วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
ข่าวด่วน
  • add friends

ระวังรัฐเป็นชาวนาอุ้มงูเห่า

On June 1, 2020
prapayom

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม

ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 63)

การฟังอภิปรายการประชุมสภาฯพิจารณาพ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ยิ่งทำให้ชัดเจนว่า ไม่คำนึงถึงศีลธรรม จะมีแต่คำว่า เสมอภาค เท่าเทียม อย่างชนิดทั่วถึงอะไรทำนองนี้ ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เราไม่ได้กระทบไหล่ศีลธรรมเลย เพราะไม่ได้บอกว่า ถ้าเยียวยาทั้งหมดเสมอภาค เท่าเทียม ก็หมายความว่า ทุกคนไม่มีคำว่า ศีลธรรม เป็นตัวโน้มเชื่อมโยง ทุกคนก็ได้ 5 พันบาท ทุกคนอบายมุขเพียบ จะเป็นฆาตกรรมบ้ากาม ติดยา

ถามว่า ได้รับเสมอภาค เท่าเทียม มันถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่ มันมีศีลธรรมเป็นที่อ้างอิงหรือไม่ ถ้าไม่มีก็คิดว่า เรื่องอย่างนี้น่าจะเป็นอย่างที่หลวงพ่อพุทธทาสว่า ถ้าการเมืองไม่มีเรื่องศีลธรรมบริหารบ้านเมือง โดยไม่คำนึงถึงคำว่า ศีลธรรม เข้าไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงก็จะมีคำว่า เสมอภาค เท่าเทียม ทั่วถึง ถามๆจริงเถอะว่า ถ้าคนเลวก็ได้กินอิ่ม คนชั่ว คนดีก็ได้กินอิ่มเท่ากันหมด และมันจะมีจิตสำนึกตรงไหนหลงเหลือว่า เราจะต้องมีศีลธรรมเพื่อเราจะได้เท่าเทียม เสมอภาค ในความเป็นคนมีศีลธรรมบ้าง

ไม่ใช่ว่า ศีลธรรมอย่างหนัก ฉะนั้น ในเวลาเราจะเห็นว่า พ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าแม่ ฆ่าผัว ฆ่าเมีย ฆ่าพี่ ฆ่าน้อง ยิงน้อง 2 ศพ เพื่อแย่งชิงมรดก ปัญหาเหล่านี้มีบ่อยขึ้นในสังคมไทยก็เพราะว่า ตัวเสมอภาค ตัวเท่าเทียมนั่นแหละ ไม่มีคำว่า ถึงแม้ไม่เท่าเทียมเพื่อน้อง เพื่อพี่ เพื่อพ่อแม่ ก็ควรจะต้องยอมกัน เรื่องมรดกอาจจะได้ไม่เท่าเทียมกัน แต่ถ้ามีเพื่อพี่น้อง เพื่อแม่ เพราะคนบางคนอาตมาเคยเห็นเขามีศีลธรรม เขายกให้น้อง เขาไม่แย่งน้อง เขามีศีลธรรม เขาก็หากินของเขาได้ และควรจะส่งเสริมบ้าง

เพราะฉะนั้น ถ้าจะเยียวยา จะบริหารประเทศ โดยไม่คำนึงถึงคำว่า ศีลธรรมแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย โดยเฉพาะน่าเสียดายจิตสำนึกคนไทยไม่มีสำนึกต่อไปแล้วว่า ถึงจะไม่มีศีลธรรม ฉันก็ได้เท่าเทียม เสมอภาค ทั่วถึง เพราะฉันเป็นคนไทยคนหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องให้การเยียวยา ช่วยเหลือ ถ้าเรายังขืนคิดว่า ทำอย่างนี้ถูกดี ไม่ต้องมีศีลธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ต้องพิจารณาคุณสมบัติทางศีลธรรมเลย ก็จะได้กิน ได้ใช้ ได้สบาย ไม่แตกต่างกับคนดีมีศีลธรรม

ดังนั้น จึงทำให้บ้านเมืองออกอาการทรุดหนักทางศีลธรรมมากขึ้น เนื่องจากเราบริหารประเทศ นโยบายของนักการเมืองต้องกินดี อยู่ดี เสมอภาค เท่าเทียม ไม่มีคำว่า เหลื่อมล้ำ มนุษย์เหมือนกัน คนเหมือนกัน แต่คำว่า คนเหมือนกัน มนุษย์เหมือนกัน มันเคยมีนิทานเรื่องนี้ พระเจ้าแผ่นดินมีมหาดเล็กกับฝีพาย ท่านเสด็จประพาสทางน้ำ ทางเรือ ปรากฏว่า มหาดเล็กนั่งหลับพึงพระแท่น เพราะพระราชาไม่ได้เรียกเข้าปรึกษา ไตร่ถามก็นั่งหลับไป

ฝีพายนี่ซิ เห็นแล้วก็รู้สึกไม่พอใจเลย เขาก็เป็นคนเหมือนกัน มานั่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมาพายตลอด ก็เลยบอกว่า คนเหมือนกันอะไรแบบนี้ พระเจ้าแผ่นดินก็รู้แล้วไอ้นี่มีอัตตา ตัวตน จะให้เทียมกับมหาดเล็ก มันไม่เสมอภาคอะไรแบบนี้ เราพายไอ้นั่นนั่ง ผลที่สุดพระเจ้าแผ่นดินเลยออกอุบายเมื่อถึงหัวสะพานน้ำ มันมีลูกหมาออกมา 4-5 ตัว ปรากฏว่า พระราชาให้มหาดเล็กขึ้นไปหลักวัดแล้วบอกให้ฝีพายหมุดไปดู 4-5 เที่ยว มันมารายงานเนี่ย มันไม่ได้หมุดเที่ยวเดียว เพราะมันไม่ได้รอบคอบเหมือนเจ้ามหาดเล็ก

มาถึงก็บอกว่า หมาออกลูกพระเจ้าค่ะ พอถามกี่ตัว ลืมนับ มันก็หมุดเข้าไปใหม่ 5 ตัวพระเจ้าค่า ตัวเมียกี่ตัว ตัวผู้กี่ตัว มันไม่ได้รอบคอบ มันก็หมุดไป หมุดมา 6-7 เที่ยว แต่พอมาถึงมหาดเล็กมา หมุดเที่ยวเดียวบอกหมด แม่สีอะไร ลูกสีอะไร ตัวเมียกี่ตัว ตัวผู้กี่ตัว และลูกสีอะไรบ้าง รายงานรวดเดียวหมด พระราชาก็บอกว่า เป็นคนเหมือนกันมั้ยเนี่ย สติปัญญา ความรอบคอบ ความเฉลียวฉลาดเท่ากันมั้ย

เพราะฉะนั้น คนเราเนี่ย ร่างกายอาจจะเหมือนกัน แค่ถามว่า นิสัย ความประพฤติ เป็นพลเมืองดี คำว่า พลเมืองดีกับพลเมืองไม่ดี พลเมืองไร้ศีล ไร้ธรรม จะได้รับการช่วยเหลือเท่ากัน อาตมาว่า นี่ คือ เส้นทางแยกไม่ออก ไม่รู้จักเอาความดีกับไม่ดีมาบวกลบคูณหารกันซะหน่อย ถ้าดีก็ให้มากหน่อย ถ้าไม่ดีก็ต้องได้น้อยหน่อย ทีนี้เราจะใช้คำ เห็นคำอภิปรายของนักการเมืองจะซัดรัฐบาลว่า รัฐบาลต้องเสมอภาค ต้องเท่าเทียม ต้องทั่วถึงในการเยียวยา

แต่นี้มาดูแล้ว อาตมาเนี่ยที่วัดสวนแก้ว คนที่ไม่ควรอยู ไม่ควรสงเคราะห์ มันก็มี ใครว่าไม่มี มาถึงก็ขี้เกียจ กินเหล้า ขโมย มาถึงก็ไม่ทำงาน ทั้งๆที่มีงานให้ทำ เดี๋ยวเดินขอคนนั้น คนนี้ เขารำคาญไปหมด คนก็ไม่อยากจะเข้าวัดทำบุญ คนแบบนี้ถามว่า วัดจะต้องเยียวยา อนุเคราะห์มั้ย ไม่รู้นะใครจะใจดี เมตตาเต็มไปอวิชชายังไงก็แล้วแต่ แต่อาตมานั้นอยู่ฝ่ายศีลธรรม ทำอะไรก็ต้องเชื่อมโยงศีลธรรม จะเกี่ยวข้อง ช่วยเหลือใครจะต้องเชื่อมโยงทางศีลธรรมเป็นหลักเลย

ถ้าไม่เอาอย่างนี้เป็นหลัก วัดแตก หาเงินที่ไหนมาเลี้ยงกันหวั่นไหว และมีคนเขาบอกว่า พระพยอมตายแน่ ถ้าเราเลี้ยงคนที่ตกงานมา ใครจะไปโง่รับทั้งหมด แต่ถ้าดี จะรับได้มากกว่าไม่ดี ถ้าคนไม่ดีมันมีมาอยู่ไม่กี่คน มันทำคนดีๆอยู่ไม่เป็นสุข ยุ่ง แต่ถ้าคนมันดีหมด มาพันคนดีหมด ไม่กินเหล้า ไม่ขี้ขโมย แค่ขี้ขอ มีแต่สนุกกับงาน ไม่มีอบายมุขตัวเสื่อม เขาไม่เป็นตัวเสื่อม เขาเป็นตัวเจริญ ถ้าผู้เจริญ ถามว่า ควรจะได้อะไรสูงกว่าตัวเสื่อมมั้

อย่างคนที่มาทำอะไรให้บ้านเมืองเสื่อม ถ่วงบ้าน ถ่วงเมือง นี่ระวังน่ะ ประเทศไทยอยากจะฝากถึงรัฐบาลไหนๆก็ตาม ถ้าจะสงเคราะห์คน ขอให้สงเคราะห์ให้เขามีงานทำ และเขาก็จะมีเงินใช้ โดยไม่ต้องไปอัด 5 พันบาท มีคนมาหาอาตมาหลายคน เขาบอก เขานอน 3 เดือนไม่ได้ทำงาน พอเขาทำงาน เขาเป็นลมเลย เพราะเขาไม่ได้ออกกำลังมา 3 เดือน ถามว่า สงเคราะห์กันยังไง ถ้าสงเคราะห์ช่วยเหลือเยียวยาให้เขามีงานทำแล้วให้เขามีน้ำยาทำงาน ไม่ใช่ไม่เป็นสับปะรดเลย ทำงานไม่เป็น

แถมขี้เกียจ มาถึงก็งงๆ มึนๆ เมาๆ เผลอขโมย เชิญรัฐบาลทั้งหลายเอาไปเลี้ยงดูกันเถอะ และเลี้ยงดูคนถ่วงความเจริญของประเทศมากๆ ระวังความเมตตาของอวิชชามันจะเป็นชาวนาอุ้มงูเห่า รัฐบาลจะเป็นชาวนาอุ้มงูเห่า จะสร้างหนี้ สร้างสิน ต้องใช้เวลา 10 ปีกว่าจะใช้หนี้ได้หมด แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปพัฒนาห้วย หนอง คลอง บึง แหล่งเก็บน้ำ ภาวะวิกฤตน้ำท่วม น้ำแล้ง ก็เอางบประมาณมาเยียวยากันหมดจะเอายังไง ถ้าไม่เยียวยาในการสร้างงาน ระวังเงินจะไม่มีติดคลัง และสติปัญญาศีลธรรมจะไม่มีติดสมอง ต้องไตร่ตรองกันให้ดีนะ

 

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login