วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562
ข่าวด่วน
  • add friends

‘เปรมโมเดล’อยู่ยาว 8 ปี! / โดย ประชาธิปไตย เจริญสุข

On July 10, 2017
624-12

คอลัมน์ : ฟังจากปาก

ผู้เขียน : ประชาธิปไตย เจริญสุข

ต้องยอมรับความจริงว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถควบคุมสถานการณ์ความขัดแย้งให้อยู่ในความสงบมาจนถึงขณะนี้ได้ดี รวมทั้งเรื่องความมั่นคงต่างๆ เครื่องไม้เครื่องมือสำคัญคือมาตรา 44 นอกจากนี้ คสช. ยังประสบความสำเร็จในการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ออกมาบังคับใช้ แต่ก็มีสิ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรคือเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ปัญหาปากท้อง ความยากจน ที่ คสช. ยังไม่สามารถแก้โจทย์เหล่านี้ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่า ถ้าให้คะแนน เต็ม 10 คสช. น่าจะได้ 5 คะแนน เรียกว่าคาบลูกคาบดอก

ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นปัญหาใหญ่ของ คสช. ช่วง 3 ปี โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก พบว่าในภาคอีสานประชาชนบ่นกันมากเรื่องความยากจน ปัญหาปากท้องต่างๆ สภาพเศรษฐกิจทุกวันนี้ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารที่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ เช่น สหรัฐหรือกลุ่มยุโรป เขายังบอยคอตไม่คบค้าสมาคมกับเรา ทำให้ไม่สามารถส่งออกสินค้าไปยุโรปหรือสหรัฐได้ตามปรกติ รัฐบาล คสช. จึงหันไปสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน ไม่ว่าจะซื้อเรือดำน้ำ รถถัง หรือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

นอกจากนี้ยังล้มเหลวในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งสหรัฐยังจัดอันดับให้ไทยอยู่ในระดับเทียร์ 2 ที่ต้องจับตามองต่อไป เราต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา โดยเฉพาะการค้าประเวณี ไม่ว่าจะเป็นที่พัทยาหรือกรุงเทพฯ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐบางคนไม่บังคับใช้กฎหมาย แถมยังเข้าไปมีส่วนในผลประโยชน์ การแก้ปัญหาเป็นลักษณะผักชีโรยหน้า แค่ถนนราชดำเนินที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญด้านการท่องเที่ยวยังมีผู้หญิงมายืนขายบริการทางเพศอย่างโจ๋งครึ่มตลอดทั้งวัน โดยเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ทำอะไรเลย

จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร

ผมมองว่าคุณสมคิด (สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี) บริหารเศรษฐกิจแบบนายทุน ผลประโยชน์จริงๆ เม็ดเงินหลายแสนล้านบาทไหลไปสู่ผู้รับเหมา แต่คนยากจนจริงๆไม่ได้อะไรเลย หรือได้ก็น้อยมาก การทุ่มงบประมาณไปแก้ปัญหาความยากจนน้อยมาก เขาจะชูนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่เป็นเมกะโปรเจกต์ เม็ดเงินไปอยู่ที่กลุ่มทุนและผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่

ถามว่าถ้าเศรษฐกิจยังอยู่ในสภาพแบบนี้ไปเรื่อยๆจะเกิดอะไรขึ้น ผมเป็นห่วงว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำรอยวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขให้คนยากจนออกมาเคลื่อนไหว เพราะในประวัติศาสตร์การเมือง ถ้าประชาชนอดอยากไม่มีจะกิน เขาก็พร้อมที่จะสู้อำนาจรัฐที่มาจากปลายกระบอกปืน เพราะเขามีอยู่ 2 ทางคือ สู้เขายังรอด แต่ถ้าไม่สู้ก็อดตาย

ดังนั้น ถ้ารัฐบาลยังไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายที่จะช่วยเหลือคนระดับรากหญ้าจริงๆก็จะกระทบถึงเสถียรภาพของ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างรุนแรง ประวัติศาสตร์ทางการเมืองก็เห็นตัวอย่างแล้วจากกรณี 24 มิถุนายน 2475 เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หรือเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 มาจากเงื่อนไขเรื่องเศรษฐกิจทั้งนั้น

ปัญหาความยากจนถือว่ารัฐบาล คสช. สอบตก และวันหนึ่งคนยากจนอาจจะใช้อุดมการณ์ประชาธิปไตยเพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารก็ได้ ที่มีการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งเพราะเขาต้องการตัวแทนที่จะเป็นปากเสียงเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาปากท้องของเขา ถ้ารัฐบาล คสช. แก้ไม่ได้ก็อาจเป็นเงื่อนไขให้เกิดการต่อสู้ทางชนชั้นในอนาคตได้

ผมคิดว่าการรัฐประหารอาจแก้ปัญหาชาติได้หากเป็นอย่างสิงคโปร์ที่มีลี กวน ยู หรือมาเลเซียที่มีมหาธีร์ โมฮัมหมัด ขึ้นอยู่กับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช. เพราะรัฐบาลมีอำนาจรัฐเต็มที่อยู่แล้ว แต่ทีมเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพหรือไม่ ไม่ใช่มองเหรียญด้านเดียว พัฒนาแต่ส่วนหัวคือกรุงเทพฯ หัวมันก็โตขึ้นทุกวัน แขนขาที่เป็นชนบทก็ลีบลงทุกวัน คสช. ประกาศว่าจะลดความเหลื่อมล้ำ แต่ในทางปฏิบัติการใช้จ่ายงบประมาณหรืออะไรที่เป็นรูปธรรมไม่เห็นชัดเจนที่จะลดความเหลื่อมล้ำและกระจายความเจริญไปสู่ชนบท เมกะโปรเจกต์ส่วนใหญ่จะไปลงที่กรุงเทพฯ เพิ่งจะมีโครงการรถไฟความเร็วสูงที่โคราช ภาคอีสานหรือภาคใต้ที่ไกลปืนเที่ยงยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร

จะมีเลือกตั้งปี 2561 หรือไม่

หลายฝ่ายยังไม่มั่นใจ ผมคิดว่ามี 2 ประเด็นคือ ถ้าไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับระเบิด บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เชื่อว่ารัฐบาล คสช. คงจะให้มีการเลือกตั้ง แต่ถ้ายังมีระเบิด นักการเมืองไม่มีธรรมาภิบาล ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์อะไรอย่างนี้ ก็คงยังไม่มีเลือกตั้ง เท่าที่ผมดูเงื่อนไขขณะนี้ รัฐบาล คสช. คงยังไม่ปล่อยให้มีการเลือกตั้งปี 2561 เพราะจะทำให้ความขัดแย้งกลับมาอีก กลุ่มการเมืองแต่ละกลุ่มจะเอาหัวคะแนนมาสู้กัน

นอกจากนี้เรื่องการปฏิรูปประเทศก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่บอกว่าปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่ยังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมจริงๆเลย รัฐบาล คสช. คงจะทอดอำนาจยาวไปอีก 3-4 ปี ก่อนจะโอนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

ปฏิกิริยาต่างชาติเป็นอย่างไร

ถ้าหากปี 2561 ไม่มีการเลือกตั้ง ต่างประเทศเช่นสหรัฐและสหภาพยุโรปก็อาจใช้มาตรการทางการทูตมากขึ้น รุนแรงขึ้น อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องการค้ามนุษย์ บีบรัฐบาล คสช. เพื่อให้มีการเลือกตั้ง คิดว่า คสช. มี 2 ทางเลือกคือ 1.อยู่ยาวไปเรื่อยๆ ถ้ามีแรงกดดันจากต่างชาติมากๆจึงจะคายอำนาจให้มีการเลือกตั้ง หรือ 2.จัดตั้งรัฐบาลเองหลังการเลือกตั้ง โดยให้พรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังชลเป็นฝ่ายค้าน พรรคอื่นๆจับมือกับพรรคของ คสช. จัดตั้งรัฐบาล เชื่อว่าเขาพร้อมจะเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้งแล้ว

ข่าว คสช. ตั้งพรรคการเมือง

ผมมั่นใจ คสช. จะตั้งพรรคการเมืองในอนาคตแน่นอน ผมคิดว่ากลุ่มเนวินกับกลุ่มชิโน-ไทยพร้อมจะมาอยู่กับพรรค คสช. หาก พล.อ.ประยุทธ์จะตั้งพรรคการเมืองจริงๆ เพราะเขามี ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งในมือแล้วถึง 250 คน หากตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาแล้วไปเก็บตก ส.ส. จากพรรคต่างๆให้ได้ ส.ส. 70 เสียง ก็มีเสียง 320 เสียง หรืออาจได้เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ทางภาคใต้อีกสัก 50 เสียง รวมแล้ว 370 เสียง ก็สามารถตั้งรัฐบาลได้สบายๆ เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ประเด็นสำคัญคือมีพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนร่วมกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก พรรคฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังชล

กปปส. สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์

ที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งนั้น เพราะถ้าไปแข่งกันจริงๆคุณสุเทพก็คงเหนื่อย จึงต้องดัน พล.อ.ประยุทธ์แข่งกับพรรคเพื่อไทย แข่งกับทักษิณ ชินวัตร แข่งกับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะฐานเสียงทางภาคอีสานกับภาคเหนือเขาแข็งมาก ถ้ามีการเลือกตั้งเมื่อไร เสียงพรรคเพื่อไทยทางภาคอีสานและภาคเหนือมาแน่นอน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งไม่น่าจะมีปัญหานัก เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่บอบช้ำอะไร ไม่มีเรื่องคอร์รัปชัน จะมีปัญหาแค่ทีมเศรษฐกิจ ซึ่งผมขอฟันธงว่า ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ (อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา-อังค์ถัด) จะมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจร่วมกับทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยคุณกรณ์ จาติกวณิช พล.อ.ประยุทธ์จะมีความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ และมีอำนาจเต็มมือ เรียกว่าพยัคฆ์ติดปีก

จะสืบทอดอำนาจอีก 10 ปี

ที่อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล วิจารณ์ ผมคิดว่ารัฐบาลหลังเลือกตั้งอาจจะอยู่ยาวถึง 20 ปีด้วยซ้ำ เพราะตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นรูปแบบการเข้ามามีอำนาจแบบใหม่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง เป็นโมเดลเดียวกับสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยฝ่ายค้านจะเหลือไม่กี่เสียง พล.อ.ประยุทธ์อาจเป็นนายกรัฐมนตรียาวถึง 8 ปีแบบ “เปรมโมเดล” ที่รัฐบาลมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจก็เติบโต แต่ พล.อ.เปรมมีทีมเศรษฐกิจที่เก่งอย่าง ดร.วีรพงษ์ รามางกูร คุณเสนาะ อูนากูล

อนาคตประชาธิปไตยไทย

ประชาธิปไตยไทยเห็นชัดเจนว่า 20 ปีข้างหน้าจะเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ แม้มีการเลือกตั้งก็ยังมี ส.ว.แต่งตั้ง คงไม่เห็นภาพที่จะเป็นประชาธิปไตยแบบปี 2540 ที่มีการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ผมคิดว่าโมเดลนี้ประเทศไทยคงไม่ได้เจออีกแล้ว เราคงเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ คือประชาธิปไตยครึ่งใบ เพราะเห็นว่าประชาธิปไตยเต็มใบตั้งแต่ปี 2540 มีความขัดแย้งทางการเมืองสูง จุดประสงค์ของ คสช. ชัดเจนเรื่องความปรองดอง

 


You must be logged in to post a comment Login