วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
ข่าวด่วน
  • add friends

“ความเห็นของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเรียกเสียงฮา จนสมควรต้องลาออก” โดย สมบัติ บุญงามอนงค์

On November 11, 2020
sombut

หนึ่งในปัจจัยความขัดแย้งที่สำคัญที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจะทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันคลี่คลายไปได้เยอะพอสมควร ผมไม่เข้าใจว่าทำไม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออกในช่วงเวลานี้ที่มีคนออกมาเรียกร้องขนาดนี้ ในความเห็นผม พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำประเทศที่มีประชาชนออกมาขับไล่มากที่สุดครั้งหนึ่ง แล้วดื้อด้านที่จะไม่ลาออก

ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุด พล.อ.ประยุทธ์จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่า เป็นนายกฯที่ถูกคนอายุน้อยที่สุดขับไล่ผู้นำทางการเมืองในประเทศไทย คือผมไปถามคนในยุค 14 ตุลา ที่เราได้ยินว่ามีนักเรียน นักศึกษา ออกมาประท้วงและขับไล่จอมพลถนอม จอมพลประภาส ในช่วงเวลานั้นปี 2516 เราได้ยินว่ามีทั้งนักเรียนนักศึกษาก็จริง แต่นักเรียนในเวลานั้นหรือกลุ่มนิสิตในเวลานั้นไม่ได้อยู่ในช่วงวัยเหมือนกลุ่มน้องๆที่ออกมาเคลื่อนไหววันนี้

ช่วงแรกๆเราจะเห็นเด็กมัธยมปลายตอนเต้น “เคนทาโร่” กัน แต่ว่าช่วงหลังๆเราจะเห็นภาพเด็กมัธยมต้น ตอนผมไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมีผู้ปกครองบางคนบอกว่า ลูกอยู่ ป.4 อยากจะมา ผมเชื่อว่าในสถานการณ์แบบนี้ การที่ผู้นำประเทศถูกเด็กประถมฯไล่ ไม่เหลือศักดิ์ศรีความเป็นผู้นำประเทศแล้ว ควรจะลาออกไปได้แล้ว โดยมีเรื่องที่เป็นสาเหตุให้ควรลาออกดังต่อไปนี้

เรื่องแรก มีอยู่วันหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ไปเยี่ยมเกษตรกรที่จังหวัดนครปฐม เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม แต่มะพร้าวน้ำหอมราคาตก พล.อ.ประยุทธ์แนะนำว่าให้เอาน้ำมะพร้าวมาล้างหน้า คือผมเข้าใจนะครับในทางวิทยาศาสตร์ น้ำมะพร้าวค่อนข้างสะอาด ผมเข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์พยายามคิดเต็มที่แล้วว่าจะทำยังไง ปกติน้ำมะพร้าวเขาเอาไว้ดื่มกัน ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเอาน้ำมะพร้าวไปล้างหน้านะครับ แต่เป็นการล้างหน้าศพ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปแนะนำให้ทำการตลาดโดยเอาน้ำมะพร้าวมาล้างหน้า ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้าใจวิถีทางวัฒนธรรมไทย เวลาแกบอกว่าเป็นคนไทย ภูมิใจในความเป็นคนไทย ผมไม่เข้าใจว่าแกพูดสิ่งนี้ออกมาได้อย่างไร นี่เรื่องแรกนะ ผมคิดว่าที่ผมไม่ยอมรับก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรม

เรื่องที่สอง ตอน พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาใหม่ๆก็เกิดปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตรมากมาย หนึ่งในนั้นที่เป็นปัญหาใหญ่มากๆก็คือ “ยางพารา” พล.อ.ประยุทธ์เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราไว้น่าสนใจมาก บอกว่าทำไมไม่ลองเปลี่ยนพืชเกษตรดู จะปลูกยางพาราทำไม ประเทศเพื่อนบ้านเขาก็ปลูกยางพารากันจนล้น พล.อ.ประยุทธ์อ้างเลยนะหลักเศรษฐศาสตร์ ดีมานด์ ซัพพลาย เสนอว่าทำไมไม่ปลูกหมามุ่ยดู แกระบุให้เป็น “หมามุ่ยอินเดีย” ทำไมต้องเป็นหมามุ่ยอินเดียรู้ไหมครับ เพราะหมามุ่ยอินเดียมีสรรพคุณคล้ายกับไวอากร้า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ถึงรู้เรื่องไวอากร้าหรือสรรพคุณหมามุ่ยอินเดีย คือผมมาเจอในกลุ่มไลน์ที่แกเล่นกันอยู่มีการส่งข้อความนี้ถึงกัน แกบอกว่าถ้าเราปลูกหมามุ่ยไปส่งอินเดียกิโลละ 800 บาท ถ้าแปรรูปกลับมาเมืองไทย พล.อ.ประยุทธ์บอกเลยว่าถ้าส่งจากอินเดียมาเมืองไทยแล้วหมามุ่ยกิโลละ 80,000 บาท ปรากฏว่ามีเกษตรกรกลุ่มหนึ่งลงทุนโค่นยางพาราจริงๆแล้วก็ปลูกหมามุ่ย เสียค่าใช้จ่ายปลูกหมามุ่ยไร่หนึ่ง 30,000 บาท หลังจากนั้นเมื่อผลผลิตออกมาแล้วปรากฏว่าหาที่ขายไม่ได้ จนมีการร้องเรียนถึงทำเนียบรัฐบาลขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ช่วยแก้ปัญหานี้ให้หน่อย นี่ก็สะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความเข้าใจในวิถีการผลิตหรือเรื่องเศรษฐกิจการเกษตรในประเทศไทยเลย

เรื่องที่สาม เกี่ยวกับยางพาราอีกเช่นกัน ผมว่ายางพาราอ่อนไหวกับ พล.อ.ประยุทธ์อยู่หลายปีนะครับ เนื่องจากเกษตรกรจำนวนหนึ่งที่ไปเป่านกหวีดและขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเวลานั้น พยายามพูดถึงปัญหาราคายางพาราตกต่ำ พยายามขอราคายางพารา 120 บาทต่อกิโล แล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ไม่ได้ ให้ได้ 80 บาท พอมาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ ตกต่ำมาเรื่อย เคยต่ำถึง 3 กิโล 100

ทีนี้มีนักข่าวไปตั้งคำถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะแก้ปัญหายังไง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ให้ไปขายที่ดาวอังคาร” อาจจะกล่าวได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็น “อีลอน มัสก์” เมืองไทย เพราะว่าเสนอดาวอังคารเหมือนกัน แต่ไม่พอครับ มีอยู่วันหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ไปประชุมเรื่องการทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พล.อ.ประยุทธ์พูดว่าจะต้องทำให้โครงสร้างประเทศมีความแข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจว่าผู้คนในโลกมีประมาณ 4,000-5,000 ล้านคน แต่ความจริงมี 7,000 ล้านคนแล้ว

ถ้าเป็นนายประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมจะไม่ว่าเลย คือถ้าพี่น้องไม่รู้ว่าจำนวนประชากรบนโลกใบนี้มีเท่าไรผมไม่ติดขัด แต่คุณเป็นนายกรัฐมนตรีจำเป็นจะต้องมีความรู้ อย่างน้อยที่สุดเรื่องขนาดตลาดในโลกใบนี้ว่ามีเท่าไร แต่นั่นไม่เป็นประเด็นสาระสำคัญ สาระสำคัญก็คือ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าเราต้องผลิตสินค้าไปแข่งขันกับต่างประเทศ โดยยกตัวอย่างว่าต้องมีความคิดนอกกรอบ คือแกเสนอให้ทำรองเท้าแตะ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไปตีตลาดโลก

ปกติคนอื่นเขายึดอำนาจเสร็จก็จะหาคนที่เป็นมืออาชีพเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยก่อนก็จะมีตัวใหญ่ๆ อย่างเช่น คุณอานันท์ ปันยารชุน เข้ามาบริหารประเทศในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเป็นสุญญากาศ แต่ พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจในตัวเองมาก ถึงขนาดพูดในช่วงแรกๆของการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า “การบริหารประเทศไม่มีความยุ่งยากอะไรเลย” แสดงให้เห็นถึงความคิดของ พล.อ.ประยุทธ์เกี่ยวกับการบริหารประเทศ

เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของชายชาติทหาร ถ้าไปทำศึกสงครามกับศัตรูภายนอก อันนั้นผมยอมรับได้ในเรื่องของกลยุทธ์ กลศึก แต่ พล.อ.ประยุทธ์พูดกับเจ้าของประเทศ พูดกับเจ้าของอำนาจอธิปไตย พูดกับประชาชนว่า “จะไม่ปฏิวัติ” จำกันได้ไหมครับ พล.อ.ประยุทธ์เคยถูกนักข่าวถามขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกว่าจะปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า “ใครจะทำ ไม่มีหรอก เรื่องพวกนี้อย่าไปคิด ควรเอาสมองคิดเรื่องไปทำงานทำการจะดีกว่า” นี่คือคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะที่เป็น ผบ.ทบ. สุดท้ายก็ปฏิวัติ แล้วปฏิวัติใครครับ ปฏิวัติผู้หญิง นี่เป็นจุดอ่อนที่สุดอันหนึ่ง ประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปยึดอำนาจนายกฯที่เป็นผู้หญิง เป็นเรื่องที่เสียเกียรติมากๆ

แล้วคุณลองคิดดูนะ พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 6 ปี โครงการที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับจินตนาการหรือโลกสมัยใหม่ที่เรากำลังคาดหวัง บางทีมันไม่สมัยใหม่อะไร รถไฟความเร็วสูงมีกันเยอะแยะ ของประเทศไทยมีระยะทางตามแผน เราจะทำรถไฟความเร็วสูงความยาว 2,505 กิโลเมตร นี่คือในแผน แต่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 6 ปี สร้างเสร็จไปแล้ว 3.5 กิโลเมตร จาก 2,505 กิโลเมตร ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ พล.อ.ประยุทธ์ทำสำเร็จไปแล้ว 0.14% เฉลี่ยแล้วปีหนึ่งสร้างรางรถไฟได้ 600 เมตร ถ้าประเทศไทยได้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารและตั้งเป้าว่าจะทำรถไฟความเร็วสูงความยาว 2,505 กิโลเมตร ต้องใช้เวลา 5,000 ปี พล.อ.ประยุทธ์อายุเท่าไรแล้ว จะอยู่สร้างได้หรือเปล่า 5,000 ปี ตอนนั้นคนบนโลกอพยพไปขายยางพาราบนดาวอังคารหมดแล้ว

ผมสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นทหารมาได้อย่างไร ความรู้ในการบริหารประเทศนั่นเรื่องหนึ่ง ความรู้ในการบริหารเศรษฐกิจอีกเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่ผมสงสัย พล.อ.ประยุทธ์เป็นทหารแล้วขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. ได้ยังไง

วันหนึ่งให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าที่ภาคใต้น้ำท่วมปีละ 4 ครั้ง เพราะว่าน้ำจากเหนือไหลลงมาที่ภาคกลาง แล้วภาคกลางไปที่ภาคใต้ ผมคิดว่าความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับประเทศไทยต่ำเตี้ยมาก มีทหารคนไหนไม่รู้จักภูมิศาสตร์ประเทศบ้าง คุณเป็นทหารต้องรู้ภูมิประเทศของไทย น้ำจากเหนือลงล่าง ภาคกลาง ไม่ไหลลงภาคใต้ ลงทะเลก่อน ออกอ่าวไทย น้ำท่วมภาคใต้ไม่เกี่ยวกับน้ำเหนือใดๆเลยแม้แต่หยดเดียว พล.อ.ประยุทธ์เป็นทหารที่เติบโตขึ้นมาในระดับ ผบ.ทบ. เป็นผู้นำกองทัพได้อย่างไรขณะที่ความรู้พื้นฐานไม่มีเลย

พล.อ.ประยุทธ์ชอบพูดเรื่องประวัติศาสตร์ของชาติไทย ชอบตำหนิเด็กรุ่นใหม่ว่าไม่สนใจประวัติศาสตร์ความเป็นชาติไทย กว่าเราจะยืนอยู่ได้ทุกวันนี้บนผืนแผ่นดินนี้ ประวัติศาสตร์ บรรพบุรุษอย่างโน้นอย่างนี้ มีอยู่วันหนึ่งวันตรุษจีนไปแซวนักข่าว เห็นนักข่าวผิวคล้ำๆหน่อยก็บอกว่า ผิวคล้ำๆก็คนจีนนะ มาจากเทือกเขาอัลไต

ตอนเด็กๆผมก็เรียนเรื่องเทือกเขาอัลไต แต่หลังจากนั้นไม่นานความรู้ทั่วไปว่าประเทศไทยไม่ได้อพยพมาจากเทือกเขาอัลไตเป็นเรื่องที่เข้าใจโดยทั่วกันแล้ว ไม่มีใครสอนว่าคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ นักเขียน นักประวัติศาสตร์คนหนึ่ง เคยพยายามไปเทือกเขาอัลไต ซึ่งอยู่ในส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต คุณรู้ไหมว่าเทือกเขาอัลไตอยู่ในพื้นที่ภูมิประเทศที่หนาวมาก ไม่มีมนุษย์คนใดอาศัยอยู่บนเทือกเขาอัลไตได้

ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ถึงเชื่อว่าคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต นี่คือความรู้ของ พล.อ.ประยุทธ์ในด้านประวัติศาสตร์ที่น่าอับอายมาก นอกจากความรู้ความสามารถทั่วไปแล้ว พฤติกรรมการแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่เป็น คสช. ผมยอมรับได้ แต่ตั้งแต่เป็นนักการเมือง แล้วก็ลงมาในสนามการเมือง พล.อ.ประยุทธ์พยายามอย่างยิ่งที่จะปรับตัวในการแสดงออก แต่ผมเข้าใจว่าธาตุแท้ นิสัยอันถาวรของแกเป็นคนประเภทใด

มีวันหนึ่งยังจำได้ใช่ไหมครับ พล.อ.ประยุทธ์มีปัญหากับนักข่าว แล้วแกก็ไปกินกล้วย ผมไม่เข้าใจว่าแกเดินกินกล้วยได้ยังไง กินกล้วยเสร็จแล้วโยนเปลือกใส่นักข่าว ตอนแกให้สัมภาษณ์แล้วถูกนักข่าวแหย่ มันเป็นธรรมชาติของนักข่าว ผมเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สะกดจิตสะกดใจตัวเองในการตอบโต้ บอกว่าจะทุ่มโพเดี้ยมใส่นักข่าว ผมไม่รู้ว่าคนที่มีวุฒิภาวะ อีคิว เมื่อกี้ผมพูดเรื่องไอคิวไปแล้ว ความกราดเกรี้ยวของแกไปแล้ว แกคงไม่ต่ำเตี้ยอะไรมาก แต่ถ้าระดับผู้นำประเทศไอคิวและอีคิวเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

อีกครั้งหนึ่งขายหน้าระดับอินเตอร์เลยนะ เป็นการประชุมผู้นำประเทศเอเปก วันนั้นโอบามามา สีจิ้นผิงมา ปูตินมา แล้วยังมีผู้นำระดับโลกอีกหลายประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ทำยังไงขณะที่ยืนอยู่ในที่สาธารณะ แกยืนแคะขี้มูก ผมคิดว่าแกไม่มีความสำรวม มันไม่ใช่เรื่องมารยาท แต่เป็นบุคลิกภาพ บุคลิกภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหมาะกับการเป็นตัวแทนของประเทศจริงๆ

พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ใช่ตัวแทนของเราหรอก เราไม่อยากได้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวแทนหรอกพูดตรงๆ แต่เขาปล้นอำนาจของเรา พยายามข่มขู่พวกเรา และอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ บุคลิกภาพ การแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าจะพูดภาษาไทยแบบไม่ดัดแปลงคือถ่อยครับ

พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนแปลกมาก ชอบอ้างข้อมูล อ้างหลักการ วันหนึ่งพูดถึงเรื่องเซลล์สมอง ที่เรารู้กันอยู่ แซวกันไม่รู้จะยังไง แกพูดถึงเซลล์สมองที่รู้กันอยู่ 84,000 เซลล์ จริงๆแล้วสมองของมนุษย์มีประมาณ 100,000 ล้านเซลล์ มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ สมมุติว่า พล.อ.ประยุทธ์มี 84,000 เซลล์จริงๆ คนทั่วไปมีสมองมากกว่าคุณประยุทธ์ 1 ล้านเท่า

โอเค ผมเข้าใจว่าจริงๆแกไม่มีสมอง 84,000 เซลล์จริงๆหรอก แกมีสมองเท่าๆกับพวกเรานั่นแหละ จะมากจะน้อยกว่ากันเท่าไรอันนี้ผมไม่ทราบ แต่การที่แกพยายามจะโชว์ว่าแกรู้ แกมั่นใจมาก ชอบให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้ที่แกมีประจำ แล้วพูดหลายครั้ง จนผมไม่รู้ว่าจะแนะนำแกยังไง จะแนะนำไปพบจิตแพทย์ได้หรือเปล่า จะแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ แกชอบพูดว่าถ้าประเทศไทยไม่มีนายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเทศจะอยู่ต่อยังไง พวกเรารู้ไหมครับหลังจากประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ประเทศจะเป็นยังไงครับ

ผมพูดเลยนะ ประยุทธ์ไม่ต้องบริหารประเทศ เอาพวกปลัดกระทรวงบริหารต่อ ต้องดีกว่ามีประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ซี้ซั้วมาก ไม่รู้ว่าใครแนะนำ แกชอบให้สัมภาษณ์ จริงๆแล้วผมไม่เคยพูดถึงภรรยา พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนตัวผมชื่นชมภรรยาของ พล.อ.ประยุทธ์ ผมเชื่อว่าภรรยาของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนเดียวที่จะพูดความจริง และคอยสั่งสอน พล.อ.ประยุทธ์ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในร่องในรอย พล.อ.ประยุทธ์ชอบมาบ่นว่ากลับบ้านแล้วถูกเมียด่า จริงๆแล้วเมียแกนั้นเป็นตัวแทนของพวกเรา พวกเราด่าแกเหมือนกับที่เมียแกด่านั่นแหละ แต่เมียด่าแล้วแกฟังครับ

เรื่องความชอบธรรม ถ้าจะนับกันจริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ มันเริ่มตั้งแต่ว่าคุณมีสิทธิ์อะไรที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจปุ๊บ สิ่งที่เขาทำคือฉีกรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ชอบพูดกับคนอื่นว่า คุณต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ทำให้ถูกกฎหมาย ทุกคนเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย คนที่ฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปฏิวัติ ผิดมาตรา 113 มีโทษถึงประหารชีวิต พล.อ.ประยุทธ์คอขาดนะ แกมีความชอบธรรมอะไรมาเป็นนายกรัฐมนตรี และที่สำคัญผมไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แกเป็นคนตลบตะแลง ยึดอำนาจเสร็จแกบอกว่ายังไงครับ บอกว่าเข้ามาเป็นคนกลาง สังคมมีความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย และจะอยู่ไม่นาน จะคลี่คลายความขัดแย้ง

ปรากฏว่าคนจำนวนหนึ่งเขายอมรับ พล.อ.ประยุทธ์มาก็ยังดีกว่า ตอนนั้นม็อบ กปปส. เป่านกหวีดหาทางลงไม่ได้ ก็ไปอัญเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มายึดอำนาจ อันนี้เป็นที่ล่วงรู้กัน แต่ว่าไปแต่งเพลง คุณรู้มั้ยเพลงเราจะทำตามสัญญามันหลอนอยู่ในหูคนไทยกี่ปี เป็นเพลงที่ถูกเปิดบ่อยที่สุด แล้วคุณรู้มั้ยมันเข้าไปในจิตใต้สำนึก มีอยู่วันหนึ่งผมเดินอยู่ดีๆยังผิวปากเพลงนี้เลย คุณกรอกใส่หูผม ลงไปจิตใต้สำนึกผม การที่คุณกระทำต่อจิตใต้สำนึกของผมโดยการปลูกฝังเพลงบ้าๆบอๆลงไปในอกคุณต้องรับผิดชอบ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ ในเพลงบอกว่า ขอเวลาอีกไม่นาน เราจะทำตามสัญญา สัญญาอะไรครับ พล.อ.ประยุทธ์ คุณสัญญาอะไรกับประชาชนตอนคุณยึดอำนาจ คุณบอกจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง จะพัฒนาประเทศ แล้วจะอยู่ไม่นาน คุณจะออกไป 5 ปีกว่าครับ ถ้าไม่ไล่คงอยู่อีก 10 ปี

นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเอง ผมไม่ได้กล่าวร้ายเลย บอกว่าอยู่ไม่นาน จะทำตามสัญญา แล้วไม่ออกครับ จำได้มั้ยครับ ทำไมถึงเกิดการเลือกตั้ง เพราะว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งเรียกตัวเองว่า “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง”

พูดตรงๆนะมันน่าสังเวชมากที่ประชาชนต้องมาเรียกว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้ง การเลือกตั้งเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนทุกคน ออกมาเรียกร้องขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกไป ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมลาออก ดื้อด้านพักหนึ่ง ถึงขนาดว่าฉีกร่างรัฐธรรมนูญของตัวเอง จำได้มั้ย อ.บวรศักดิ์ร่างรัฐธรรมนูญมาฉบับหนึ่ง แล้วพอไปโหวตปรากฏว่าแพ้ เพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตัวเองจะได้อยู่ต่ออีก 2-3 ปี

แล้วคนอย่างนี้หรือครับที่คุณจะเอาไว้ให้อยู่ในอำนาจต่อไป

ผมไม่เข้าใจคนจำนวนหนึ่งที่ยังชื่นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนดี ผมบอกแล้วไงถ้ามาตรฐานของ พล.อ.ประยุทธ์คือคนดี แล้วประเทศมีคนดีแบบนี้สัก 20% ประเทศชาติจะฉิบหาย

ผมมั่นใจว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออก สถานการณ์จะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จะเป็นความขัดแย้งที่มีขนาดใหญ่ และมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดบาดแผลลึก อาจจะเป็นประวัติศาสตร์ที่เป็นบาดแผลอีกครั้งหนึ่งของสังคมไทย

พล.อ.ประยุทธ์หรือคนที่เป็นเสนาธิการของ พล.อ.ประยุทธ์อย่าไปกังวลมาก หาวิธีการพูดคุยกันแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ลาออกไป การลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์คือการถอยก้าวที่หนึ่ง ถ้ายังไม่มีการลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เกิดสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์พยายามจะนำเสนอ ก็คือการถอยคนละก้าว

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับการถอยคนละก้าว จุดยืนผม พรรคพวกที่ติดตามผมรู้ดี ผมเป็นนักสันติวิธี ผมไม่ชอบการเผชิญหน้า ชนหน้า จมูกติดกัน เราไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายใดๆอีกแล้วเกี่ยวกับการปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศ มีคนบอกว่าความขัดแย้งในปัจจุบันเป็นความขัดแย้งที่ยากจะใช้การคุยกันได้ เราต้องไม่ลืมกันนะครับ สงครามเวลาเขาสู้กันเขายิงปืนใหญ่ใส่กัน เขาเอาเครื่องบินไปทิ้งระเบิดอีกฝ่ายหนึ่ง เผาบ้านอีกฝ่ายหนึ่ง บ้านเมืองเขาเละเทะ สุดท้ายเขาก็ต้องเจรจากัน คุณเป็นทหารคุณรู้ดีเรื่องการเจรจากัน การคุยกัน แต่ต้องคุยกับคนจำนวนมาก คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสดงออกถึงความจริงใจว่าอยากเห็นสังคมไทยมีความสงบสุข เหมือนกับที่คุณเคยพูดไว้ตอนก้าวเข้ามาสู่การยึดอำนาจครั้งแรก

ดังนั้น การลาออกของคุณจำเป็นมาก ผมบอกว่ามันจำเป็นจริงๆ ผมไม่เห็นทางอื่น ก้าวแรกของการคลี่คลายวิกฤตการณ์ครั้งนี้คือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกครับ

ผมได้ยินว่าชั่วโมงนี้เขานอนไม่หลับแล้ว เวลาของ พล.อ.ประยุทธ์เหมือนอยู่ในมิติลึกลับประเภทหนึ่ง เวลาของเขายาวนานมาก หมายความว่าใน 1 ชั่วโมงของเขา อาจจะยาวเท่ากับ 1 อาทิตย์ของเรา ความยาวของเขาอันนี้คือมิติของเวลา และเขากำลังเจ็บปวดอย่างยิ่ง โดยสติปัญญาที่มีอยู่ ผมเข้าใจว่าเขาพยายามใช้ความคิดอันจำกัดที่มีอยู่ในตัวเองแก้โจทย์นี้ ผมบอกได้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลิกคิด ซีพียูที่อยู่ในสมองคุณมันประมวลผลไม่ได้แล้ว มันเออเร่อร์ คุณต้องเลิกคิด ออกจากเกมนี้โดยการลาออก ตื่นมาตอนเช้าๆไม่ต้องใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้า ตื่นมาตอนเช้าล้างหน้าแปรงฟันให้เรียบร้อยไปกินข้าวกับภรรยาสุดที่รัก ผมมั่นใจว่าแกเป็นคนรักภรรยา แกควรปรึกษากับภรรยา เพื่อที่จะบอกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำเพื่อประเทศชาติ และก็ทำเพื่อครอบครัว สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งประเทศชาติและเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวแกเอง

สุดท้ายอันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับ พล.อ.ประยุทธ์ เผื่อแกจะได้ยินหรือคนข้างตัวแกจะได้ยิน ผมจะบอกให้ว่า พอคุณยึดอำนาจเสร็จคุณเรียกผมไปรายงานตัว แล้วผมไม่ไปรายงานตัวคุณอายัดบัญชีผม 5 ปี ผมว่าวิธีการของคุณมันบัดซบ ไม่ควรทำแบบนี้ การที่ผมไม่ไปรายงานตัว ไม่ใช่การรายงานตัวภายใต้กฎหมาย กฎหมายไม่มีบอกว่าเมื่อผู้มีอำนาจบอกให้ไปรายงานตัวผมต้องไป ผมดูแล้วกฎหมายนี้ไม่มี แต่ออกเป็นคำสั่ง คสช. ให้ไปรายงานตัว แล้วเมื่อผมไม่ไปรายงานตัว ผมดื้อแพ่ง สิ่งที่เขาทำก็คือเขาอายัดบัญชีผม 5 ปี

คุณรู้มั้ยว่าบัญชีผมได้คืนมาได้ยังไง ไม่ใช่อยู่ดีๆ พล.อ.ประยุทธ์คิดได้ว่าต้องคืนเงินให้กับผม ที่ พล.อ.ประยุทธ์เซ็นยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับนั้นเพราะผมไปประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ตามที่ต่างๆขอให้คืนเงิน กว่านักข่าวจะยอมเอาไมโครโฟนไปสัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์เรื่องที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ขอให้ยกเลิกการอายัดบัญชี คดีผมปรับ 3,000 บาทจบไปแล้ว ดอกเบี้ยผมเกิน 3,000 อีก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่าไงรู้ไหมครับ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คนที่นักข่าวถามเขาไม่รู้จัก แต่ตอนเซ็นอายัดบัญชีผม พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนเซ็น คนแบบนี้เอาไว้ได้ไหม

เมื่อเดือนที่แล้วมีประเด็นบนโซเชียล มีคนไปขุดคุ้ยข้อมูลเกี่ยวกับลูกสาวแก จริงๆแล้วเรื่องนี้อ่อนไหวมาก ผมไม่ยุ่งประเด็นนี้เลย แต่มันคาบเกี่ยวความเป็นส่วนตัวกับเรื่องที่เป็นสาธารณะ ผมเข้าใจนะความเป็นพ่อ ผมก็มีลูกสาว ตอนมีคนพยายามตามล่าว่าลูกสาวอยู่ที่ไหน หน้าตาเป็นยังไง ทำงานทำการอยู่ที่ไหน มีทรัพย์สินอยู่ที่ไหนบ้าง มีการโอนเงินกันไปกันมา พล.อ.ประยุทธ์โกรธมาก ส่งทนายไปฟ้องร้องคนที่แชร์ข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

ด้านหนึ่งผมก็เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์พยายามปกป้องลูก แต่ผมอยากจะบอกว่า วันที่คุณยึดอำนาจแล้วเรียกผมไปรายงานตัว แล้วผมไม่ไปรายงานตัว คุณส่งทหารไปหาลูกสาวผมที่โรงเรียน พอความแตกทหารบอกว่าจะพาลูกสาวผมไปค่ายทหารที่เชียงรายเพื่อที่จะรับทุนการศึกษา

นี่เป็นเรื่องที่ผมกับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถให้อภัยต่อกันได้ นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องอายัดบัญชีเรื่องหนึ่ง แต่ที่คุณมายุ่มย่ามลูกสาวผมขนาดนี้ผมทนไม่ได้ บุกไปที่คอนโดฯผมที่กรุงเทพฯ พังประตูเข้าไปเลย กลอนงัดทิ้งไปเลย แล้วไปหาลูกสาวผมที่เชียงราย ทหารเอาปืนเข้าไปในบ้านผมหลายครั้ง ไปข่มขู่ลูกสาวผมหลายครั้งเพื่อจะบีบคั้นให้ผมออกมารายงานตัว ไปมอบตัวกับมัน คิดดูสิคนแบบนี้เป็นผู้นำประเทศได้ไง นี่เหรอชายชาติทหาร

จริงๆแล้วคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่การเข้ามาตั้งแต่ต้น คุณไม่มีคุณสมบัติใดๆทั้งไอคิว อีคิว หรือที่ว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาสถานการณ์ที่สังคมขัดแย้งกัน พอถึงที่สุดแล้วคนในชาตินี้เขารู้ว่า จริงๆไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

ใครๆก็รู้ว่าการเคลื่อนไหวของ กปปส. สมัยคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นการเคลื่อนไหวที่รับกัน ที่เราเรียกว่าใบอนุญาตให้รัฐประหารได้ การรัฐประหารช่วงหลังๆมักจะต้องเกิดจากสิ่งนี้ ชั่วโมงนี้ต้องดูดีๆ

ตอนนี้ทหารจะรัฐประหารได้ต้องมีบัตรเชิญ ก็คือจะต้องมีความชอบธรรมทางการเมืองระดับหนึ่ง คุณสุเทพและ พล.อ.ประยุทธ์เล่นกันเป็นขบวน เป็นทฤษฎีสมคบคิด คนหนึ่งสร้างสถานการณ์ แล้วทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าสู่อำนาจได้ เรื่องแบบนี้ไม่มีการซับซ้อน หลังจากนั้นคุณสุเทพยอมรับเองว่าคุยไลน์กับ พล.อ.ประยุทธ์มาหลายเดือน ดังนั้น สองคนนี้เป็นพวกเดียวกัน หลักฐานที่ยืนยันว่า กปปส. กับทหารในเวลานั้นเป็นพวกเดียวกัน คุณลองคิดดู หลังจากยึดอำนาจ รัฐมนตรีในตอนนี้เป็นพวกเป่านกหวีดกันมาทั้งนั้น นี่เป็นหลักฐานที่ประจักษ์ ผมไม่ได้มโน คุณอย่าคิดว่าคนไทยไม่รู้เรื่องอะไร สิ่งนี้เป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าการมีบทบาทของคนที่ยึดอำนาจในตอนต้นด้วยเหตุผลเพราะว่าสังคมมีความขัดแย้ง

ทหารมีหน้าที่ที่จะต้องดำรงความมั่นคง ทำให้สังคมไม่ขัดแย้งกัน แต่จริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ์วางแผนร่วมกับคุณสุเทพในการสร้างความขัดแย้ง และสร้างภัยความมั่นคงของประเทศ คุณแหละสมรู้ร่วมคิดกันทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

เรียนพี่น้องตำรวจที่มาทำงานเป็นหน่วยควบคุมฝูงชน เผื่อมีตำรวจนั่งฟังผมอยู่ ถ้าคุณยังจำได้ในเวลานั้นผมต้องไปให้กำลังใจที่สโมสรตำรวจ ไปจัดกิจกรรมเรารักตำรวจ ผมมีเสื้อ “เรารักตำรวจ” อยู่

ทำไมผมทำอย่างนั้น เพราะว่าตำรวจในเวลานั้นเป็นหน่วยหน้าเพียงหน่วยเดียวที่คอยปะทะ คอยยันสถานการณ์ที่ม็อบอีกฝ่ายพยายามจะสร้างความโกลาหลในประเทศ แล้วเวลานั้นก็เคยมีการใช้อาวุธสงครามทำร้ายตำรวจ

จำลูกระเบิดครั้งหนึ่งได้มั้ย ที่ตำรวจต้องออกมาเตะลูกระเบิด จนตำรวจที่ออกมาเตะขาขาด

จริงๆแล้วตำรวจไม่ใช่คู่กรณี ผมอยากจะพูดว่าเขาถูกใช้มาควบคุมพวกเรา ดังนั้น ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ผมหวังว่าตำรวจจะรู้ว่าคนที่เป็นปัญหาจริงๆไม่ใช่ประชาชนหรอก

คนที่เป็นปัญหาจริงๆในเวลานี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา!

 


You must be logged in to post a comment Login