วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567

สิ่งท้าทายใหม่ๆในแผ่นดินใหม่

On December 1, 2023

 คอลัมน์ : สันติธรรม

ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่  1ธ.ค.  66 )

เมื่อนบีมุฮัมมัดผู้ไม่รู้หนังสือเริ่มปฏิบัติภารกิจเผยแผ่อิสลามในมักก๊ะฮฺ  พระเจ้าได้กำชับท่านมิให้พูดจาดูหมิ่นสิ่งที่ชาวเมืองมักก๊ะฮฺเคารพกราบไหว้  ส่วนพวกลูกหลานอิสราเอลนั้น พระเจ้ากำชับท่านให้ใช้การตักเตือนที่ดีและมีเหตุผล

ก่อนนบีมุฮัมมัดอพยพไปยังเมืองยัษริบ(มะดีนะฮฺ)  ที่นั่นมีกลุ่มลูกหลานอิสราเอลสามเผ่าอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนแล้ว  คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ชาวอาหรับ  มีความภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของตนที่เป็นนบีและเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ในคัมภีร์ทางศาสนา   เมื่อนบีมุฮัมมัดเข้าไปหาคนกลุ่มนี้  ท่านเรียกคนเหล่านี้ด้วยความให้เกียรติว่า “บนีอิสรออีล” (ลูกหลานอิสราเอล) และในบางครั้งก็เรียกว่า “อะฮฺลุลกิตาบ” (ชาวคัมภีร์)  ท่านยังไม่เรียกคนกลุ่มนี้ว่า “ยะฮูด” (ยิว)

ในปีแรกที่อยู่ในเมืองยัษริบ  นบีมุฮัมมัดเห็นพวกลูกหลานอิสราเอลหันหน้าไปยังเมืองเยรูซาเล็มเมื่อนมัสการพระเจ้า   ท่านถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นรุ่นพี่ในเรื่องของความศรัทธา  ท่านจึงสั่งมุสลิมให้หันหน้าไปยังเมืองเยรูซาเล็มในเวลาละหมาดทั้งๆที่ใจของท่านอยากจะหันไปยังก๊ะอฺบ๊ะฮฺที่อยู่ในเมืองมักก๊ะฮฺ  และเมื่อท่านเห็นพวกลูกหลานอิสราเอลถือศีลอด แม้ในตอนนั้นยังไม่มีบทบัญญัติการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนของมุสลิมก็ตาม  แต่นบีมุฮัมมัดก็สั่งสาวกของท่านให้ปฏิบัติตามพวกลูกหลานอิสราเอล

นบีมุฮัมมัดพยายามทำความเข้าใจกับพวกลูกหลานอิสราเอลว่าท่านเป็นนบีที่ถูกกล่าวไว้ในคัมภีร์ของพวกเขาและสิ่งที่ท่านนำมาเผยแผ่สั่งสอนนั้นมาจากพระเจ้าองค์เดียวกับที่ประทานคัมภีร์แก่นบีผู้เป็นบรรพบุรุษของพวกเขา   แต่ด้วยความทะนงและรู้ว่านบีมุฮัมมัดไม่รู้หนังสือ พวกลูกหลานอิสราเอลจึงไม่ยอมรับ  ไม่เพียงเท่านั้น  คนพวกนี้ยังสมรู้ร่วมคิดกันต่อต้านท่านอย่างรุนแรงด้วย

เมื่อพวกลูกหลานอิสราเอลปฏิเสธนบีมุฮัมมัดก็เท่ากับปฏิเสธพระเจ้า  ดังนั้น  เพื่อที่จะแยกมุสลิมออกจากพวกลูกหลานอิสราเอล ในปีที่สองของการอพยพไปยังยัษริบ  พระเจ้าจึงสั่งให้นบีมุฮัมมัดหันหน้าไปยังก๊ะอฺบ๊ะฮฺในเวลาละหมาด  และถือศีลอดตามแบบมุสลิม คือ อดอาหารตั้งแต่ก่อนแสงอรุณปรากฏจนถึงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ซึ่งผิดกับพวกลูกหลานอิสราเอลที่ถือตลอดทั้งวัน  เมื่อละศีลอดตอนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้วก็ถือศีลอดต่อ

การเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติศาสนกิจนี้เองที่ทำให้พวกลูกหลานอิสราเอลไม่พอใจและตำหนิท่าน และเมื่อพวกลูกหลานอิสราเอลไม่เชื่อในคัมภีร์กุรอานที่พระเจ้าประทานมา  แต่ยังคงเชื่อในคัมภีร์ที่คนรุ่นก่อนเขียนขึ้น  ท่านจึงเรียกคนพวกนี้ว่า “ยะฮูด” (ยิว)

อย่างไรก็ตาม  มีบางคนในหมู่ลูกหลานอิสราเอลทึ่ศึกษาคัมภีร์เดิมของตนและได้ฟังคำสอนของนบีมุฮัมมัด จึงเกิดความเชื่อมั่นศรัทธาและหันมารับนับถืออิสลามก็มี แต่น้อยมาก

คัมภีร์กุรอานได้เปิดเผยพฤติกรรมสามหาวและทะนงตนของชาวยิวต่อพระเจ้าไว้หลายตอน เช่น ชาวยิวกล่าวว่า “เราเป็นบุตรของพระเจ้าและเป็นที่รักของพระองค์” บางครั้ง  ชาวยิวอ้างว่าอับราฮัมเป็นยิวเพื่อให้ชาวอาหรับภูมิใจในความเป็นยิว  แต่คัมภีร์กุรอานปฏิเสธว่าอับราฮัมมิใช่ยิว  บางครั้ง  ชาวยิวอ้างว่า “เราเป็นบุตรของพระเจ้าและเป็นที่รักของพระองค์” และ “ไฟนรกจะไม่สัมผัสเรา และถ้าหากมันจะสัมผัสเรา  มันก็จะเป็นเพียงสองสามวันเท่านั้น” บางที ชาวยิวก็กล่าวว่า “พระเจ้ายากจน  แต่พวกเรานั้นมั่งคั่ง”

นอกจากพวกลูกหลานอิสราเอลแล้ว  ยังมีกลุ่มเกิดใหม่เป็นหอกข้างแคร่ของนบีมุฮัมมัดอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกว่า “มุนาฟิก” (คนตลบตะแลง)  คนกลุ่มนี้นำโดยผู้ที่กำลังจะได้รับการแต่งตั้งจากชาวเมืองให้เป็นผู้นำ  แต่เมื่อตัวแทนของชาวเมืองยัษริบมาทำฮัจญ์และถูกตาต้องใจนบีมุฮัมมัด  จึงเชิญท่านไปเป็นผู้นำชาวเมืองยัษริบ  ความหวังที่จะได้เป็นผู้นำของคนผู้นี้จึงพังทลายลง  แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะเก็บความรู้สึกไม่พอใจไว้เพื่อรอกำจัดนบีมุฮัมมัดเมื่อสบโอกาส


You must be logged in to post a comment Login