- ตั้งสติให้ดี “โลกนี้ มีเกิด มีตาย”Posted 2 months ago
- อย่าหาเรื่องอยู่ร้อน นอนทุกข์Posted 2 months ago
- โลกธรรมPosted 2 months ago
- อนุโมทนา คนพิการสู้ชีวิตPosted 2 months ago
- สลายความเกลียดชังPosted 2 months ago
- สู้ดีกว่าลาโลกPosted 2 months ago
- ใช้คาถาพระพยอมบ้างPosted 2 months ago
- เสียงชื่นชมดีกว่าเขาด่าPosted 2 months ago
- ต้องใช้ยาแรงกับคนขายชาติPosted 2 months ago
- บทเรียนผู้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวPosted 2 months ago
เข้าใจอิสลามให้ถูกต้อง

คอลัมน์ : สันติธรรม
ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน
(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 17 ม.ค. 68)
พระเจ้าผู้สร้างมนุษย์กล่าวไว้ในคัมภีร์กุรอานว่ามนุษย์ถูกสร้างมาในสภาพอ่อนแอและไม่รู้ นี่เป็นความจริง ลูกสัตว์สี่เท้าคลอดออกมาไม่ถึงสองชั่วโมงก็สามารถลุกขึ้นเดินได้และรู้ว่าแม่ของมันตัวไหน แต่ทารกมนุษย์กว่าจะเดินได้ต้องใช้เวลาเกือบสองปี และหากคลอดมาแล้ว แม่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ให้นม ทารกก็ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้
เมื่อเติบโตขึ้นมา หากมนุษย์ไม่ได้รับความรู้ในเรื่องการใช้ชีวิต มนุษย์ก็จะใช้ชีวิตเหมือนคนป่า
ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระเจ้าส่งอาดัมมายังโลกนี้ พระองค์จึงทะยอยส่งแนวทางในการใช้ชีวิตมาให้มนุษย์ตั้งเริ่มแรก แนวทางนี้ไม่ถูกเรียกว่าศาสนา แต่เป็นวิธีการใช้ชีวิตที่ต้องเริ่มต้นด้วยการ “เชื่อในพระเจ้าองค์เดียว” และไม่เคารพกราบไหว้สิ่งใดนอกจากพระองค์ หลังจากเชื่อแล้วก็ต้อง “เชื่อฟังและปฏิบัติตาม” แนวทางที่พระองค์ส่งมาทางบรมครูที่เรียกว่า “นบี”
ในคัมภีร์กุรอาน เรารู้ว่าเมื่ออับราฮัมและอิชมาเอลสร้างบ้านของพระเจ้า(ก๊ะอฺบ๊ะฮฺ)เพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะพระองค์เสร็จตามคำบัญชาแล้ว อับราฮัมวิงวอนต่อพระเจ้าให้ตัวเขาและอิชมาเอลลูกชายเป็นผู้นอบน้อมยอมตนต่อพระประสงค์ของพระเจ้า นั่นคือ ถ้าพระองค์ใช้สิ่งใด เขาทั้งสองจะทำตาม และถ้าพระเจ้าห้ามสิ่งใด เขาทั้งสองจะงดเว้น
นี่คือรากเหง้าที่มาของความเชื่อและวัฒนธรรมร่วมกันของชาวยิว ชาวคริสเตียนและชาวมุสลิม
โมเสสไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งศาสนายูดาย แต่โมเสสมาประกาศเรื่องความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวและวางกฎในการดำเนินชีวิตของผู้ศรัทธาในพระเจ้า เมื่อโมเสสจากไป คำสอนของโมเสสที่ถูกจารึกไว้ได้รับความเสียหาย ผู้รู้ในหมู่ลูกหลานอิสราเอลจึงพยายามรวบรวมขึ้นมาใหม่ซึ่งผิดเพี้ยนไปจากของเดิมจนกลายเป็นคัมภีร์ของศาสนาที่มีชื่อว่า “ยูดาย”
นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพระเจ้าผู้ทรงเมตตาและผู้ทรงนำทางจึงส่งพระเยซูหรืออีซามาเพื่อยืนยันธรรมบัญญัติเดิม นั่นคือ การเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวและการเชื่อฟังธรรมบัญญัติของพระองค์ที่โมเสสนำมา พระเยซูไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งศาสนาคริสต์เช่นเดียวกับที่โมเสสไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งศาสนายูดาย และในคัมภีร์ไบเบิลไม่มีตรงไหนที่พระเยซูประกาศว่าตัวท่านเองเป็นพระเจ้าหรือเป็นบุตรของพระเจ้า
หลังสมัยพระเยซู ธรรมบัญญัติเดิมของพระเจ้าเริ่มผิดเพี้ยนไปจากเดิมอีกเพราะมีการสร้างแนวความคิดเรื่อง “ตรีเอกานุภาพ” ขึ้นมาแทนความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว
ด้วยเหตุนี้ หลังสมัยพระเยซู 570 ปี พระเจ้าจึงประทานคัมภีร์กุรอานให้แก่นบีมุฮัมมัดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ครอบคลุมพฤติกรรมของมนุษย์ทุกด้านตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นมาตรฐานทางศีลธรรมทั้งในเรื่องครอบครัว สังคม ตลอดจนความรู้เรื่องสิ่งเร้นลับต่างๆ เช่น วิญญาณ นรก สวรรค์ ทูตสวรรค์และซาตาน เป็นต้น และพระเจ้าประสงค์ให้คัมภีร์กุรอานเป็นธรรมนูญชีวิตมนุษย์ตลอดไปจนถึงวันสิ้นโลก
คำว่าอิสลามไม่เคยถูกเรียกโดยนบีคนใดก่อนหน้านบีมุฮัมมัด ในช่วงท้ายชีวิตของท่าน พระเจ้าได้บอกท่านว่า “แท้จริง แนวทางดำเนินชีวิตที่เป็นของพระเจ้านั้นคืออิสลาม” (กุรอาน 3:19) และ “วันนี้ ฉันได้ทำให้ความโปรดปรานของฉันเป็นที่สมบูรณ์แก่สูเจ้าแล้ว และฉันพอใจให้อิสลามเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสำหรับสูเจ้า และเราพึงพอใจให้อิสลามเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสำหรับสูเจ้า” (กุรอาน 5:3)
อิสลามจึงไม่ถูกเรียกว่าศาสนามุฮัมมัด แต่อิสลามเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่พระเจ้าประทานแก่มนุษย์มาตลอดตั้งแต่มีมนุษย์คนแรกบนโลกใบนี้คืออาดัมและเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในสมัยของนบีมุฮัมมัด การปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวทางในการดำเนินชีวิตที่คอยกำกับมุสลิมให้อยู่ในแนวทางจนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเท่านั้น
You must be logged in to post a comment Login