วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562
ข่าวด่วน
  • add friends

“ถ้าไม่มีการเลือกตั้งอยู่ไม่ได้แน่!” สัมภาษณ์- นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ โดย ประชาธิปไตย เจริญสุข

On September 11, 2017
633-12

คอลัมน์ : ฟังจากปาก

สัมภาษณ์โดย  : ประชาธิปไตย เจริญสุข

 “นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์อดีต ส.ส.เพื่อไทย ชี้พรรคมีคนที่มีความรู้ความสามารถหลายคน แต่ต้องการผู้นำมาจัดระเบียบให้พรรคเข้มแข็ง และเป็นคนดีที่สังคมยอมรับ เชื่อการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแม็พและได้ ส.ส. อย่างน้อย 250 คน เพราะประชาชนยังศรัทธาทั้งอดีตนายกฯทักษิณและอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์

*****

พรรคเพื่อไทยถูกกระทำมาตลอดและคงจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริหารพรรค ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคหรืออดีตรัฐมนตรี ส.ส. ในพรรคอาจหวั่นไหวบ้าง แต่คิดว่ามีจำนวนน้อย สมาชิกพรรคส่วนใหญ่ยังมั่นคงในอุดมการณ์ของพรรค ช่วง 10 ปีที่มีรัฐประหารยังยืนหยัดอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบไทยๆแบบที่พูดกัน ประชาชนต้องเป็นศูนย์กลางจริงๆ บางคนโจมตีว่าเป็นนโยบายประชานิยม พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นใครหรือเสื้อสีอะไร ทุกฝ่ายยอมรับหมด ไม่ใช่ดีแต่พูด แต่ทำได้ด้วย

พรรคเพื่อไทยเป็นความหวังของประชาชนที่เป็นกลางและเป็นประชาธิปไตย พรรคยืนหยัดอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างสันติวิธี ถ้าจะรบกันก็รบตั้งแต่ปี 2549 แล้ว โดยเฉพาะถ้าได้เป็นรัฐบาล ย้ายทหารแหลก แต่เราไม่ทำ แสดงว่าเราสู้แบบสันติ ยึดถือกติการะหว่างประเทศอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อม เช่น ปราบยาเสพติดก็ปราบจริงๆ หวยใต้ดินก็วางระบบให้ถูกต้อง สิทธิพลเมือง สิทธิประชาชนก็ทำให้ถูกต้อง พรรคเพื่อไทยต่อสู้ตามกติกานี้อย่างสันติ

บุคลากรของพรรคมีความหลากหลาย มีความสามารถ แต่ละคนมีประสบการณ์ แต่คนหมู่มากก็มีปัญหาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของพรรคการเมือง โดยรวมแล้วพรรคเพื่อไทยยังยืนหยัดในอุดมการณ์ประชาธิปไตยโดยไม่หวั่นไหว ผมยืนยันว่าสนามประชาธิปไตยคือสนามที่มีประชาชนเป็นกรรมการ ไม่ใช่สนามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือเผด็จการทั้งหลายเรียกร้องให้ต่อสู้ หรือใช้กระบวนการยุติธรรมสร้างวาทกรรมต่างๆที่ไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นมีการเลือกตั้งเมื่อไรเราก็ยืนหยัดสู้ต่อไป

ส่วนสถานการณ์ของพรรคในสายตาที่เขามองเรา กลุ่มแรกคือกลุ่มอำมาตย์ก็คงสะใจที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศ แต่ยังสะใจได้ไม่เต็มที่ เพราะภาพที่เขาอยากเห็นคือผู้นำพรรคเป็นนักโทษ ถูกจำคุก พวกนี้พยายามสร้างภาพให้เห็นการดำเนินคดีคนที่เขาหมายหัวแบบ “แค้นฝังหุ่น” แค้นเต็มที่ กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มทหาร เพราะอำนาจมันเย้ายวน รวมถึงกลุ่มที่เรียกร้องให้ยึดอำนาจ พวกนี้เป็นนักการเมืองและคิดแต่จะกอบโกยผลประโยชน์ สร้างภาพเป็นคนดี พยายามจะสืบทอดอำนาจด้วยวาทกรรมต่างๆ จะทำนั่นทำนี่ ยุทธศาสตร์ชาติก็ว่ากันไป เพื่อครองอำนาจต่อ อาจตั้งพรรคการเมืองนอมินี เพราะคงสบายใจที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ออกไป และถือโอกาสโจมตีพรรคเพื่อไทยเพื่อให้พรรคแตกและดูดอดีต ส.ส. ไปเป็นพวก ขณะนี้มีข่าวว่ามีการดำเนินการแล้วในหลายท้องที่

กลุ่มที่ 3 คือพวกลิ่วล้อนกหวีดและสลิ่มต่างๆ พวกนี้แค้นฝังใจอดีตนายกฯทักษิณและตระกูลชินวัตร ต้องการล้างบางตระกูลชินวัตร ซึ่งเหตุการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมาก็ทำให้ตาสว่างมากขึ้น ทำให้พวกนี้ผิดหวังบ้าง

สำหรับประชาชนทั่วๆไป ผมคิดว่าตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ แล้วยังเรื่องคดีอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เรื่องคุณทักษิณ และรัฐประหารประดังมา 3-4 ปีโวยวายอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำให้ประชาชนคิดว่าหากมีเลือกตั้งจะเลือกใคร เขาก็ต้องเลือกพรรคที่ช่วยเขาได้

อนาคตพรรคเพื่อไทยจึงต้องรอดูว่ากฎหมายพรรคการเมืองจะออกมาอย่างไร มีกติกาเยอะแยะมากมาย เราก็ต้องเตรียมตัวเมื่อมีการปลดล็อก ซึ่งเขาต้องมั่นใจก่อนว่าพรรคเพื่อไทยจะเพลี่ยงพล้ำหรือเกิดความแตกแยก ถ้าปลดล็อกการเมืองพรรคเพื่อไทยคงมีการพูดคุยเป็นกิจจะลักษณะว่าจะเดินหน้าอย่างไรและมีนโยบายสู้ศึกการเลือกตั้งอย่างไร เราต้องเป็นความหวังให้กับประชาชนในการสร้างประเทศให้เจริญรุ่งเรืองในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากลจริงๆ

บทบาทคนในตระกูลชินวัตร

ผมคิดว่าท่านทักษิณคงไม่ได้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มที่ แต่คงจะให้คำแนะนำและสนับสนุนในรูปแบบอื่นๆมากกว่า เพราะกติกาบ้านเมืองไม่ได้เปิดช่องแบบเดิม ซึ่งพรรคก็ต้องรับฟังความเห็นของผู้มีประสบการณ์ทั้งอดีตนายกฯทักษิณและอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ที่จะให้คำแนะนำปรึกษาเรื่องนโยบาย การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพื่อไปสู่ยุคใหม่ของโลก

ผมคิดว่าตอนนี้ใครมีฝีมือก็ต้องพึ่งอดีตนายกฯทักษิณทั้งนั้น เพราะท่านบินไปทั่วโลก รู้จักธรรมชาติของนักลงทุนต่างชาติอย่างดี ได้พบอดีตผู้นำและผู้นำรุ่นใหม่หลายประเทศ อดีตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ท่านอาจให้คำแนะนำ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดโทษไว้หนักมากถ้าให้บุคคลภายนอกพรรคมาควบคุมกำกับพรรคการเมือง แต่ขอย้ำว่าเราต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกฝ่ายด้วย

ผู้นำพรรคเพื่อไทยคนใหม่

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บางช่วงอาจต้องการคนที่ประนีประนอม ผ่อนหนักเป็นเบา รู้เท่าทันคนอื่น แต่ต้องยึดมั่นความเป็นประชาธิปไตย ทำเพื่อประชาชนเหมือนเดิม ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนเร็วมาก ไม่ใช่ผู้มีอำนาจจะอยู่ค้ำฟ้าตลอดไป พรรคเพื่อไทยต้องการผู้นำที่มาจัดระเบียบจริงๆ ทำให้พรรคเข้มแข็ง และเป็นคนดีที่สังคมยอมรับ เราอยากได้คนที่เข้มแข็งมาเป็นผู้นำพรรค ไม่ใช่ดีแต่พูดหรือตลกไปวันๆ ผู้นำที่เอาจริงเอาจังและคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรวยมากมาย ต้องเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ประนีประนอม มันเข้าสู่การเมืองลักษณะเกี๊ยะเซียะ ซึ่งบางคนไม่ชอบ ไม่เช่นนั้นก็เดินไปข้างหน้าไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องดูกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายเลือกตั้งก่อนว่าออกมาอย่างไร โรดแม็พชัดเจนหรือยัง ผมคิดว่ารัฐบาล คสช. ไม่กล้าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกแล้ว

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็เป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยได้ เพราะท่านมีประสบการณ์เยอะแยะ ผมคิดว่าแม้ท่านจะเน้นธรรมะธัมโม แต่บทจะบู๊ก็เปลี่ยนเป็นบู๊ได้ เพราะบุคลิกมันเปลี่ยนได้ ส่วนคนอื่นๆในพรรคก็มีหลายคนที่มีความเหมาะสม มีความสามารถ

ส่วนคุณเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวอดีตนายกฯทักษิณ เท่าที่ผมประเมินแม้ท่านจะมีความรู้ ความสามารถ แต่ช่วงนี้พายุมันแรง ผมคิดว่าท่านดูออก คงเป็นแค่สมาชิกพรรคเพื่อไทย ท่านต้องดูสถานการณ์ให้รอบคอบก่อนว่าเข้ามาช่วงนี้เหมาะหรือไม่ ควรหรือไม่ เพราะประชาชนในประเทศก็แยกเป็นหลายฝ่าย แต่ละฝ่ายก็ยึดมั่นถือมั่น

จะมีอดีต ส.ส. ย้ายพรรคหรือไม่

จากการประเมินโอกาสที่อดีต ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยจะย้ายพรรคคงน้อย ฐานเสียงของพรรคที่มี ส.ส. มากคือภาคอีสานกับภาคเหนือ ภาคกลางก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้น ส่วนกรุงเทพฯยังกึ่งๆ ถ้าอดีต ส.ส. พวกนี้ย้าย ผมฟันธงว่าต้องสอบตกหมื่นเปอร์เซ็นต์แน่นอน เพราะกระแสต่างจังหวัดยังศรัทธาพรรคเพื่อไทยอยู่ ประชาชนเชื่อว่าเราแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เขาได้ ถ้าอดีต ส.ส. ของพรรคย้ายพรรคจริง ผมมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อพรรค เพราะเราจะมีผู้สมัครรายใหม่ซึ่งเป็นน้ำดีและเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยบ้านเมืองก็จะเข้มแข็งขึ้นมากขึ้น เรื่องย้ายพรรคจึงไม่น่าเป็นห่วง

มั่นใจปี 2561 มีเลือกตั้งแค่ไหน

ถ้าเราดูตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ประกาศใช้แล้วแต่เหมือนไม่ได้ใช้ เพราะยังมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ซ้อนอยู่ โรดแม็พต้องเริ่มต้นหลังจากทำกฎหมายลูกเสร็จก็ต้องเลือกตั้ง เป็นการยืนยันก่อนหน้านี้ แต่เราก็ยังเสียวไส้ เพราะถ้ารัฐบาล คสช. ยังอยู่ในอำนาจก็ต้องทำตามที่เขาเขียน สังเกตได้ว่าตอนนี้เขาเร่งทำทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กฎหมายก็ออกมาเรียบร้อย เรื่องปฏิรูปประเทศก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเรียบร้อย กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระก็ออกมาและใกล้จะเสร็จแล้ว รวมทั้งการจัดการพรรคเพื่อไทยก็เรียบร้อยเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีเหตุผลที่รัฐบาล คสช. จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก การเลือกตั้งน่าจะเป็นไปตามโรดแม็พคือปลายปี 2561 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น เพราะเขาต้องดูว่าสถานการณ์ได้เปรียบหรือไม่

ส่วนที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า การเลือกตั้งอาจเลื่อนไปปี 2562 พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ตื่นเต้นอยู่แล้วว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ลึกๆแล้วเราไม่เชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป เราไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีสัจจะวาจาอะไรที่น่าเชื่อถือหรือไม่

ถ้าไม่มีเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น

อย่างที่นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี พูดว่าตัวใครตัวมัน เขาอยู่ไม่ได้หรอกครับ จอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร ในอดีตร่างรัฐธรรมนูญแล้วฉีกทิ้งแล้วร่างใหม่อีก เขาก็อยู่ไม่ได้ ทำนองเดียวกัน ยิ่งเจอปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและมีปัญหาต่างๆอีกสารพัด ที่สำคัญสถานการณ์ขณะนี้ไม่เหมือนในอดีต ปัจจุบันประเทศต่างๆเจริญเติบโตขึ้น ถ้าไม่มีการเลือกตั้งต่างชาติก็จะบีบ ไปที่ไหนก็ไปไม่ได้ คุยกับใครก็ไม่ได้ แล้วประเทศไทยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คนยุคนี้มีการสื่อสารเยอะ ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีการเลือกตั้งเขาอยู่ไม่ได้แน่

พรรคเพื่อไทยกับการเลือกตั้ง

คนชนบทยังศรัทธาในตัวอดีตนายกฯทักษิณ ขณะที่ชาวนาก็ศรัทธาในตัวอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์มาก เพราะเห็นว่าถูกกลั่นแกล้ง ผมเชื่อว่าจะส่งผลให้มีคะแนนสงสารมากและยิ่งมีมากขึ้น ถ้ามีการปลดล็อกการเมืองเมื่อไร เราเชื่อว่านโยบายของพรรคจะทำให้ประชาชนสนับสนุน เมื่อมีการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะชนะอย่างถล่มทลายอีกครั้ง

ส่วนที่วิเคราะห์กันว่า คสช. ได้ล็อบบี้ทุกพรรคการเมืองเพื่อเตรียมจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในอนาคตและโดดเดี่ยวพรรคเพื่อไทยให้เป็นฝ่ายค้านนั้น ถือเป็นเรื่องปรกติ แต่พรรคก็ประเมินว่าหากมีการเลือกตั้งเราจะได้เกิน 250 เสียงจากทั้งหมด 500 คน ถ้าเราได้ 250 เสียงแล้วเราเป็นฝ่ายค้าน รัฐบาลชุดใหม่ก็อยู่ไม่ได้ เพราะเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องใช้เสียง ส.ส. ไม่ได้ใช้ ส.ว. แม้การเป็นนายกรัฐมนตรี 5 ปีแรก ส.ว. 250 คนจะมีส่วนเลือกด้วยก็ตาม แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจถ้าพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. 251 คนคือเกินกึ่งหนึ่ง แค่ พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินก็ไม่ผ่านแล้ว รัฐบาลก็ไปไม่ได้ ก็ต้องยุบสภา แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. 300 เสียงขึ้นไป ผมถามว่าพรรคอื่นๆจะมาร่วมหรือไม่ แล้ว ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งจะกล้าลงคะแนนเพื่อดึงนายกฯนอกหรือไม่ มันคงจะประจานกันอย่างอุตลุด

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นนายกฯคนนอกนั้น ผมคิดว่าดี ให้เป็นเลย อยากให้กล้าๆหน่อยครับ ดีกว่าใช้กระบอกปืนแล้วอ้างโน่นอ้างนี่ ขอให้ท่านเข้ามาเถอะ ถ้ามีความสามารถทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองได้ก็ขออนุโมทนาสาธุด้วย ยิ่งลงสนามเลือกตั้ง สนามประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นคนตัดสินยิ่งยินดีครับ


You must be logged in to post a comment Login