วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567

มาฟันกิเลสดีกว่า / โดย พระพยอม กัลยาโณ

On October 11, 2017

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม

ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

การจัดระเบียบพระของเจ้าคณะหนต่างๆขณะนี้ ทำให้วัตถุมงคลต่างๆ ต้องขนย้ายออกจากวัด ปลดป้ายโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ถือว่าสะเทือนวงการอย่างที่ว่า “ทิพย์อาสน์เคยอ่อนแต่ก่อนมา กระด้างดังศิลาเสียแล้วเอย” เมื่อก่อนนี้รับกันบนฟูก ไม่นึกว่าจะมาเจอหินร้อนกับกฎใหม่ ทำให้พวกที่มีรายได้จากวัตถุมงคลถึงขั้นลงแดงก็มี คืออาการกระวนกระวายเหมือนคนติดเหล้า

บางวัดไปสร้างวัตถุที่ไม่สมควรก็ต้องสั่งให้ทุบทิ้ง สมัยก่อนพระเจ้าอโศกก็จัดการพระสงฆ์ถึงขั้นประหารชีวิตหลายองค์ ซึ่งพระเจ้าอโศกอุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระศาสนาไม่ให้เสื่อมเสีย สมัยโน้นสั่งอะไรไม่ใช่ง่าย เพราะไม่มีโซเชียลมีเดียอะไร การเผยแพร่ภาพที่ประจานต่างๆก็ไม่มี เดี๋ยวนี้มหาเถรสมาคมทำให้กฎศักดิ์สิทธิ์ได้แค่กดไลค์ กดแชร์ในโซเชียลมีเดียนี่แหละ

อาตมาวันหนึ่งถูกสัมภาษณ์ 7-8 รอบ สมัยก่อนมีโทรทัศน์ไม่กี่ช่อง เดี๋ยวนี้มีนับสิบๆช่อง ติดต่อขอสัมภาษณ์ไม่หยุด ทั้งที่มาตั้งกล้องที่วัดและสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ทั้งยังไปออกรายการที่สถานีด้วย ฮอตและฟีเวอร์จริงๆ

ดังนั้น วัดไหนยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เป็นจ่าเฉยคงไม่ได้แล้ว ถ้าพระสังฆาธิการเมินเฉยต่อการทำผิดจริยา  ก็ไม่เหมาะที่จะทำหน้าที่ อาจถูกปลดได้ จึงเกิดความหวั่นไหว อย่างที่บอกทิพย์อาสน์เคยอ่อน ตอนนี้มันดันแข็งกระด้างขึ้นมา ทำให้ชาวพุทธที่คลำหาฤทธิ์ผิดๆถูกๆ ก็จะได้รู้ความจริง พระพุทธรูปดูแล้วก็เจริญตา เจริญใจบ้าง วัตถุมงคลที่ว่ามีฤทธิ์อภินิหารล้วนโฆษณาเกินจริง เอาหน้าม้ามาล่อว่าดีอย่างนั้น ได้ลาภอย่างนี้  อยู่ยงคงกระพัน ซึ่งพระควรดึงโยมมาหาหลักพระศาสนา ไม่ใช่ผลักไปหางมงายกับเครื่องรางของขลังต่างๆ

ขนาดเจ้าคุณท่านหนึ่งบอกว่าเบื่ออยากจะเลิกแล้ว เพราะลูกศิษย์ลูกหามาตามตื้อ มีทั้งนักการเมือง นักกีฬา พ่อค้า ประชาชน มาหาแทบกระดิกไปไหนไม่ได้ จึงอยากปลีกวิเวก เลิกเป็นเกจิ อย่างหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ท่านเป็นพระที่ผู้คนนับถือมากมาย ทั้งที่ไม่ทำวัตถุมงคลใดๆเลย

ดังนั้นการประกาศห้ามครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณที่ดีของพระศาสนา เอาป้ายโฆษณาชวนเชื่อต่างๆออก จัดระเบียบภายในวัดในโบสถ์ ไม่ให้เอาพระเครื่องมาเช่ากันในโบสถ์ อันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เรื่องที่เข้าใจผิดกันก็คือเรื่องเรี่ยไรบุญ บอกบุญ อันนี้คงเป็นไปไม่ได้ แต่ที่ห้ามคือพวกที่ทำนอกลู่นอกทาง งานชักพระ งานกฐินผ้าป่าที่ชอบไปให้รถหยุดแล้วเอาคนไปถือขัน ถือซอง ถือตู้ขึ้นไปเรี่ยไรบนรถ ทำให้คนก็เอือมระอา แล้วคนที่นับถือศาสนาอื่นอยู่บนรถด้วยเขาจะรู้สึกอย่างไร

ก็อนุโมทนาใครที่ต้นคิดถือว่าสวรรค์มีตา มีอำนาจมีตำแหน่งสูงๆ แล้วมองเห็นสิ่งที่ทำให้ศาสนาเสื่อม ก็รีบจัดการ ออกมาปกป้อง อีกเรื่องที่สำคัญที่อาตมาอยากให้เดินหน้าแก้ปัญหาด้วยคือพวกพระหมอดูที่บางครั้งไปทายทักอะไรต่างๆ ใครจะไปฟันธงคอนเฟิร์มอะไรก็ปล่อยให้เขาทำกันเถอะ แต่พระอย่าไปร่วมคอนเฟิร์มร่วมฟันธงกับเขาเลย มาฟันกิเลสกันดีกว่า

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login