วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค เปิดตัววัสดุฉลากสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อต่อสู้กับมลพิษจากพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล

On June 27, 2022

ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค เป็นบริษัทแรกในโลกที่ลงทุนในด้านการกำจัดขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเลด้วยการเปิดตัวสินค้า Ocean Action Label ซึ่งผลิตจากขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเลโดยวิธีการจัดการสมดุลมวลสาร (mass balance approach) ขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล (Ocean Bound Plastic, OBP) เป็นขยะพลาสติกที่เก็บได้จากชายฝั่งทะเลในระยะ 50 กม.  และการรับรองมาตรฐานขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล (OBPCert.) ได้ให้คำจำกัดความว่า “มีความเสี่ยงที่จะลอยสู่ทะเล” นวัตกรรมวัสดุฉลากสินค้าชนิดใหม่นี้เกิดจากความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ (Product’s value chain)

โลกของเราต้องการวิธีการที่ยังยืนและเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้นในการรีไซเคิลขยะพลาสติกที่เกิดจากผู้บริโภค องค์การสหประชาชาติเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่มากขึ้นของการรีไซเคิลขยะพลาสติก และได้ร่างสนธิสัญญาโลกเพื่อจัดการมลพิษพลาสติกในปี 2564 OBPCert ประมาณการณ์ว่าขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเลมีจำนวนมากถึง 80% ของจำนวนขยะพลาสติกทั้งหมดในทะเล ในปัจจุบันมีขยะพลาสติกแค่ประมาณ 10% เท่านั้นที่ได้รับการรีไซเคิล โดยส่วนที่เหลือได้ถูกฝังกลบ เผา และกระจายออกไปสู่ธรรมชาติหรือทะเล การสร้างตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเล เป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

Eliisa Laurikainen ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ของยูพีเอ็ม ราฟลาแทค กล่าวว่า “Ocean Action Label คือนวัตกรรมวัสดุฉลากสินค้าชนิดใหม่ล่าสุดของ beyond fossil journey ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกออกไปสู่ทะเล แต่นวัตกรรมนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้เจ้าของแบรนด์บรรลุเป้าหมายในการใช้บรรจุภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิลอีกด้วย Ocean Action Label นั้นง่ายต่อการใช้งาน และสามารถทดแทนที่วัสดุเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม ผลิตขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางโดยเฉพาะ และวัสดุนี้มีประสิทธิภาพเหมือนกันกับฉลากสินค้าทั่วไปที่ทำจากวัสดุ fossil-based”

Ocean Action Label มีทั้ง PP Top Coated ขาวและใส กับกาว RP37, RF37, และ RP74 พร้อมทั้งแผ่นพลาสติกรองหลังชนิด PET 23 PCR และแผ่นกระดาษรองหลังกลาสซีน วัสดุฉลากสินค้านี้เหมาะสำหรับใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) เช่น ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม

เพื่อความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ของ Ocean Action Label ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรหลายแห่งในห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ เพราะความร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็นในการทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นจริงขึ้นมา ในขั้นตอนแรก HHI บริษัทรีไซเคิลพลาสติกในประเทศมาเลเซียจะเก็บและแยกขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งด้วยความช่วยเหลือของพันธมิตร HHI ได้รับการรับรอง Ocean Bound Plastics จากโครงการ Zero Plastic Oceans ซึ่งเป็นการรับรองการจัดหาขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งทะเลอย่างมีความรับผิดชอบ มีวิธีการเก็บและจัดการขยะอย่างเหมาะสม

หลังจากการเก็บและแยกขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่ง HHI ใช้วิธีการรีไซเคิลทางเคมีในการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นน้ำมันไพโรไลซิส ในขั้นตอนต่อมา ซาบิก จะนำน้ำมันไพโซไลซิสมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติก PP คุณภาพสูง

Lada Kurelec ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจ PP, PET, PS, PVC, PU และอีลาสโตเมอร์ สำหรับสินค้าปิโตรเคมี ของ ซาบิก กล่าวว่า “เราภูมิใจนำเสนอทางเลือกที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าของเรา ด้วยการรีไซเคิลขยะพลาสติกก่อนที่จะกระจายออกสู่ทะเลและแม่น้ำ ฉลากสินค้าเหล่านี้มีส่วนผสมของขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายฝั่งที่ได้จากโครงการ TRUCIRCLE™ ซึ่งเป็นCircular Solution ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดขยะพลาสติก ลดการใช้ fossil-based และปกป้องโลกของเรา”

หลังจากการผลิตของ ซาบิก แล้วเสร็จ บริษัทผลิตฟิล์มพลาสติก แทกลีฟ อินดัสทรีส์ จะนำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นฟิล์มและ ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค จะนำฟิล์มมาผลิตเป็นฉลากสินค้าในขั้นตอนสุดท้าย

Simone Baldin ผู้จัดการหน่วยธุรกิจของ แทกลีฟ อินดัสทรีส์ กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มซึ่งเป็นก้าวต่อไปในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่สมบูรณ์กว่าเดิมด้วยการนำวัสดุอันมีค่ากลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบของพวกเราในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นหลังอีกด้วย

ขยะพลาสติกที่ใช้ในห่วงโซ่คุณค่าของการผลิต Ocean Action Label ได้รับการรับรองจากโครงการ Zero Plastics Oceans และตัววัสดุฉลากสินค้ายังได้รับการรับรองมาตรฐานจาก ISCC PLUS อีกด้วย วัสดุฉลากสินค้าของเราผลิตจากวัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ใหม่แบบยั่งยืน แทนที่การใช้พลาสติกที่มีแหล่งกำเนิดจากฟอสซิล (fossil-based) ในจำนวนเท่ากัน และใช้วิธีการจัดการสมดุลมวลสาร (mass balance approach) โดยคำนึงถึงจำนวนของทรัพยากรยั่งยืน (sustainable resources) สิ่งเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า Ocean Action Label ผ่านการจัดหาอย่างยั่งยืน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้


You must be logged in to post a comment Login