วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563
ข่าวด่วน
  • add friends

อัลกุรอาน คัมภีร์ที่ไม่เคยถูกเปลี่ยนแปลง

On May 15, 2020
santitum

คอลัมน์ : สันติธรรม

ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน

(โลกวันนี้วันสุข ประจำวันที่  15-22 พ.ค. 2563)

หน้าที่สำคัญของนบีหรือศาสนทูตของพระเจ้าคือการนำคำสอนของพระเจ้าไปเผยแผ่สั่งสอนแก่มนุษย์ ในช่วงเวลาหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจนำอัลกุรอานซึ่งเป็นวจนะของพระเจ้าไปเผยแผ่สั่งสอน  นบีมุฮัมมัดเคยสั่งห้ามสาวกของท่านนำอัลกุรอานไปยังดินแดนของศัตรู

เหตุผลที่ท่านสั่งห้ามเช่นนั้น เพราะอัลกุรอานถูกทยอยประทานลงมาและถูกเก็บรักษาไว้ด้วยความจำและถูกบันทึกไว้บนวัสดุตามธรรมชาติ เช่น แผ่นหนัง แผ่นไม้ กระดูก กาบอินทผลัม ท่านจึงเกรงว่าแผ่นจารึกอัลกุรอานจะถูกศัตรูยึดไปหรือถูกทำลาย แต่ที่อันตรายยิ่งกว่านั้นก็คือข้อความกุรอานบนวัสดุเหล่านั้นอาจถูกนำไปอ่านอย่างผิดๆหรือถูกบิดเบือนจนผิดไปจากเจตนารมณ์เดิมของพระเจ้า

ก่อนหน้าสมัยของนบีมุฮัมมัด ความเสียหายเคยเกิดขึ้นกับคัมภีร์ของพระเจ้ามาอย่างต่อเนื่อง โมเสสเคยได้รับคัมภีร์โตราห์จากพระเจ้าซึ่งถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่เมื่อเห็นพวกลูกหลานอิสราเอลเคารพบูชารูปหล่อวัวทองคำ โมเสสได้โยนแผ่นศิลานั้นลงพื้นจนแตกด้วยความโกรธ อย่างไรก็ตาม โมเสสและสาวกบางคนยังจดจำถ้อยคำจากแผ่นจารึกได้ คำสอนของพระเจ้าจึงถูกส่งต่อกันมา

Quran 4

หลังสมัยของโมเสส  พวกลูกหลานอิสราเอลได้เก็บชิ้นส่วนศิลาจารึกโตราห์และสิ่งของเครื่องใช้ของโมเสสไว้ในหีบแห่งพันธสัญญา และให้ความเคารพหีบใบนี้เหมือนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นขวัญกำลังใจ  ในช่วงนี้เองที่พวกปุโรหิตชาวยิวได้เริ่มแต่งคัมภีร์ของตนเองขึ้นมาแทนโตราห์

พวกอิสราเอลถูกชนชาติต่างๆรุกรานโจมตีอย่างต่อเนื่องจนสูญเสียแผ่นดินและมรดกทางศาสนาของตน จนกระทั่งเดวิดสามารถรวบรวมพวกอิสราเอลเป็นปึกแผ่นและก่อตั้งอาณาจักรอิสราเอลขึ้นมาได้ พระเจ้าจึงประทานคัมภีร์ษะบูรฺ (Psalm)ให้แก่เดวิดเพื่อเป็นกฎหมายปกครองลูกหลานอิสราเอล

หลังสมัยกษัตริย์โซโลมอนบุตรของกษัตริย์เดวิด พวกลูกหลานอิสราเอลถูกโจมตีจากชาติอื่นๆและถูกจับไปเป็นทาส  จนกระทั่งกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียได้ปลดปล่อยพวกอิสราเอลให้เป็นอิสระ พวกอิสราเอลจึงเดินทางกลับไปยังเยรูซาเล็ม ในช่วงนี้เองที่เอษราได้พยายามรวบรวมคำสอนของคัมภีร์ที่สูญหายไปจากความทรงจำของคนแก่ๆที่ยังพอจำความได้ ความพยายามของเอษราในการกอบกู้คำสอนของพระเจ้านี้เองที่ทำให้ชาวยิวซาบซึ้งและยกย่องเอษราว่าเป็นบุตรของพระเจ้า

เนื่องจากคำสอนที่ได้มาจากผู้คนอาจผิดเพี้ยนไป พระเจ้าจึงได้ประทานคำสอนแก่พวกอิสราเอลอีกครั้งหนึ่งในรูปของคัมภีร์ไบเบิล (Gospel) ผ่านทางพระเยซูเพื่อยืนยันธรรมบัญญัติเดิม  แต่ใน ค.ศ 70 พวกอิสราเอลถูกกองทัพโรมันไบแซนตินบุกโจมตีทำลายเมืองเยรูซาเล็ม คัมภีร์ไบเบิลฉบับดั้งเดิมในภาษาของพระเยซูได้สูญหายไป จึงมีการรวบรวมขึ้นมาใหม่โดยผ่านการสังคายนาหลายครั้ง

หลังจากสมัยพระเยซู 570 ปี พระเจ้าได้ประทานอัลกุรอานแก่นบีมุฮัมมัดผู้มีบรรพบุรุษร่วมกับพวกอิสราเอลเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด มิใช่เฉพาะชนชาติใดแม้จะถูกประทานมาเป็นภาษาอาหรับก็ตาม การประทานคัมภีร์กุรอานใช้เวลา 23 ปีจึงสมบูรณ์

ในคัมภีร์กุรอานตอนหนึ่งกล่าวว่าพระเจ้าเป็นผู้ประทานคัมภีร์กุรอานและพระองค์เองจะเป็นผู้รักษาคัมภีร์กุรอาน การรักษานี้ทำโดยสองวิธีด้วยกัน วิธีการแรกทำโดยการจดจำของสาวกนบีมุฮัมมัด วิธีที่สองทำโดยการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรบนแผ่นวัสดุต่างๆที่กระจัดกระจายอยู่ในมือของผู้คน

การรวบรวมคัมภีร์กุรอานเป็นรูปเล่มมีขึ้นทันทีหลังนบีมุฮัมมัดเสียชีวิตได้ไม่ถึงปี เคาะลีฟะฮฺผู้มีอำนาจได้สั่งให้เก็บแผ่นจารึกข้อความอัลกุรอานมารวมกันและให้บรรดาสาวกที่สามารถท่องจำคัมภีร์กุรอานได้ทั้งหมดมาร่วมกันตรวจสอบ และเมื่อตรวจสอบว่าอ่านถูกต้องตรงกันแล้ว จึงรวบรวมเป็นต้นฉบับขึ้นมา และวัสดุจารึกถ้อยคำอัลกุรอานที่มีอยู่ได้ถูกเผาทิ้งทั้งหมด หลังจากนั้น ได้มีการคัดสำเนาจากต้นฉบับส่งไปตามหัวเมืองสำคัญๆเพื่อให้ผู้คนทุกที่อ่านเหมือนกัน

ปัจจุบัน เมื่อการพิมพ์มีความเจริญก้าวหน้า อัลกุรอานได้ถูกตีพิมพ์เป็นรูปเล่มในภาษาอาหรับแจกจ่ายไปทั่วโลก  แต่พระเจ้าได้รักษาวจนะของพระองค์ไว้อีกวิธีหนึ่ง นั่นคือการกำหนดให้ใช้ภาษาอาหรับในการปฏิบัติศาสนกิจและการทำให้มุสลิมทั่วโลกส่วนหนึ่งสามารถท่องจำคัมภีร์กุรอานได้ทั้งเล่ม

ปัจจุบัน มีมุสลิมทั่วโลกในประเทศต่างๆสามารถท่องจำคัมภีร์กุรอานที่ประกอบด้วย 6,236 ประโยคนับจำนวนแสนคน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 12 ขวบรวมอยู่ด้วย

คัมภีร์กุรอานที่มุสลิมอ่านในทุกวันนี้จึงเหมือนกับที่นบีมุฮัมมัดได้รับและสาวกในสมัยของท่านอ่านทุกตัวอักษรเพราะคัมภีร์กุรอานไม่เคยได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตลอด 15 ศตวรรษที่ผ่านมา


You must be logged in to post a comment Login