วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ข่าวด่วน
  • add friends

สัญญาณจากไหน?

On May 6, 2019
pok060519

คอลัมน์ : โลกวันนี้มีประเด็น

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่  6 พ.ค. 62)

กระแสข่าวนายกฯคนนอกที่ถูกโหมกระพือขึ้นมาอีกครั้งมีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้พอๆกัน เบื้องต้นการโหวตเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งมีความเป็นไปได้มากกว่า และถือว่าง่ายที่สุดหากโหวตเลือก “ลุงตู่” เป็นนายกฯต่อสมัยที่สอง หากจะเลือกนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมืองก็ต้องมีสัญญาณที่ส่งตรงถึงพรรคการเมืองและ ส.ว. เพราะถ้าไม่ร่วมมือกันก็เป็นไปได้ยาก คำถามคือถ้าจะให้ ส.ส. และ ส.ว. ทั้งสภารับฟังสัญญาณนั้นต้องถูกส่งมาจากไหน

หลังทิศทางการเมืองมีความชัดเจนขึ้น กระแสข่าวเรื่องนายกฯคนนอก นายกฯคนกลาง นายกฯปรองดอง ก็กลับมาดังกระหึ่มอีกครั้ง

ตามไทม์ไลน์การเมือง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อครบร้อยละ 95 ของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดในสภาภายในวันที่ 8 หรือ 9 พฤษภาคมนี้แล้ว จะต้องมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน

จากนั้นสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และวุฒิสภา (ส.ว.) จะจัดประชุมเพื่อลงมติเลือกประธานของแต่ละสภา ตามมาด้วยการประชุมร่วม 2 สภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤษภาคมนี้

ขณะนี้การคัดเลือก ส.ว. โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อไปรวมกับแม่ทัพนายกองที่จะได้เก้าอี้ ส.ว. โดยตำแหน่งเพื่อให้ครบ 250 คนนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเวลานำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งต้องทำภายใน 3 วันหลัง กกต. ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.

แนวรบด้านรัฐสภาทั้งสภาบน-สภาล่างเคลียร์แล้วพร้อมเปิดประชุมเลือกนายกรัฐมนตรี

ส่วนกระแสข่าวเรื่องนายกฯคนนอกที่ถูกโหมขึ้นมาอีกครั้งต้องบอกว่ามีความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้พอๆกัน

ถ้ามองในมุมกฎหมาย การที่สภาจะโหวตเลือกนายกฯจากนอกบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอชื่อไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งนั้นไม่ง่ายเสียทีเดียว

ขั้นตอนแรกต้องให้ ส.ส. ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสภาคือ 250 คน ร่วมกันลงชื่อเสนอต่อที่ประชุมงดเว้นการเลือกนายกฯจากบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ

ปัญหาคือ กกต. จะรับรอง ส.ส. เต็มจำนวน 500 คน ทันวันโหวตเลือกนายกฯหรือไม่ ถ้าเกินร้อยละ 95 แต่ไม่เต็มจำนวนก็ต้องดูว่า กกต. รับรองมากี่คน และครึ่งของจำนวน ส.ส. ที่มี ณ วันที่โหวตเลือกนายกฯคือเท่าไร

การจะรวมเสียงให้ได้กึ่งหนึ่งเพื่อเสนองดเว้นเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบันถือว่าไม่ง่าย หากดูจากผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่ขั้วที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยมีเสียงมากกว่า

หรือต่อให้ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐรวมเสียงได้มากกว่า ก็มีคำถามว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะยอมเปิดพื้นที่ให้นายกฯคนกลางหรือไม่ ในเมื่อต่างมีจุดยืนที่แข็งกร้าวชัดเจนมาตลอด

สมมุติว่าผ่านขั้นตอนแรกมาได้ เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนที่สองจะต้องใช้เสียง 2 สภารวมกันไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือ 500 จาก 750 เสียง เพื่ออนุมัติคำของดเว้นเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมือง

ประเด็นคือ ส.ว. ทั้ง 250 คนจะเห็นด้วยกับข้อเสนอหรือไม่ หากขาดไป 5 เสียง 10 เสียง ก็มีโอกาสที่ข้อเสนอจะไม่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมร่วม 2 สภา

แต่ถ้าผ่านความเห็นชอบก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สามคือ ให้ ส.ส. เข้าชื่อกัน 1 ใน 10 หรือ 50 คน เสนอชื่อบุคคลใดก็ได้เป็นนายกฯ และลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งหรือ 251 คน

ทั้งหมดนี้สรุปง่ายๆคือ ไม่ว่าจะเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองหรือเลือกนายกฯคนนอก เสียงของ ส.ว. 250 เสียงถือเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด และในช่วงที่เสียงสภาล่างก้ำกึ่งกัน เสียงของ ส.ว. ต้องเห็นชอบไปในทางเดียวกันจึงจะชี้ขาดแนวทางเลือกนายกฯได้

ถ้าเสียง ส.ว. แตกก็อยู่ที่ว่าเสียงที่แตกออกมาจะไปเข้าข้างใดข้างนั้นก็ได้เปรียบ

ในเบื้องต้นการโหวตเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอยังเป็นแนวทางที่เป็นไปได้และง่ายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโหวตเลือก “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง

หากจะเลือกนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมืองก็ต้องมีสัญญาณบางอย่างที่ส่งตรงถึงพรรคการเมืองและ ส.ว. เพราะถ้าไม่ร่วมมือกันก็เป็นไปได้ยาก

แต่คำถามคือ ถ้าจะให้ ส.ส. และ ส.ว. ทั้งสภารับฟังสัญญาณนั้นต้องถูกส่งมาจากไหน


You must be logged in to post a comment Login