วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ตั้งท่ารับอากาศวิปริต

On December 1, 2022

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม

ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 1 ธ.ค.  65)

ปัญหาวิกฤตสภาวะอากาศของเมืองไทยในช่วงนี้น่าจะประหลาดกว่าครั้งไหนที่สุดเท่าที่ชีวิตอาตมาเกิดมา 73 ปี ไม่เคยเห็นฝนตกหนักมาถึงปลายเดือนพ.ย.เกือบจะขึ้นเดือนธ.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า จะหนาวๆ แต่แล้วฝนก็ตกๆจนกระทั่งค่อนข้างจะเสียเงิน โดยเฉพาะค่าวิดน้ำออกจากสวน ออกจากที่ลุ่มต่ำก็ตาม โดยเฉพาะสวนของวัดสวนแก้วนี่ หลายแปลงต้องใช้น้ำมัน รวมแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 3 หมื่นบาท ก็เพราะฝนหลงฤดู

หรือว่า ฝนชะช่อมะม่วง แต่มันชะยังไงก็ไม่รู้ มะม่วงก็ยังช่อดำ ชะไม่ออก มีตัวอะไรมันมาเกาะจนกระทั่งช่อดำ ไม่ติดฝน เอาล่ะ นักบวชเขาบอกไม่ได้พืชผล ขอให้ชาตินี้ได้มรรคผลก็น่าจะพอใจ ได้มรรคผลนิพพาน ไม่ได้ผลมะม่วง ไม่ได้ผลทุเรียน บางปีมันก็มีสลับอย่างนี้แหละ เดี๋ยวได้ เดี๋ยวไม่ได้ แต่ถ้าฝนตกอย่างนี้มากๆเข้า ทุเรียนก็อาจจะเกิดสลัดอีก กลายเป็นว่า ผลแห่งการที่หวังกัน

ชาวนาก็หวังข้าวเป็นผล ชาวสวนก็หวังมะม่วง ทุเรียน เงาะเป็นผล แม่ค้าก็หวังกำไรเป็นผล แต่เป็นพระต้องหวังมรรคผล นิพพาน แต่ความหวังเนี่ยมันจะผิดหวัง เพราะคำว่า “วิปริต” ดิน ฟ้า อากาศ มันมาแล้ว มันทำให้เสียหาย แต่แปลกเป็นบางที่ บางที่ก็ช่อสะอาด ฝนชะช่อมะม่วง ชะได้จริงๆ ทำให้มะม่วงติดผลเยอะ แต่บางที่ บางแห่ง มันชะมากเกินหรืออะไรก็ไม่รู้ จนมะม่วงไม่ติดผล

เพราะฉะนั้น ถ้าดินฟ้าอากาศมันก็ส่งผลธรรมชาติ ต้นไม้ให้ได้ผลดี แต่ถ้าดิน ฟ้า อากาศ วิปริตก็แน่นอน ทำให้หลายอย่างผิดพลาดความคาดหวัง ไม่เป็นไปตามหวัง ดังนั้น เกษตรนี่ นาล่ม ข้าวล่มน้ำเน่า กล้วยไข่สารพัดอย่าง แล้วในที่สุดมีอยู่ตัวหนึ่ง คือ มะละกอ เขาบอก กล้วย มะละกอบางแห่งน้ำท่วมจมตาย จนมะละกอแพง แล้วก็ไม่มีมะละกอป้อนตลาด เผอิญที่วัดมันมีมะละกอขึ้นเอง พันธุ์ฮอลแลนด์ซะด้วย แล้วก็ดกลูกติดดีมากจนต้องค้ำต้น ไม่งั้นต้นจะหัก จะโค้น

เพราะน้ำฝนมันมากเกินแฉะ มะละกอไม่ชอบน้ำ ถ้าน้ำท่วมมากก็ตาย ดังนั้น ฝนท่วมแฉะเกินมะละกอก็ไปเหมือนกัน จึงมานั่งทบทวนคิดดู คนภาคเกษตรนี่ ถ้าหวังผลกันนึกว่า จะรวยแน่ อยู่ๆก็มีดิน ฟ้า อากาศที่วิปริตมากระชากร่วงหลุดหายไปอย่างน่าใจหาย ก็ต้องบอกกันว่า เกิดเป็นคนอย่าหวังอะไรแน่นอน ให้นึกถึง “อนิจจัง” ความไม่เที่ยวไว้บ้างก็จะอยู่ในโลกใบนี้อย่างรู้เข้าใจ ตั้งท่ารับวิปริต ดิน ฟ้า อากาศได้อย่างไม่ต้องมานั่งตีอก ชกตัว เขกหัว ร่ำไห้

เพราะฉะนั้น ชีวิตนี้จะมีความหวังอะไร ก็หวังน้อยๆหน่อย อย่าหวังมากเกินไป หลวงพ่อพุทธทาส บอกให้ทำอะไรเต็มที่ ตั้งความหวังไว้ 0 มันได้ 1 ก็ยังได้ แต่ถ้าหวัง 100 ได้ 80 หรือ 90 ขาดไปตั้ง 10 อะไรทำนองนี้ จึงบอกว่า หวังอะไรก็อย่าหวังมากเกินไป แล้วจะได้ไม่ผิดหวังอย่างชนิดที่ตั้งท่าไม่เป็น รับไม่อยู่ ก็นั่งทุกข์ นั่งรู้สึกเสียดาย มันจากไป หายไปมากเกินไป เอาเป็นว่า ได้เท่าไร เอาเท่านั้นก็แล้วกัน

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login