วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สสส. สานพลังภาคี เดินหน้าสิทธิ-สวัสดิการที่เป็นธรรม พัฒนาอาสาข้ามชาติ

On June 11, 2024

สวสช.-IOM หนุนเสริมนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตั้งคณะทํางานว่าด้วยสุขภาพผู้โยกย้ายถิ่นฐาน หรือ MHWG เสริมระบบสุขภาพแรงงานข้ามชาติในไทย สสส. ร่วมสานพลัง เดินหน้าสิทธิ-สวัสดิการที่เป็นธรรม พัฒนาอาสาข้ามชาติ 2,000 คน สื่อสารสุขลดอคติ ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน

ที่ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ประเทศไทย (International Organization for Migration: IOM) เปิดตัวคณะทำงานว่าด้วยสุขภาพผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (Migration Health Sub-Working Group — MHWG) โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคประชาสังคมต่าง ๆ ได้มีการเปิดตัวคณะทำงาน MHWG อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ สวรส. สสส. IOM ร่วมพิธีเปิดตัวคณะทำงาน

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 2 กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการดูแลทุกคนบนแผ่นดินไทย เห็นได้จากช่วงวิกฤตโควิด 19 นอกเหนือจากคนไทยที่ได้รับการดูแลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรอง การรักษาพยาบาล หรือการฉีดวัคซีนป้องกัน ประชากรข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทยก็ได้รับวัคซีนด้วย ซึ่งจาก 140 ล้านโดสที่ฉีดไป มีถึง 5 ล้านโดสเป็นจำนวนที่ฉีดให้กับประชากรข้ามชาติในประเทศไทย นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมีการให้บริการพื้นฐานด้านสุขภาพกับประชากรข้ามชาติ เช่น วัคซีนสำหรับเด็กเล็ก หรือวัคซีนบางตัวสำหรับผู้ใหญ่ที่ควรได้รับทั้งคนไทยและประชากรข้ามชาติ เพื่อการป้องกันโรค สร้างภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค, การเข้าถึงบริการคัดกรองโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ , ระบบหลักประกันสุขภาพ สำหรับผู้ที่ขึ้นทะเบียนแรงงานเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย

“ปัจจุบันมีการขยายบริการที่ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยมีหลักประกันสุขภาพ และมีสุขภาพที่ดี เมื่อเจ็บป่วยได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสม จึงเชื่อว่าการเปิดตัวคณะทำงาน MHWG จะช่วยสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ ทั้งในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร วิธีการทำงาน รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ประชากรข้ามชาติ ทั้งที่มีและไม่มีเอกสารแสดงตัวตนตลอดจนแสดงให้เห็นถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชากรข้ามชาติได้อีกทางหนึ่ง” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า หากมองด้วยความเป็นธรรม ประชากรข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในไทย เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ จึงจำเป็นต้องครอบคลุมถึงกลุ่มประชากรข้ามชาติที่เป็นแรงงานสำคัญด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ต้องดูแลทุกคนบนแผ่นดินไทย โดย สวรส. เป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพของประชากรข้ามชาติมาโดยตลอด ด้วยการเป็นแกนหลักในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและองค์การอนามัยโลก ค.ศ. 2022-2026 (WHO-RTG Country Cooperation Strategy : CCS) ซึ่งเป็นอีกโมเดลตัวอย่างของการทำงานร่วมกันในเรื่อง Migrant Health

นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อ โดยคณะทำงาน MHWG จะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ทุกฝ่ายนำศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพของประชากรข้ามชาติ ซึ่งวันนี้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลแล้ว โดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) รับรองว่า คณะกรรมการ MHWG เป็นกลไกที่จะช่วยพัฒนาสุขภาพคนพลัดถิ่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากนี้ คณะทำงาน MHWG จะเป็นตัวกลางในการเสนอแนวทางให้กับรัฐบาลว่าประเทศไทยควรดำเนินการอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้การดูแลผู้โยกย้ายถิ่นฐานมีทั้งความเป็นมิตร เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า สสส. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานว่าด้วยสุขภาพผู้โยกย้ายถิ่นฐาน ซึ่งที่ผ่านมา สสส. ได้สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะกลุ่มแรงงานข้ามชาติ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ตามที่ควรจะได้รับ โดยมีแนวทางการทำงานสำคัญที่ดำเนินงานร่วมกับภาคประชาสังคมมากกว่า 40 องค์กร 1.มุ่งลดอุปสรรค หรือปัญหาการเข้าถึงสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะสิทธิตามระบบหลักประกันสุขภาพ และประกันสังคม 2.พัฒนาศักยภาพแกนนำพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ให้มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ และสิทธิต่าง ๆ  2,000 คน สามารถสื่อสารข้อมูลสุขภาพไปยังชุมชน สถานประกอบการ แคมป์ก่อสร้าง ช่วยกระจายข้อมูล องค์ความรู้ที่ถูกต้องไปยังกลุ่มแรงงานได้อย่างกว้างขวาง

“ขณะนี้สังคมยังมีทัศนคติ ความเข้าใจต่อกลุ่มแรงงานข้ามชาติในทางลบ จากการสำรวจความคิดเห็นคนไทยต่อกลุ่มประชากรข้ามชาติ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างเดือน ก.พ. ปี 2566 – ก.พ. ปี 2567 มองว่ากลุ่มแรงงานข้ามชาติทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากร 22.9% ควรมีการจัดโซนนิ่งแยกกันอยู่กับคนไทย 62.2% ไม่สบายใจหากคนในครอบครัวคบหากับประชากรข้ามชาติ 48.9% ดังนั้นเพื่อลดอคติ และสร้างความเข้าใจการอยู่ร่วมกัน สสส. เตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน และมุ่งสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพกลุ่มแรงงานข้ามชาติ” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

Géraldine Ansart หัวหน้าสำนักงาน องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) สำนักงานประเทศไทย และผู้แทนคณะทำงานว่าด้วยสุขภาพผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (MHWG) กล่าวว่า หมุดหมายสำคัญของคณะทำงาน MHWG ในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพเพื่อผู้โยกย้ายถิ่นฐาน คือการมุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งการบรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของผู้โยกย้ายถิ่นฐาน โดยคณะทำงาน MHWG มุ่งเน้น 3 เรื่องหลักๆ คือ 1. การสนับสนุนการพัฒนาและส่งเสริมนโยบายที่เปิดกว้างและมีส่วนร่วมสำหรับผู้โยกย้ายถิ่นฐาน 2. การยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพประกันสุขภาพ และระบบสุขภาพของผู้โยกย้ายถิ่นฐาน 3. การสร้างเสริมบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ (อสต.) ในระบบบริการสุขภาพ ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นคณะทำงาน MHWG ได้มีการรวมกันเป็นกลุ่มย่อย ภายใต้ UNNM ว่าด้วยการเข้าถึงวัคซีนโควิด 19 สำหรับผู้โยกย้ายถิ่นฐาน ทั้งนี้จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้เห็นบทเรียนแล้วว่า ไม่มีใครปลอดภัย ถ้าทุกคนไม่ปลอดภัย


You must be logged in to post a comment Login