วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ปล่อยตัว‘ไผ่ ดาวดิน’ / โดย สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

On January 10, 2017

คอลัมน์ : ถนนประชาธิปไตย
ผู้เขียน : สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสำนักข่าวบีบีซีไทยเผยแพร่บทความเรื่อง “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะไม่นานหลังการเผยแพร่บทความมีประชาชนเข้ามากดไลค์ถึง 27,000 ครั้ง มีการแชร์ 2,478 ครั้ง และมีคอมเมนต์ถึง 1,024 คอมเมนต์

แม้บทความนี้จะถูกสื่อมวลชนฝ่ายขวาวิจารณ์ว่ามีเนื้อหาเชิงลบต่อสถาบันกษัตริย์ไทย แต่ทางการตำรวจไทยก็มิได้มีการฟ้องร้องเอาผิดต่อสำนักข่าวบีบีซีไทย กลับเป็นว่าเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจขอนแก่นได้ขออนุมัติศาลเพื่อจับกุม “ไผ่ ดาวดิน” นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะแชร์บทความจากบีบีซีไทยดังกล่าว

การจับกุม “ไผ่ ดาวดิน” ตามข้อหามาตรา 112 ครั้งนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเป็นการตั้งข้อหาตามอำเภอใจ เพราะไม่มีการดำเนินคดีบีบีซีไทยซึ่งเผยแพร่บทความและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้กดไลค์กดแชร์คนอื่นๆเลย แต่กลับดำเนินคดีเฉพาะ “ไผ่ ดาวดิน” เป็นการเลือกเล่นงานเฉพาะบุคคลหรือไม่ เพราะ “ไผ่ ดาวดิน” เป็นนักศึกษาคนสำคัญในขบวนการประชาธิปไตยใหม่อีสานที่เคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาโดยตลอด จนถูกดำเนินคดีแล้ว 5 คดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยทั้งสิ้น

เหตุการณ์ดูจะผ่อนคลาย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ศาลจังหวัดขอนแก่นให้ประกันตัว “ไผ่ ดาวดิน” ด้วยหลักทรัพย์ 400,000 บาท เหตุผลว่าผู้ต้องหาไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี ทั้งวันที่ 8 ธันวาคม ผู้ต้องหาต้องสอบ 1 วิชา หากไม่ได้เข้าสอบวิชาดังกล่าวก็จะส่งผลให้เรียนไม่จบตามหลักสูตร ศาลจึงพิจารณาให้ประกันตัว

แต่วันที่ 22 ธันวาคม ศาลจังหวัดขอนแก่นกลับสั่งถอนประกัน “ไผ่ ดาวดิน” โดยให้เหตุผลว่า นายจตุภัทร์ไม่ลบโพสต์ของบีบีซีไทยที่เป็นเหตุแห่งคดี ยังโพสต์เย้ยหยันอำนาจรัฐด้วยข้อความว่า “เศรษฐกิจมันแย่ แม่งเอาแต่เงินประกัน” ซึ่งถูกตีความว่าก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ

ทนายความ “ไผ่ ดาวดิน” ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งถอนประกันต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยอธิบายว่า นายจตุภัทร์ไม่เคยผิดเงื่อนไขประกันและไม่มีแนวโน้มก่อความเสียหาย ข้อวินิจฉัยของศาลจึงคลาดเคลื่อน และขอให้ยกเลิกคำสั่งการถอนประกัน แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยกคำร้องและยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น โดยอ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่ออำนาจรัฐและกฎหมาย หากปล่อยตัวอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้

ปัญหาสำคัญคือ การถอนประกันของศาลจังหวัดขอนแก่นถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการดำเนินการที่มีความคลาดเคลื่อน และเหตุผลที่ศาลใช้พิจารณาก็ไม่ได้เป็นไปตามหลักกฎหมาย เพราะการให้ประกันตัวผู้ต้องหาอยู่ภายใต้หลักการทางกฎหมายที่ว่า “บุคคลผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะได้พิจารณาตัดสิน” ซึ่งตามวิธีพิจารณาคดีความอาญา สิทธิประกันตัวสามารถยกเว้นได้ตามเงื่อนไข เช่น ผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ไปก่อเหตุอันตราย หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล

แต่การเพิกถอนประกัน “ไผ่ ดาวดิน” ศาลอ้างเหตุผลที่ไม่มีในตัวบทกฎหมายเลย เช่น ผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นการอ้างเหตุผลที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการประกันตัวแต่แรก และความจริงแล้วเมื่อฝ่ายตำรวจอ้างการโพสต์เฟซบุ๊คเป็นหลักฐาน การลบข้อความจะตีความได้ว่าไปกระทำยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน การอ้างเหตุว่าผู้ต้องหาแสดงออกถึงพฤติกรรมในสื่อสังคมออนไลน์ในเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองและก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติจึงเป็นการอ้างที่นอกเหนือจากกรอบกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายที่บอกว่าการกระทำ “เย้ยหยันอำนาจรัฐ” เป็นความผิด

ดังนั้น เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม กลุ่มพลเมืองโต้กลับจึงรวมตัวกันจัดกิจกรรม “กินข้าวหลามเฉยๆ” บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ เพื่อแสดงออกโดยสันติว่าไม่เห็นด้วยกับการเพิกถอนประกัน “ไผ่ ดาวดิน” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รวมตัวกินข้าวหลามและขายข้าวหลามที่บรรจุในกระบอกไม้ไผ่เพื่อสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ถึงนายจตุภัทร์

ต่อมาเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองได้เคลื่อนไหวด้วยการออกแถลงการณ์คัดค้านการคุมขัง “ไผ่ ดาวดิน” ว่า การดำเนินการของศาลเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่อาจจะเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดกั้นความคิดเห็นที่แตกต่าง จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งองค์กรตุลาการควรเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศที่ผูกพันประเทศไทย องค์กรตุลาการไม่ควรทำตัวเสมือนเป็นผู้พิทักษ์อำนาจรัฐอันไม่ชอบธรรม และเมื่อพิจารณาว่านายจตุภัทร์ไม่ได้ทำความผิดใดก็ควรปล่อยตัวชั่วคราวเป็นอย่างน้อยเพื่อให้สิทธิในการต่อสู้คดี

สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายอาญา ให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนว่า การกล่าววิพากษ์วิจารณ์ระบบเศรษฐกิจหรือวิพากษ์การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับการเรียกเงินประกันหรือหลักประกันใดในคดีอาญาไม่เป็นความผิดตามกฎหมายใด ทั้งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และยังไม่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วย ตรงกันข้าม การวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐถือเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

สรุปความว่า การจับกุมและการตั้งข้อหาหนักแก่ “ไผ่ ดาวดิน” เป็นส่วนหนึ่งที่รัฐเผด็จการต้องการจะควบคุมการเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย ปัญหานี้คือการใช้กลไกศาลเป็นเครื่องมือ นำเรื่องไม่ควรเป็นความผิดมาดำเนินคดีแล้วยังอ้างเหตุผลนอกกรอบกฎหมายเป็นเหตุไม่ให้ประกันตัวอีก การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปล่อยตัว “ไผ่ ดาวดิน” จึงเป็นความชอบธรรม


You must be logged in to post a comment Login