วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567

พิชิตอะไรไม่ยิ่งใหญ่เท่าพิชิตใจคน

On January 12, 2024

คอลัมน์ : สันติธรรม

ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่  12 ม.ค.  67)

หลังจากการบุกโจมตีเมืองยัษริบ(มะดีนะฮฺ)ครั้งใหญ่ที่สุดของชาวมักก๊ะฮฺในสงครามสหพรรคประสบความล้มเหลวและเผ่ายิวที่คิดคดทรยศมุสลิมถูกปราบปรามแล้ว นบีมุฮัมมัดก็คิดที่จะยึดมักก๊ะฮฺคืนเพื่อทำให้ก๊ะอฺบ๊ะฮฺเป็นสถานที่เคารพสักการะพระเจ้าที่แท้จริงแต่เพียงพระองค์เดียว

เดิมที ก๊ะอฺบ๊ะฮฺเป็นสถานที่ที่พระเจ้าสั่งให้อับราฮัมสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะพระองค์แต่เพียงผู้เดียว  แต่ต่อมา  ด้วยความหลงผิด ชาวอาหรับผู้เป็นลูกหลานของอับราฮัมได้นำเอารูปเคารพมากมายมาตั้งในก๊ะอฺบ๊ะฮฺและบูชารูปเคารพเหล่านั้น  แต่เมื่อนบีมุฮัมมัดได้รับคำบัญชาจากพระเจ้าให้มาประกาศว่า “ไม่มีสิ่งใดที่คู่ควรแก่การเคารพสักการะนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียว”  นบีมุฮัมมัดก็ถูกต่อต้าน ถูกคว่ำบาตรและถูกวางแผนลอบสังหารจนต้องอพยพจากมักก๊ะฮฺไปยังเมืองยัษริบ

หลังการทำสนธิสัญญาสันติภาพในปี ฮ.ศ.6  ฝ่ายมักก๊ะฮฺได้ทำลายสัญญาโดยพันธมิตรของเผ่ากุเรชได้โจมตีพันธมิตรของมุสลิม  ดังนั้น  นบีมุฮัมมัดจึงสั่งประกาศรวมพลเพื่อพร้อมทำสงคราม

วันที่ 10 เดือนรอมฎอน ฮ.ศ.8 นบีมุฮัมมัดพร้อมกับสาวกจำนวน 10,000 คนซึ่งเป็นการรวมพลครั้งใหญ่ที่สุดออกเดินทางสู่มักก๊ะฮฺโดยทุกคนถือศีลอด  แต่ก่อนถึงเมืองมักก๊ะฮฺ  ท่านได้ละศีลอดให้สาวกได้เห็น  สาวกจึงละศีลอดตามท่าน  ในตอนกลางคืน  นบีมุฮัมมัดได้สั่งสาวกของท่านให้จุดกองไฟบนเนินเขารอบก๊ะอฺบ๊ะฮฺให้มากที่สุดเพื่อลวงตาชาวมักก๊ะฮฺว่าฝายมุสลิมมีจำนวนมาก

เมื่ออบูซุฟยานหนึ่งในหัวหน้าชาวมักก๊ะฮฺรู้ข่าวการมาของนบีมุฮัมมัด  เขาจึงออกมาสังเกตการณ์และถูกจับกุมตัวมาหานบีมุฮัมมัด  เมื่อเห็นกองทัพมุสลิมและกำลังพลของเผ่าต่างๆเดินผ่านหน้านบีมุฮัมมัด  เขารู้ว่าฝ่ายมักก๊ะฮฺไม่อาจต้านทานได้  เขาจึงเข้ารับอิสลามทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นศัตรูตัวฉกาจของนบีมุฮัมมัด  หลังจากนั้น  นบีมุฮัมมัดได้อนุญาตให้เขากลับเข้าไปยังมักก๊ะฮฺ

มักก๊ะฮฺมีทางเข้าสี่ทาง  นบีมุฮัมมัดสั่งสาวกของท่านให้กระจายกำลังกันเข้ามักก๊ะฮฺทุกทาง  ท่านกำชับสาวกของท่านมิให้ทำร้ายชาวเมืองถ้าไม่มีการต่อต้าน และเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่อบูซุฟยานหัวหน้าชาวเมืองมักก๊ะฮฺ  นบีมุฮัมมัดได้ประกาศว่าใครที่ต้องการความปลอดภัย ให้ไปอยู่ในบ้านของอบูซุฟยาน  แม้จะมีคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งต่อต้าน  แต่ก็ถูกปราบจนสงบ

เมื่อเข้าเมืองมักก๊ะฮฺได้  นบีมุฮัมมัดจะเข้าไปในอาคารก๊ะอฺบ๊ะฮฺ   แต่เนื่องจากประตูก๊ะอฺบ๊ะฮฺปิดอยู่และกุญแจประตูอยู่ในการดูแลของชาวมักก๊ะฮฺตระกูลหนึ่ง  ท่านจึงสั่งให้เอากุญแจมาเปิด  และเมื่อเปิดแล้ว  ท่านได้คืนกุญแจประตูก๊ะฮฺบ๊ะฮฺให้แก่ผู้ถือกุญแจ  ด้วยการปฏิบัติเช่นนั้น  ทุกวันนี้ กุญแจประตูเข้าก๊ะฮฺบ๊ะฮฺจึงอยู่ในการดูแลของคนในตระกูลนี้ตลอดมา  แม้กษัตริย์ซาอุดิอาระเบียในปัจจุบันจะเข้าไปในก๊ะอฺบ๊ะฮฺก็ต้องไปขอกุญแจจากคนดูแลกุญแจในตระกูลนี้

ข้างผนังด้านในก๊ะอฺบ๊ะฮฺนอกจากมีรูปเคารพมากมายแล้ว  บนผนังยังมีรูปวาดนบีอิบรอฮีมและอิสมาอีล และรูปวาดทูตสวรรค์ตามจินตนาการของชาวอาหรับด้วย  นบีมุฮัมมัดได้สั่งลบรูปวาดดังกล่าวและทำลายรูปเคารพทั้งหมด  แต่เทวรูปฮุบัลซึ่งถูกถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งมักก๊ะฮฺทำด้วยหินขนาดสูงใหญ่  นบีมุฮัมมัดไม่สามารถทุบทำลายด้วยตัวเอง  ท่านจึงสั่งให้สาวกคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนบ่าเทวรูปและทุบทำลายโดยที่ไม่มีชาวมักก๊ะฮฺคนใดเข้ามาขัดขวาง

ขณะที่ชาวเมืองมักก๊ะฮฺยืนนิ่งรอดูว่านบีมุฮัมมัดจะทำอะไรต่อไป พวกเขาคิดว่านบีมุฮัมมัดจะลงโทษแก้แค้นคนที่ทำร้ายท่านและมุสลิม นบีมุฮัมมัดได้ถามอบูซุฟยานถึงเหตุผลที่เขายอมรับอิสลาม  เขาตอบว่า ”มันชัดเจนแล้วว่ารูปเคารพเหล่านั้นไม่มีอำนาจใดๆ พระเจ้าที่แท้จริงคืออัลลอฮฺ”  ดังนั้น นบีมุฮัมมัดจึงถามชาวมักก๊ะฮฺว่า “พวกท่านหวังอะไรจากฉันในวันนี้?”

ชาวมักก๊ะฮฺตอบว่า “ความเมตตา  โอ้ นบีของอัลลอฮฺ  เราไม่หวังสิ่งใดนอกจากความดีจากท่าน”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น  นบีมุฮัมมัดจึงกล่าวว่า “วันนี้ฉันจะพูดกับท่านเหมือนกับที่ยูซุฟ(โยเซฟ)พูดกับพวกพี่ๆของเขา  ฉันจะไม่ทำร้ายพวกท่านและอัลลอฮฺจะให้อภัยพวกท่านเพราะพระองค์เป็นผู้ทรงเมตตาและเป็นผู้ที่ทรงรัก  ไปได้แล้ว พวกท่านเป็นอิสระ”

หลังจากพิชิตมักก๊ะฮฺแล้ว  นบีมุฮัมมัดยังคงอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสิบวันในเดือนรอมฎอนก่อนเดินทางกลับสู่เมืองมะดีนะฮฺ


You must be logged in to post a comment Login