วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

‘ซื้อเวลา’ ไม่มีเวลาจะขาย / โดย Pegasus

On November 13, 2017

คอลัมน์ : เพื่อชาติประชาชน

ผู้เขียน : Pegasus

ช่วงเวลาที่ผ่านมามีคำมั่นจากทางคณะผู้ปกครองว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นการพูดย้ำชัดเจนโดยไม่มีข้อเคลือบแคลงอะไร

แต่คล้อยหลังไม่นานก็มีกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งออกมาต่อต้าน เริ่มจากฝ่ายรัฐบาลเองที่บอกว่าเมื่อยังไม่มีความสงบเรียบร้อยจึงยังไม่ปลดล็อกทางการเมือง กลับกลายเป็นการประจานความล้มเหลวของการรัฐประหารยึดอำนาจเสียเอง เนื่องจากใช้ข้ออ้างว่าจะสร้างความสงบเรียบร้อย ทั้งๆที่ทุกฝ่ายทั้งภาคการเมือง ประชาชน และทหารเองก็รู้ว่า ใครกับใครวางแผนทำอะไรกันมาตั้งแต่ต้น ซึ่งปรากฏข่าวในสื่อมวลชนชัดเจน

สิ่งบอกเหตุอีกประการหนึ่งคือ พรรคการเมืองฝ่ายทหารออกมาลนลานพูดว่าไม่ได้มีการเรียกร้องให้ปลดล็อกทางการเมืองอะไร แม้ว่าลูกพรรคจะเพิ่งพูดไปในช่วงที่มีการประกาศเดือนที่จะมีการเลือกตั้งนั่นเอง การพูดกลับไปกลับมาของนักการเมืองจากการแต่งตั้งถือเป็นเรื่องปรกติ ไม่แปลกที่จะมีการคำรามให้พรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนพวกตนเองปิดปากเสีย

สิ่งที่น่าจะเป็นกังวลมากๆสำหรับกระบวนการสืบทอดอำนาจคือ ความตั้งใจที่จะทำให้พรรคใหญ่กลายเป็นพรรคเล็กนั้นอาจประสบความล้มเหลว เนื่องจากเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทำให้งานใหญ่เกิดความผิดพลาด จะด้วยจงใจ หวังดี หรือประสงค์ร้ายก็สุดจะคาดเดา

เมื่อล้มพรรคใหญ่ไม่ได้ เมื่อมีการประเมินผลการเลือกตั้งในอนาคตก็มีความชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ต่ำกว่า 250 คนขึ้นไป ซึ่งจะมีจำนวนเท่ากับหรืออาจมากกว่าจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. เล็กน้อย จึงไม่เป็นผลดีในการบริหารประเทศของรัฐบาลที่จะสืบทอดอำนาจ

เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยก็พร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน เพราะจากการบริหารงานที่ใช้งบประมาณจำนวนมากโดยไม่เห็นที่มาของรายได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลใหม่จะต้องรับภาระอย่างหนัก หากพรรคเพื่อไทยสามารถพลิกเกมในรอบต่อไปเพื่อกลับมาเป็นรัฐบาลหลังจากถล่มสมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมการในองค์กรต่างๆจนน่วมแล้วก็น่าจะได้เปรียบกว่ามาก

ความนิยมหรือความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลทหารและ คสช. หากไม่ใช่เรื่องการเลือกตั้งก็สามารถพิจารณาได้จากข้อมูลชัดเจนจากจำนวนประชาชนที่ชมรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” และรายการของท่านผู้นำทุกคืนวันศุกร์ว่ามีประชาชนดูมากหรือน้อยแค่ไหน คือคำตอบในตัวเอง

จากเหตุผลดังกล่าวเป็นการบ่งบอกว่า คสช. หมดเวลาที่ซื้อมาได้ยาวนานแล้ว แม้ประชาชนจะไม่มีความเข้มแข็งที่จะต่อกรกับอำนาจปืน แต่การใช้งบประมาณและความนิยมของประชาชนต่อผู้มีอำนาจและคณะที่ถดถอยลงอย่างรวดเร็ว ขนาดพรรคการเมืองที่สนับสนุนยังอดไม่ได้ที่จะต้องแสดงตัวว่าเป็นคนละพวกเดียวกัน แม้จะเป็นการเล่นละครตบตาก็ตาม

ส่วนการตัดสินว่าจะให้มีการเลือกตั้งตามที่ประกาศหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป เพราะเวลาแห่งอำนาจนั้นหมดลงแล้ว


You must be logged in to post a comment Login