขาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเจ้าหน้าตำรวจได้นำเอกสารมาให้เซ็น ภายหลังพบว่าเป็นเอกสารที่เซ็นยอมรับว่าเป็นการประมาทร่วม เท่ากับว่าเจษฎาไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย

ความทุกข์ที่เข้ามาจากหัวหน้าครอบครัวมาเป็นภาระของครอบครัว ทำให้เขาพยายามฆ่าตัวตายมาถึง 5 ครั้ง แต่เมื่อเห็นลูกทำให้เขามีแรงฮึดที่จะมาสู้อีกครั้ง ไปเรียนซ่อมมือถือ จนเปิดร้านซ่อมมือถือที่บ้านได้ และได้มาร่วมงานกับมูลนิธิเมาไม่ขับ ในวันนี้เจษฎามีความภูมิใจที่ได้เอาชีวิตของตนเองมาเป็นตัวเองให้คนที่กำลังท้อสามารถลุกขึ้นมาได้ ผมจึงอยากฝากว่าทุกคน ทุกครั้งที่เราจับพวงมาลัยขอให้มีสติอย่าประมาท ดื่มไม่ขับ ต้องนึกถึงเสมอว่าอาจเป็นต้นเหตุทำร้ายคนอื่นจนพิการหรือเสียชีวิต

ส่วน “ฝน”  นางนันทิยา พุ่มสุวรรณ เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว เล่าว่า ตอนนั้นตัวเองตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน สามีเก่าติดทั้งเหล้าและยาเสพติด จนเกิดอาการหลอนชอบทำร้ายร่างกาย และตนให้อภัยมาตลอดเพราะคำว่าครอบครัว พยายามพูดคุยแต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งสามีเก่าถูกจับติดคุกเพราะเสพยา แต่เมื่อถูกปล่อยตัวก็ออกมาทำร้ายอีก ถูกทุบตี ครั้งนี้หนักขึ้นใช้มีดแทง และฟันมือจนเส้นเอ็นขาด ญาติตามคนมาช่วยจึงรอดมาได้ หลังจากวันนั้นได้แจ้งความเอาผิดสามีเก่าและได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และสสส. ทุกวันนี้ตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปหาเขาอีก แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยากฝากว่า หากครอบครัวไหนมีสิ่งเสพติด มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องมันจะเปลี่ยนจากรักเป็นความรุนแรงทันที

ด้าน นางสาวรุ่งอรุณ  ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า วันพรรษาของทุกปี ถือเป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ตามมติคณะรัฐมนตรี ในปีนี้ตรงกับวันที่ 14 ก.ค. 2565 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญว่า “ปลอดเหล้า ปลอดโรค ปลอดภัย ห่างไกลโควิด 19” เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนทำลายภูมิคุ้มกัน เพิ่มความเสี่ยงติดโควิด 2.9 เท่า อุบัติเหตุทางถนนมากกว่า 20% มีสาเหตุจากการดื่มแล้วขับ ยิ่งในช่วงเทศกาลเพิ่มสูงเป็น 40%  สร้างความสูญเสียมากกว่า 9 หมื่นล้านบาทต่อปี มีประชาชนได้รับผลกระทบจากคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ 80% ทั้งก่อความรำคาญ การทะเลาะวิวาท

“ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ปัจจุบันมีกฎหมายเข้ามาคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือ ส่วนเงินที่เก็บจากภาษีบาปนั้นไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา จะช่วยให้หลายครอบครัวได้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวสรุป


You must be logged in to post a comment Login