วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ไม่มี‘ทมะ’! / โดย พระพยอม กัลยาโณ

On November 9, 2016

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม
ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

กรณีพิธีกรชื่อดัง “น็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล” ทำร้ายหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์จนจมูกหัก หลังจากขี่รถเฉี่ยวรถมินิคูเปอร์สีเหลือง ทำให้พิธีกรชื่อดังโมโหและสั่งให้กราบรถ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วในโลกออนไลน์ ส่งผลให้สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) ถอดถอนชื่อ “น็อต” ที่เคยได้รับรางวัล “คนไทยตัวอย่างประจำปี 2559” ออก รวมทั้งบริษัทต้นสังกัดคือบริษัทแกรมมี่ และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ยกเลิกรายการทั้งหมดของ “น็อต”

บทบู๊นอกจอของพิธีกรดังกับหนุ่มรถจักรยานยนต์ถือเป็นการใช้อารมณ์ที่ต่ำ ถ่อย เสื่อมอย่างน่าเสียดาย พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า คนที่เป็นฆราวาสครองเรือนยังไงก็ต้องมีธรรมะสักข้อคือ “ทมะ” แปลว่า ฝึกห้ามใจ ฝึกข่มใจ ฝึกทำใจ ไม่ปล่อยใจไปตามอารมณ์ที่ขุ่นเคือง ขัดข้องหมองใจ ถ้าคนที่ไม่มีธรรมะ ไม่ฝึกทำใจ ไม่หักห้ามใจก็จะเผลอทำอะไรหรือทำร้ายทั้งคนอื่นและตัวเอง ผลงานความดีของตัวเองที่ได้รับก็ถูกถอดถอนไป ทำดีมาตั้งนาน มาเสียแค่อารมณ์ 5 นาที 10 นาที

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจึงขอให้ทุกคนจำเป็นตัวอย่าง ไม่ควรแสดงบทบาทพฤติกรรมนอกจอแบบนี้ ดีที่มีการถอดถอน ปลดจากรายการที่ทำ เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่าง ทำอะไรผิดๆ เสียหายอย่างนี้

อารมณ์ขุ่น อารมณ์เสีย อารมณ์เน่า อารมณ์บูด ถ้าขืนให้ทำงานต่อไป สังคมก็จะมองว่าคนเด่น คนดังในสังคมทำผิดแล้วไม่ถูกลงโทษ อาตมาเห็นข่าวแล้วสงสารน้องที่โดนต่อย ดีที่ไม่ต่อสู้ ไม่ต่อล้อต่อเถียง แต่ทำไมคนต่อยจึงต้องทำร้ายซ้ำๆ หลายที

เอาล่ะ ป่านนี้คงไปนอนคิด นอนกลุ้มกับผลการกระทำที่ไม่ดีของตนเอง ทางศาสนาเรียกว่า “วิปฏิสาร” คือ ต้องมาเสียใจกับการกระทำของตนเอง ทำแล้วต้องมานั่งเศร้า นั่งทุกข์ นั่งลำบากใจภายหลัง ตอนจะทำไม่ใคร่ครวญ ไม่คิด เลยพาชีวิตตกต่ำเสื่อมถอย เพราะฉะนั้น เกิดมาเป็นคนยุคนี้ เห็นพวกดารา นักร้อง คนดังในสังคมก็ต้องฉุกคิดให้ดีว่า เราจะไม่เผลอ เราจะไม่พลาด เราจะไม่ทำอะไรที่ทำให้เสียชื่อเสียง เพราะจะทำให้เสียโอกาสและเสียอนาคต คนกำลังจะมีอนาคต แต่พิษพยศของคนดังที่มักจะยอมใครไม่ค่อยเป็น อัตตา อีโก้จัด จนไม่มีมนุษยธรรม การไม่ฝึกใจไม่ห้ามใจจึงเป็นผลร้ายต่อชีวิต

ดังนั้น คนที่จะเป็นฆราวาสครองเรือน ครองตำแหน่งหน้าที่การงาน ต้องมีสัจจะว่าเราจะเป็นคนดี ตั้งสัจจะว่าจะไม่อารมณ์เสียกับใครง่ายๆ ถ้าเกิดเหตุและอารมณ์เสียก็ต้องฝึกการมีทมะ ห้ามใจ ฝืนใจ ข่มใจ ไม่ปล่อยใจไปตามอำนาจ ไม่หุนหันพลันแล่น ฝึกให้เยือกเย็น หนักแน่นไว้ก่อน คือมี ขันติ ไม่มีขันติ เลยเป็นขันแตก ตบะแตก สติปัญญามันแตกกระจายไปไหนหมด เลยไม่นึกสิ่งที่ทำไปว่าเสียหายต่อตนเองและสังคมอย่างมหันต์

สุดท้ายท่านบอกต้องรู้จัก จาคะ อารมณ์ไม่ดีต้องสลัดออกบ้าง ถ้าเราไม่สลัดมันก็อัดอั้น ถ้าอัดอั้นแล้วไม่ทน แล้วไม่ข่มใจ เมื่อไม่สลัดออก มันก็เลยออกหมัด ออกมีด ออกปืน เพราะฉะนั้นต้องฝึกเรื่องคุณธรรม ชีวิตจะได้ประเสริฐ เพราะคุณธรรมนี่แหละ ไม่ใช่เด่น โด่งดังแล้วทุกอย่างจะดีสมบูรณ์ไปหมด ขอย้ำว่า เด่น โด่งดังก็ต้องมีคุณธรรม เพื่อจะห้ามปรามใจไว้ จะได้ไม่เสียหายต่อชื่อเสียงที่ดีงามที่ทำมาโดยตลอด

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login