วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563
ข่าวด่วน
  • add friends

สู้ต่อไป

On July 27, 2020
prapayom

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม

ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 27 ก.ค. 63)

ทุกวันนี้ก็มีเรื่องอะไรแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องของคนข้างนอก สิ่งของภายนอก เช่น ได้ยินข่าวเรื่องช่องส่องผีก็เกิดมีคนเอามาวิพากษ์วิจารณ์ อาตมาเองก็มีคนชมว่า สุขภาพดี แข็งแรงมานาน แต่เมื่อไม่นานมานี้ เกิดกุฏิหมุน เรียกว่า เดี้ยงแรงๆ หมุนเอาจนต้องนอนอยู่ถึงเช้าไม่ได้ไปบิณฑบาต ซึ่งทั้งปีมาไม่เคยบิณฑบาตขาดเลย ต้องมาขาด ตรงที่ว่า มันมึนเอามาก นี่เรื่องมึนๆโลกหมุน บ้านหมุน กุฏิหมุน ก็ยังไม่รู้ว่า เมื่อไรถึงจะมีโอกาสได้รื้อฟื้นระบบสมอง

เขาก็ทำกัน เรียนรู้กันมามากมาย แต่เรื่องของสมองก็ยังไม่รู้ว่า เมื่อไรสมองคนจากที่เคยทำอะไรได้ แต่อยู่ๆ มันกลับปวดมึนอย่างชนิดที่เรียกกันว่า เอาแทบจะชีวิตไม่รอดอะไรทำนองนี้ ทำให้นึกถึงสัญญาณระลึกถึงเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย และคนที่อยู่ไปวันๆหนึ่ง เดินนึก เดินคิดให้ดีว่า เราจะอยู่ได้สักกี่วัน และความตายมาถึงเมื่อไรก็ยากที่จะรู้ แต่เมื่อยังอยู่ก็ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ อาตมามีคติธรรมประจำใจอยู่ว่า จะทำอะไร ขอให้ทำงานเสร็จก่อนตาย อย่าได้ตายก่อนเสร็จ

เพราะถ้าตายก่อน คนอื่นจะมาสานต่อก็ยาก และสานต่อลำบาก เราจึงต้องเร่งทำให้สำเร็จ และเมื่อทำเสร็จแล้ว เราจะกลายเป็นบุคคลที่มีผลงานทิ้งไว้ในโลก เพราะคนตายมักจะมีสายสิญจน์มัดที่ข้อมือ ผูกคออะไรต่างๆ แต่เวลาเผาเนี่ย ฝีมือไม่ตาย แต่เผาศพมือเนี่ยจะไหม้ก่อน เพราะเชือกมัดตราสังขาด แถมไฟลุกมาข้างหลัง กองฟองก็ทำให้มือไหม้ก่อนเหนือหน้าอก สะโพก ศรีษะ นี่เป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่สำหรับคนที่เคยไปดูการเผาศพตามเชิงตะกอนเก่าๆ

บ้านนอกไม่มีเตาอบ ไม่มีเมรุแบบมีเตาพิเศษก็ต้องใช้อย่างนั้น แต่แล้วก็ใช้ได้ เรียกว่า เผาจนไหม้ อาตมาคิดว่า เรายังมีชีวิตอยู่ สร้างอะไรไว้ สร้างผลงานดีๆไว้เป็นอนุสาวรีย์ของชีวิตจนมีคนเขาพูดว่า มีฝีมือกว่าคนนั้น คนนี้ ฝีมือท่านนั้น ท่านนี้ ตอนตายเผามือไหม้ก่อน แต่เผาไปตั้งนาน ฝีมือที่สร้างไว้เป็นผลงานกลับกลายเป็นอนุสาวรีย์ของชีวิตอย่างยั่งยืน เรียกว่า ตายร้อยปี สิ่งที่สร้างไว้ดีๆยังอยู่ จึงมีอนุสาวรีย์ของท่านนั้น ท่านนี้เป็นร้อยๆปี เป็นพันปี

นี่ก็ต้องถือว่า ชีวิตคนจะฉุกคิดเรื่องมีชีวิตอยู่ อย่าอยู่ไปวันๆ อย่าอยู่แบบซังกะตาย อย่าอยู่แบบมือตาย แขนตาย อยู่จนง่อยกิน ไม่สร้างสรรค์ ไม่พัฒนาอะไรเลย ก็ต้องทำให้ดี ตอนนี้ประเทศชาติก็เหมือนจะง่อยกินล่ะ เศรษฐกิจตกต่ำ คนถูกออกจากงาน ดูแล้วก็น่าสงสารร้องไห้ ร้องห่ม ตัดพ้อรำพันว่า อายุปานนี้แล้วจะไปทำงานที่ไหน จะไปสมัครที่ไหนใครเขาจะรับ นี่ก็เป็นเรื่องของคนที่ไม่ได้เตรียมสร้างงาน

เลยต้องมานั่งวิตกกังวลว่า ถูกออกจากงานกัน อย่างล่าสุดมีคนในกระทรวงศึกษาธิการถูกลอยแพกัน ไม่รู้จะเป็นเรื่องเป็นหนี้ เป็นสิน หรือมีการให้เงินเดือนกันเกินเหตุ เลยต้องไปไม่รอด จะปิดตัวตายกันต่อไปหรือเปล่า ก็ต้องตามดูกันต่อไปว่า จะอยู่แบบไหน อยู่ไหว ไม่ไหว ทำอะไรได้ ไม่ได้ คนไทยเราก็น่าสงสารอยู่แล้ว ยิ่งไปเจอแรงงานต่างด้าวน่าเศร้ากว่าเรามาก ค่าเช่าบ้านก็ไม่มีให้ ญาติพี่น้องในนี้ก็ไม่มี ตรงนี้ลำบากสาหัสสากรรจ์

เอาละยังไงเราขออยู่สู้กันต่อไปก็แล้วกัน อย่าเพิ่งท้อแท้ ฆ่าตัวตาย เผาตัวตายเสียชีวิตนี้ มันรอให้ไฟมันเผาตอนตาย อย่าเผาทั้งเป็นเลย อย่าตายทั้งเป็นอเนจอนาถใจ อยู่สู้กันสักพักต่อไปก็แล้วกัน

 

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login