วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

แพะหรือแกะ? / โดย พระพยอม กัลยาโณ

On January 20, 2017

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม
ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

คดีที่สลับซับซ้อนขณะนี้น่าจะเป็นเรื่องของ ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ว่าเป็นแพะหรือเป็นแกะ เพราะฝ่ายตำรวจก็ยืนยันว่าทำทุกอย่างตรงไปรงมาตามหลักฐาน ฝ่ายครูจอมทรัพย์ก็ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ ฝ่ายทนายก็บอกว่ามีไม้เด็ดออกมาคลี่คลายปัญหาที่สงสัย

จากข้อมูลหรือเหตุผลต่างๆ สื่อบางรายการก็เชื่อครูจอมทรัพย์ บางรายการก็เข้าข้างตำรวจ บ้างแต่รู้สึกว่าจะน้อยหน่อย เพราะตอนหลังฝ่ายตำรวจก็บอกมีไม้เด็ด เลยทำให้บางคนก็เริ่มเอียง แต่ฝ่ายตำรวจที่แสดงออกมาก็เหมือนจะข่มขู่ เพราะมีการอ้างถึงขบวนการรับจ้างรับผิดและขู่จะฟ้องกลับหากพูดเท็จ

ความจริงเรื่องนี้ควรรอพิสูจน์กันด้วยหลักฐานในศาล ฝ่ายใดพูดตอนนี้มีแต่จะเปลืองตัว ยิ่งฝ่ายตำรวจ
ออกมาในลักษณะเหมือนข่มขู่ ประชาชนเขาก็จะมองว่าใช้องค์กรใหญ่มาขู่ครูบ้านนอกคนหนึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็รู้ว่าใครใหญ่ ใครเล็ก ใครด้อย ใครเด่น ใครได้เปรียบเสียเปรียบ

บางทีคนไทยก็ชอบดูมวยรองเหมือนกัน ได้คะแนนสงสาร จึงอยากจะฝากว่า อย่าคิดว่าตัวเองใหญ่แล้วจะได้แต้มได้ชั้น ได้เชิงได้เหลี่ยม ก็ต้องฝากคำที่เขาบอกว่า “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” ฝ่ายที่ถูกกล่าวก็บอกว่าทำไมการสอบสวนจึงไม่ไปตรวจพิสูจน์หลักฐานที่บอก ฝ่ายตำรวจก็บอกว่าตรวจแล้ว และฝ่ายคุณครูก็ไม่ได้ให้ข้อมูลในตอนต้น แต่ขอไปให้การในชั้นศาล เพราะเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ซึ่งความเชื่อมั่นว่าเราบริสุทธิ์ บางทีมันก็แพ้หลักฐานทางกฎหมาย

เป็นชั้นเชิงทางกฎหมายที่ทำให้ติดคุกติดตะรางได้ อย่างกรณีโฉนดถุงกล้วยแขกนี่มันแพ้แค่คำๆเดียว คือ “ผู้รับโอน” ไม่มีสิทธิ์เท่า “ผู้ให้โอน” เวลาเราเถียงด้วยเหตุผลจึงเถียงไม่ได้ เพราะกฎหมายว่าอย่างนี้ เราบอกว่าถ้าคนในกรมที่ดินไม่รู้ว่าโอนในสิ่งที่ไม่ควรโอน แต่กลับกุลีกุจอขวนขวายจะให้โอนก็เหมือนการกุลีกุจอขวนขวายที่จะจับคนติดคุก ไม่เปิดโอกาสหรือให้ข้อมูลคนนี่จะรู้ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้

ดังนั้น ฝ่ายผู้รู้ควรจะทำให้มันถูกต้องตั้งแต่ต้น อย่าทำโอน อย่าทำเรื่องนี้เรื่องนั้นไม่ได้ หรือรู้แต่กลับปล่อยให้มีการใช้อำนาจมามีอิทธิพลแทรกแซง บางคดีมันไม่น่าแพ้หรอก ไม่น่ากลัวเลยว่าจะแพ้ แต่ที่น่ากลัวคือการวิ่งเต้น คนนั้นคนนี้วิ่งจนสามารถพลิกคดีให้กลิ้งไปคนละทางได้

กฎหมายบ้านเรามันยังเปิดช่องให้วิ่งให้กลิ้งอย่างนี้ ใครใช้เทคนิควิชามารทางกฎหมายได้เก่งก็สามารถพลิกเป็นฝ่ายชนะได้ ทั้งๆที่ไม่ถูกต้อง บางคดีพอชนะจึงกินเลี้ยงกันใหญ่ แล้วก็พูดเยาะเย้ยถากถางฝ่ายที่แพ้ แม้จะเป็นคนดีมีบารมีชื่อเสียงก็สู้อีกฝ่ายที่ใช้เทคนิคทางกฎหมายไม่ได้

ตัวนี้แหละที่ทำลายความสงบสุขของมนุษย์ ทำให้เกิดความเคียดแค้นเกลียดชัง เหมือนตอนนี้ไม่รู้ใครเป็นฝ่ายเพิ่มความเกลียดใส่ตัวเองมากกว่ากัน ระหว่างตำรวจกับครู ถ้าครูพลาด สังคมก็เกลียดชังและประณาม ถ้าตำรวจพลาดก็โดนเหมือนกัน

ช่วงนี้ประชาชนก็อย่าไปรีบเกลียดใครชังใคร รอดูสักนิดหนึ่งว่าจะออกหัวออกก้อย ใครถูกมากถูกน้อย ใครผิดมากผิดน้อย อีกไม่นานก็จะเห็นกัน แต่ที่วิจารณ์กันขณะนี้คือ ครูจะโง่จะเสี่ยงทำไม ถ้าโกหกก็ต้องติดคุก จะคุ้มหรือกับเงินเยียวยา ตรงนี้แหละที่จะพิสูจน์ให้สังคมว่าจะปล่อยให้เรื่องนี้เลือนลางหายไปแล้วก็เกิด “แพะใหม่” แล้วก็มาหูผึ่งตาตั้งกันอีกครั้ง เรื่องอย่างนี้เราต้องเก็บข้อมูลข่าวสารไว้บ้าง เพราะอาจจะโดนเข้ากับตัวเอง จะได้ไม่ผิดพลาด ไม่ทำให้ตัวเองยุ่งยากภายหลัง เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นบทเรียนผู้ที่ติดตามข่าวพอสมควร

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login