วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2567

พ.ร.บ.อากาศสะอาด ทางรอดเพื่อสุขภาพของคนไทย

On March 17, 2023

“บิลลี่ป่วยเพราะฝุ่นเยอะและเราต้องการรัฐบาลที่ดีมาจัดการเรื่องฝุ่น รอเลือกตั้งอยู่ รอเลือกตั้งอยู่ อากาศที่เราหายใจต้องมีคนรับผิดชอบชีวิตของพวเรา” เติร์ด Tilly Birds กล่าว

วิกฤติหมอกควันภาคเหนือทำเด็ก 4 ขวบ เลือดกำเดาไหลไม่หยุด : ข่าวจาก BBC NEWS ไทย

จากข้อความข้างต้นคือตัวอย่างของคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ที่มีผลต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข จึงเป็นที่มาของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่จะเป็นการวัดใจว่ารัฐบาลใหม่จะให้ความสำคัญเรื่องฝุ่น PM2.5 หรือไม่


ที่ผ่านมาบริษัทที ลิสซิ่ง จำกัด ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และเครือข่าย ได้ร่วมจัดกิจกรรม”ที ลิสซิ่ง เปื้อนยิ้ม เพิ่มห่วงใย ตรวจสภาพจักรยานยนต์ ฟรี ครั้งที่ 5” ภายในงานได้มีการจัดการเสวนาในหัวข้อ “เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 ”

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่ซับซ้อน จะรอภาครัฐมาแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ดังนั้นภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมาเข้าร่วมช่วยกัน โดยบทบาทของ สสส. จะทำหน้าที่ชักชวนผู้เกี่ยวข้องมาช่วยกันและหาทางออกในการแก้ปัญหาสุขภาพในระยะยาว

“เป็นที่ทราบกันดีว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในปัจจุบัน ส่งผลอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง องค์การอนามัยโลกได้ประกาศเตือนถึงผลร้ายที่สำคัญ คือ ทำให้คนที่มีโรคระบบการหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ ทั้งโรคจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ โรคหืด โรคถุงลมโป่งพอง และอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร” นายชาติวฒิ กล่าว

สสส. จับตาประเด็นฝุ่น PM2.5 มาอย่างต่อเนื่อง เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มุ่งสานพลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการทำงานตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับวิชาการ ไปจนถึงระดับนโยบาย ซึ่งนอกจากพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างสาหัสแล้วกรุงเทพมหานครก็ประสบปัญหาหนักเช่นกัน โดยหนึ่งในสาเหตุหลักเกิดจากการคมนาคมขนส่ง สสส. จึงสานพลังกับภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เช่น ที ลีสซิ่ง, เอ็ม บี เค, ฮอนด้า, ยามาฮ่า, ศวอ. และ คพ. ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยการนำแนวคิดมาจากเขตควบคุมมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ที่มีต้นแบบจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษมาประยุกต์ใช้ เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูอากาศสะอาดและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังได้มีการกล่าวถึง พ.ร.บ.อากาศสะอาด นายชาติวุฒิ กล่าวว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะเป็นกลไกที่สำคัญ ที่จะทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการมีการสื่อสารที่เข้มข้นมากขึ้น ผู้คนจะเข้าใจถึงปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ดีมากขึ้น เรามีกระบวนการ มีความรู้เยอะ หากได้ภาคเอกชนเข้ามาเป็นทีมสื่อสาร เป็นทีมช่วยจัดการช่วยทำให้ปัญหาคลี่คลายไปได้มากขึ้น


พ.ร.บ.อากาศสะอาดในตอนนี้เป็นปิดสมัย ครม. ตนคิดว่าในเวลาดังกล่าวจะมีการพัฒนา พ.ร.บ.ให้มีความลุ่มลึกมากขึ้นหรือข้อเสนอต่างๆที่มันจะช่วยให้เรามีอากาศสะอาดมากขึ้น จึงอยากจะฝากให้พวกเรา ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญของ พ.ร.บ.ตัวนี้ แล้วก็ช่วยให้ตัว พ.ร.บ.มันสามารถคลอดออกมาได้จริงและใช้ได้จริง เพราะประเทศต้องการกฎหมายอากาศสะอาดเป็นเกราะคุ้มครองสุขภาพพวกเรา ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้

พ.ร.บ.อากาศสะอาดนำไปใช้และสามารถกำกับติดตามทุกภาคส่วนได สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดปัญหาต้นน้ำที่สุดท้ายมีผลกระทบต่อทุกคนไม่ว่าจะเป็นพวกเรา เด็ก ผู้สูงวัยที่มีความเปราะบางเรื่องสุขภาพมาก เราเห็นตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมาประกาศว่า มีประชชนจำนวนหนึ่งล้านสามแสนกว่าคนที่ประสบโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่มีต้นเหตุมาจากมลพิษทางอากาศ นี่เป็นเสียงแจ้งเตือนถึงพวกเราทุกคนว่าการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.อากาศสะอาด การแก้ไขปัญหาที่ต้นทางหรือแม้กระทั่งวันนี้ที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสุดท้ายมันเป็นกลไกที่จะช่วยให้พวกเรามีอากาศสะอาดมากขึ้น

นายชาติวุฒิ กล่าวว่า ขั้นตอนของ พ.ร.บ.อากศสะอาดตอนนี้จะต้องมาเริ่มต้นกันอีกครั้ง ตอนนี้อยู๋ในช่วงข้อมูลเพิ่มเติมที่จะนำเสนอตัวร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ แนอกจานี้ตนคิดว่าขณะนี้มีหลายภาคส่วนรวมทั้งพรรคการเมืองให้ความสนใจในตัว พ.ร.บ.คิดว่าใน ครม.สมัยหน้าเราน่าจะมีข่าวดีเรามีนักการเมือง นักนโยบายที่มีวิสัยทัศน์ที่ดีให้ความสนในเรื่องของอากาศสะอาดมากขึ้นคิดว่าปีนี้เป็นปีที่แรงมากที่เราเห็นสัญญาณต่างๆที่ชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะจำนวนผู้ป่วยว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้าง เราจะได้พลังเสียงของประชาชนสสนับสนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาดนี้จะเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน ทุกกระทรวง เพื่อให้ทุกส่วนเข้ามีมาส่วนในการแก้ไขปัญหา บทบาทหน้าที่ของแต่ละกระทรวงจะมากขึ้นแล้วเราจะเห็นพาร์ทของการทำงานที่เกาะติดช่วยทำให้อกาศสะอาดมากขึ้น ซึ่งทาง สสส. จะพยายามผลักดันเรื่องของ พ.ร.บ.อากาศสะอาดอย่างต่อเนื่องแม้ว่าในช่วงนี้กำลังอยู่ในสภาวะใกล้มีการเลือกตั้งก็ตาม

นายชาติวุฒิ ได้แนะนำว่า การใช้ชีวิตของประชาชนท่ามกลางปัญหาฝุ่นPM2.5 ประชาชนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรใช้หน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพ ด้วยการสวมหน้ากาก 2ชั้น หรือใช้หน้ากากN95 หรือหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง

ด้าน นางสาวนุชจริยา อรัญศรี ผู้อำนวยการส่วนมลพิษจากยานพาหนะ กองจัดการคุณภาพอากาศ และเสียง กรมควบคุมมลพิษ กล่าวถึงการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนท่ามกลางฝุ่น PM2.5 ว่า การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนควรจะเช็คสภาพอากาศทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน หากวันไหนค่าAQIเป็นสีส้มหรือสีแดงประชาชนควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้สวมแมส สำหรับกลุ่มเสี่ยงถ้ามีอาการแน่นหน้าอก อาเจียน ตาแดง ควรรีบไปพบแพทย์ และในอนาคตจะมีการปรับค่าฝุ่นPM2.5 จากเกณฑ์มาตรฐานที่ปลอดภัยคือ 50ไมครอน/ลูกกบากศ์เมตร มาเป็น 37.5 ไมครอน/ลูกบาศก์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตัวเลขดังกล่าว เพื่อให้ทุกหน่วยงานช่วยกันปรับปรุงและมีส่วนรับผิดชอบทำให้มีสภาพอากาศที่ดีขึ้น

หากหลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว ต้องจับตาดูกันว่า รัฐบาลใหม่จะให้ความสำคัญกับ พ.ร.บ.อากาศสะอาดหรือไม่ ???


You must be logged in to post a comment Login