วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ต้องใช้หลักธรรมแก้กทม.

On May 25, 2022

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม

ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 25 พ.ค. 65)

เรามาดูควันหลง หรือดูว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นกับกทม. สิ่งที่ดีใจมาก็คือว่า ไม่เกลียดชังกันได้วิเศษ วรรคทองที่คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.บอกว่า ผู้ว่าฯของกทม.ดูแลเท่าเทียม ให้ก้าวข้ามความแตกแยก หยุดความเกลียดชัง และยอดสุดๆก็คือว่า ต้องพยายามก้าวข้ามการทะเลาะเบาะแว้งกันซะทีก็ดี เพราะว่า ไม่อยากจะถือว่า เป็นแพ้ ชนะ แต่เพียงว่า ประชาชนจะใช้ท่านว่าอย่างนั้นเถอะ

เมื่อไม่กี่วันมานี้ คุณชัชชาติ ได้ควงแขนคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล พากันลงเรือสำรวจคลองลาดพร้าว เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทันที เรียกว่า ทำงานเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง ภาพอย่างนี้มันไม่เคยเกิดในอดีตกับผู้สมัครแข่งขันแพ้แล้วก็มีการฟ้องร้อง ตอดนิด ตอดหน่อย เรียกว่า คราวนี้สยบอีโก้ อัตตา อย่างราบคาบ อาจจะเหลือฝ่ายตรงข้ามที่ไปปลุก ไปชูอะไรกันขึ้นมา อย่างไม่เลือกเรา เขามาแน่อะไรทำนองนี้ ก็แปลกๆ ทีนี้ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่คนนี้อยากจะเรียกส่วนตัวว่า เป็นผู้ว่าฯสายบุญ คงจะมีส่วนบุญช่วยอยู่ด้วยแหละ

นี่มองแบบพุทธศาสนา ไม่ได้มองแบบนักวิชาการ ไม่ได้มองแบบโพล คือ มองว่า ภาพลักษณ์ของความเป็นคนดี เป็นคนสายบุญ การทำบุญตักบาตรทุกเช้า มันมีอะไรสะท้อนตามที่หลักพุทธศาสนาว่า คนหามาให้ได้มาแบ่ง จะไม่คิดไปแย่งงบฯ แย่งอะไรต่ออะไรที่มันไม่ควรจะได้มาเป็นของตน คงจะเป็นผู้ว่าฯที่ไม่โดนไล่ออก หรือปลด กรณีที่มีข้อพิรุธเรื่องการทุจริต อาตมามั่นใจว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น

เพราะว่าสายบุญที่ทำบุญตักบาตรตามหลักแล้วเขาบอก ใส่บาตรนี่มันแกล้งกิเลศ ตัวงก ตัวโลภ พอหามาให้ได้มาแบ่ง อารมณ์คิดแย่งใครมันก็ไม่ค่อยเกิด คิดงก คิดโลภ มันก็บรรเทา เบาบาง ต่างกับคนที่ไม่เคยทำบุญตักบาตร อาตมาเคยไปเทศน์ในเรือนจำ แล้วก็เอานักโทษที่โกงทรัพย์สินอะไรต่างๆนี่แหละ พอถามว่า เคยใส่บาตรกันบ้างมั้ยพวกเรา ส่วนใหญ่จะตอบไม่เคย ทั้งๆที่บางที เขาก็บีบคั้นกันเลยนะ ในเรือนจำเขาก็จะให้นักโทษใส่บาตร ทำบุญ เพราะเขาก็มีรายได้ของเขาในนั้น ก็ทำกัน

แต่ตอนก่อนที่เขายังไม่ได้เข้าคุก เขาบอกเขาไม่ค่อยได้ทำ ไม่ได้ใส่บาตรเลย นี่แหละจึงต้องเรียกกันว่า ผู้ว่าฯกทม.คนนี้สายบุญ และก็น่าจะมีเรื่องของธรรมะ เรื่องของศาสนาเข้ามาร่วมประยุกต์แก้ปัญหาให้กับชาวกทม. ยังไงก็ขอให้ท่านผู้ว่าฯกทม.คนใหม่อย่าเอาแต่นโยบายวิชาการต่างๆ แล้วทิ้งหลักธรรมทางศาสนาไปแก้ไขให้คนในกทม.ซึ่งคนในกทม.เนี่ย อุบัติเหตุก็เยอะ มีเรื่อง มีราวก็เยอะ หมกมุ่นการพนัน เที่ยวกลางคืน อบายมุข เรียกว่า อบายมุขก็เพียบอยู่ในกทม.

ดังนั้น ทำอย่างไรท่านผู้ว่าฯกทม.คนใหม่จะไปลดอบายมุขลง กรุงเทพฯจะเจริญไม่ได้ ถ้าอบายมุขเต็ม วันนี้มีข่าวแปลกว่า รัฐสภานี่จะมีสถานบันเทิงอะไรต่ออะไรมากมาย มีนวด มีหัดฝึกร้องรำทำเพลง ลีลาศอะไรต่างๆ จะเป็นฮาเร็มหรือเป็นรัฐสภายังไม่รู้ แต่เอาล่ะ ผู้ว่าฯกทม.ไม่น่าจะหมกมุ่นเรื่องอบายมุข แต่คงจะทำให้ความเสื่อมด้านอบายมุขลดลงด้วย อย่าให้ยาเสพติดครองกรุงเทพฯ เพราะตอนนี้พ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อ กับไอ้ยาเสพตินี่มันเยอะมากมาย

จึงควรที่จะหันมาดูนโยบายอบายมุขด้วย ไม่ใช่ห่วงแต่เรื่องรถติด น้ำท่วม แต่ยาเสพติด ยาบ้าท่วมคนกรุงเทพฯนี่ มันน่ากลัวกว่าอย่างอื่นนะ

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login