วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ระวัง​ “วิปฏิสาร”

On March 20, 2023

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม

ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่  20 มี.ค. 66 )

ไม่นึก ไม่ฝันว่า เมืองไทยจะมีข่าวใหญ่เรื่องการถอนแจ้งจับของศาลที่มีต่อส.ว.ที่มีการพาดพิงกันไปว่า คงช่วยกัน ระดับพล.ต.อ.ข่าวว่าอย่างนั้นน่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องช่วยกันจริงๆ ประเทศก็สวิงไปสู่การหมดสภาพความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรม เพราะเมื่อตาชั่งลองแกว่งไม่ซื่อตรงต่อหน้าที่ก็ไปเข้ากับยุคที่พระพุทธเจ้าเคยพยากรณ์ว่า ต่อไปเมื่อมนุษย์ไร้ศีลธรรม ไม่ประกอบด้วยศีลธรรมก็จะเกิดกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม

คือ ศาล ผู้พิพากษา อัยการต่างๆ จะกลายเป็นม้า 2 ปาก คำว่า ม้า 2 ปากนี่ เป็นคำทำนายของพระพุทธเจ้าต่อพระสุบินหรือฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ฝันว่า เห็นม้าตัวเดียวมันมี 2 ปาก คนเลี้ยงเหนื่อยมากต้องหาหญ้าป้อนปากเดียวก็จะแย่ แต่นี่ 2 ปาก ท่านก็เลยหมายถึงว่า พอมนุษย์ไร้ศีลธรรม ไม่ประกอบด้วยศีลธรรมก็จะมีผู้พิพากษา อัยการ กินทั้งโจทย์ ทั้งจำเลยว่างั้นเถอะ เรียกว่า คดีมันพลิกได้ด้วยเงิน ซึ่งเงินเดือนก็ได้ ไปติดค่าสินบนอะไรกันอีกก็ได้ จึงเรียกว่า เหมือนม้า 2 ปาก

ในยุคนี้มันก็มีอย่างนั้นจริงๆด้วย บางทีทนายก็มารับจะว่าความให้ฟรีอย่างนั้น อย่างนี้ ที่จริงไปรับฝ่ายคู่ตรงข้ามมาว่า ถ้าเดินเรื่องให้แพ้ก็จะได้เท่านั้น เท่านี้ ถ้าเดินเรื่องชนะก็ไม่ได้อะไร หรือได้น้อยกว่า เลยทำให้คู่ความแพ้โดยที่ไม่ควรจะแพ้ ทั้งๆที่มีประเด็นสู้ก็ไม่สู้ ไปสู้ประเด็นที่แพ้ ประเด็นชนะไม่หยิบเอาไปสู้ อันนี้เป็นลักษณะพิเศษของทนายความบางคน บางกลุ่ม บางสถาบัน เรียกว่า บางสำนักทนายความที่มีความโลภ ความงกเป็นหลัก ไม่มีปักหลักอยู่กับความยุติธรรม

ก็จะเกิดขึ้นอย่างตอนนี้ ซึ่งใครจะไปนึก ไปฝันว่า อยู่ๆก็มาถอนแจ้งจับ แล้วใครเป็นคนไปถอนได้ ช่วยกันยังไงถึงถอนได้ หรือว่า เป็นใหญ่ เป็นโตแล้ว คุกตะรางไม่มีความหมาย คดีแพ้เป็นชนะ คดีเสียหายเป็นได้ เสียหายแก่บ้านกับเมืองแต่กลับเป็นได้ประโยชน์ไปซะ เป็นเรื่องที่ความไม่ยุติธรรม ความไม่ซื่อตรงต่อหน้าที่จึงมีข่าวว่า ก็ยอมรับกันแล้วเดี๋ยวนี้ว่า ผู้พิพากษาโดนไล่ออกว่างั้นเถอะ โดยไล่ออกไปก็มี

ผู้พิพากษา ตุลาการอะไรต่างๆ คือ ตอนนี้ความไม่เป็นธรรมเนี่ย มันทำให้เกิดคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์  เกิดสายไหมต้องรอด หรือกัน จอมพลัง หรือโยมผู้หญิงที่ชื่อ ต๋อย หรือก้อย ที่ไปรับทำงานเหมาในค่ายทหารบกแล้วก็ถูกโกงค่าแรง ค่าหินทรายปูเหล็กหมดไปตั้ง 30 กว่าล้านบาท แต่แกเป็นนักสู้ๆแบบชนิดที่ลอบยิงก็ยังสู้ โดนข่มขู่ก็ยังสู้ เพราะฉะนั้น เวลานี้อยากจะฝากบอกเจ้าหน้าที่ๆทำหน้าที่ด้านกฎหมายเนี่ยระวังคำว่า “วิปฏิสาร” ทำงานกับความยุติธรรมแล้วไม่ได้รับความปลื้มปิติปราโมทย์

แต่กลับรับความวิปฏิสาร ซึ่งวิปฏิสาร คือ อะไร ร้อนใจ เสียใจในภายหลังต่อการกระทำที่ไม่ซื่อตรง โกงๆ คดๆ ทรยศกับลูกความ จะทำให้เกิดวิปฏิสาร เมื่อมีการแฉกันเมื่อไร ตอนนี้เชื่อมั่นกันแล้วว่า พวกที่ช่วยกันเนี่ยปกป้องกันให้ผิดเป็นถูก ให้ถูกเป็นผิดอะไรก็ตาม รวมแล้วคำว่า วิปฏิสาร ต้องร้อนใจนี่ คงมีคนหลายคนต้องร้อนใจกับเรื่องที่พยายามดิ้นสู้ ทั้งๆที่รู้ว่า มันแพ้แล้ว เพราะมันเป็นความจริงว่า ทุกอย่างมันชัดเจนมีหลักฐาน แต่ว่า ความเจ้าเล่ห์ วิชามารสู้จัด

ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมตอนนี้มันเหมือนกับทุกๆหน่วย พระก็หมดความน่าเชื่อ ศรัทธา ทหาร ตำรวจก็หมดความน่าเชื่อถือ ศรัทธา นักการเมืองก็เป็นเช่นนั้น แต่มาทีนี้มาถึงจุดสำคัญของประเทศชาติ ถ้าศาลสถิตยุติธรรมไม่น่าเคารพ ไม่น่าเชื่อถืออย่างที่เราเคยพูดกันว่า เคารพศาล ตัดสินยังไงก็รับอย่างนั้น แต่ตอนนี้เริ่มมีคนตัดสินแล้วไม่ยอมรับ เขาขอสู้ความจริง สู้จนกระทั่งอีกฝ่ายหนึ่งมึน ตอบไม่ถูก ตอบไม่เป็น เพราะไม่นึกว่า จะเจอคนกล้า คนขุดคุ้ย

เรียกว่า คนหาข้อมูลเอามาประจานต่อการตัดสินที่ไม่เที่ยงธรรมจนต้องเกินคำว่า วิปฏิสาร คือ นั่งร้อนใจ นั่งทุกข์ใจ ไม่ได้นั่งอิ่มเอมเปรมใจ ปิติปราโมทย์ ขอให้ 2 ฝ่ายเนี่ย เลือกเอาฝ่ายที่ดีที่สุดไว้ เลือกเอาฝ่ายที่ดีที่สุดไว้ คือ ทำงานแล้วสบายใจ โปร่งใจ โล่งใจ แล้วมีความปิติปราโมทย์ ไม่มานั่งหดหู่ ร้อนรนทนทุกข์กับความผิดพลาดเสียหายในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความยุติธรรม ขอให้ประเทศไทยพ้นผ่านกระบวนการไม่ยุติธรรมให้พ้นไปซักทีเถอะ อย่าให้พวกที่รู้กฎหมายแล้วใช้เจ้าเล่ห์เพทุบายเอาชนะไปอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login