วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ธรรมสัจจะ

On December 8, 2022

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม

ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 8 ธ.ค.  65)

คิดใหญ่ ทำเป็น และมีประเด็นที่ใหญ่ น่าทึ่งและตกใจ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยประกาศถ้าได้เป็นรัฐบาลจะขึ้นค่าแรง 600 บาท และคนที่จบปริญญาตรีเงินเดือนจาก 1,5000 บาท ขึ้นมาเป็น 2,5000 บาท เรียกว่า เป็นนโยบาย ถ้าฟังแล้วเหมือนขายฝัน นักการเมืองเขาพูด เราต้องรู้ทันกัน เขาอาจไม่คิดถึงธรรมสัจจะ จึงต้องมีเฉพาะๆ เช่น เฉพาะถิ่น ถ้าถิ่นที่ค่าแรงถูกอย่างอ.พลบพระ คนพม่าทำงานค่าแรงไม่ถึง 300 บาทด้วยซ้ำ เขาก็ทำ

ถ้าไปขี้นค่าแรงมาก ชาวไร่ เจ้าของไร่ ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันต้องมีคำว่า ได้แต่เฉพาะที่ เฉพาะถิ่น แล้วยังมีอีกนะว่า เฉพาะเรื่อง เฉพาะยุค มันอาจจะมีเรื่องเข้าม เช่น เรื่องโรคภัยไข้เจ็บถึงขั้นปิดโรงงาน อย่าว่าแต่ขึ้นค่าแรงเลย ไล่คนออกอีก เราก็ไม่รู้ว่า โรคร้ายมันระบาดนานแค่ไหน ถ้ามันเกิดไปตกดิ่งเหวและไม่มีโอกาสที่จะได้ขึ้น ดังนั้น ประชาชนคนไทยฟังแล้วต้องนั่งคิดให้ดี

ถ้าจังหวะดีๆ สถานการณ์มันดี แล้วนโยบายเขามีคนเก่ง ได้นักบริหารอาชีพทางเศรษฐกิจก็อาจจะเป็นได้ มันต้องใช้คำว่า อาจจะเป็นได้เป็นบางที่ แต่คงไม่ได้ทุกที่ ถ้าได้ทุกที่แน่นอน นายจ้างเจ๊งระเนระนาด คราวก่อนรัฐบาลนี้ประกาศว่า ค่าแรงจะต้องได้ 400 บาท นี่กระโดดไปเป็น 600 บาท อาตมาว่า ถ้าได้ 400 บาท ถือเป็นบุญของชาวบ้าน แล้วก็คนที่จบปริญญาตรี ถ้าได้ซัก 20,000 บาท ก็น่าจะไปได้สบายๆ ตอนนั้นเขาให้ 15,000 บาท

เรียกว่า ตอนนี้บางคนได้ บางคนไม่ได้ มันต้องเฉพาะคน เพราะคนที่ทำงานเป็น ทำงานเก่ง อาจจะเกิดก็ได้ วันละ 1,000 บาทก็ได้ อันนี้คือว่า เฉพาะ คำว่า “ธรรมสัจจะ” นั่นเอง เฉพาะเรื่อง เฉพาะกรณี เฉพาะถิ่น เฉพาะยุค เฉพาะสมัย เฉพาะสถานการณ์ ซึ่งเฉพาะสถานการณ์นี่สำคัญที่สุด ถ้าสถานการณ์มันแย่ อย่างรัสเซีย-ยูเครน รบกันหนักขึ้น อันนี้ก็จะไปกันใหญ่เลย เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามต้องเผื่อหวังว่า มันไม่แน่ในบางที่ แต่มันดีในบางถิ่นก็อาจจะเป็นได้

ให้ได้สบายมาก 600 บาท เพราะว่า ที่วัดสวนแก้ว คนเก่งๆยังได้วันละ 1,000 บาท หรือเกือบ 1,000 บาท เขาเก่งจริงๆ วุฒิภาวะเขาสูง แก้ปัญหางาน คุมงานให้เดินหน้าไปอย่างมั่นคง อันนี้ชัวร์ 30,000-50,000 บาท ก็ได้ ต่อเดือน ทีนี้มาดูว่า รัฐบาลที่แล้วก็ประกาศนโยบายหลายตัวที่เขาทำไม่ได้ โดยเฉพาะค่าแรงทำไม่ได้เลย เพราะรู้ว่า บริษัทปิด โรงงานปิด ไม่มีเงินเดือนค่าแรงให้ก็ต้องปิดเป็นธรรมชาติของการบริหาร

เพราะฉะนั้น เราต้องรับฟังแบบยับยั้งชั่งใจ ไม่ใช่เคลิ้มตามไปทุกเรื่อง ทุกกรณี ทุกถิ่น ทุกที่ เราอยู่ในที่ๆมันเศรษฐกิจ รายได้ประชากรต่ำ ผลผลิตมันไม่เข้าเป้า เขาก็จ้างไม่ได้ ดังนั้น รัฐบาลไม่ใช่เป็นคนให้ เป็นคนกำหนด ถ้ารัฐบาลจ่ายตังค์เอง อันนี้มันก็ไปอย่าง นี่รัฐบาลเป็นเพียงผู้ออกนโยบาย แต่ใครจะทำตามนโยบายได้หรือไม่ได้ อันนี้ที่ประกาศออกมาแล้วทำไม่ได้มีเยอะ คิดใหญ่คิดได้ แต่ทำให้มันใหญ่ตามที่คิดทุกเรื่องอาจจะเป็นไปไม่ได้

เรียกว่า มันได้เฉพาะเรื่อง เฉพาะกรณี ซึ่งก็คือ คำว่า “ธรรมสัจจะ” ถ้าเรารู้หลักตัวนี้แล้ว ใครจะพูด เสนออะไรมา เราก็ต้องฟังแล้วคิดให้ดี อย่าไปเหมาว่า เราต้องได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็อย่ามาโอดโอย มาผิดหวัง เพราะโลกใบนี้มันไม่มีอะไรจะมาล็อคสเปกได้ทุกเรื่อง ทุกยุค ทุกสมัย ก็หวังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะโชว์กึ๋นกันสุดขีด ส่วนจะได้หรือไม่ได้ ใครได้ แล้วมีใครบ้าง อันนี้กำลังมารแรง ที่แปลกที่สุดในทางการเมืองตอนนี้เห็นจะเป็นคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ย้ายเข้าพรรคพลังประชารัฐ

คุณมิ่งขวัญ ถือเป็นมือบริหารที่มีฝีมือคนหนึ่งเหมือนกัน และมาครั้งนี้ถือว่า สร้างสีสันให้พรรคพลังประชารัฐ เรียกน้ำย่อยได้เลยทีเดียว ถ้าเขาเกิดทำได้จริงก็เชื่อว่า คงจะมีโอกาสเป็นไปได้ที่พรรคพลังประชารัฐนี้จะเฟื่องฟูอยู่ได้ และจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้าได้ โดยร่วมกับพรรคการเมืองอื่นได้ ถ้าจับมือกับพรรคเพื่อไทยได้ก็แน่นอน เขาก็ไปฉลุย แล้วยังมีทีมเศรษฐกิจทั้ง 2 พรรคที่น่าเชื่อถือได้ พอจะเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้ และประชาชนก็อย่าลืมคำว่า “อัตตาหิ อัตโนนาโถ” ตนเป็นที่พึ่งของตน” ส่วนพรรคอื่นจะมาเสริมได้บ้างก็ดีไป ถ้าเสริมไม่ได้เราก็อยู่ของเรารอด

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login