วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2567

ชาติก่อน ชาตินี้ ชาติหน้า

On March 3, 2023

คอลัมน์ : สันติธรรม

ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่   3 มี.ค. 66 )

ความเชื่อในเรื่องการมีอยู่ของชาติก่อนและชาติหน้าเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว  ความเชื่อเช่นนี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ได้ข้อมูลข่าวสารหรือมีประสบการณ์ทางด้านจิตวิญญาณมาก่อน

ชาตินี้ไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นชาติที่มนุษย์เห็นทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตาและพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ แต่ชาติก่อนและชาติหน้าซึ่งเป็นโลกก่อนเกิดและโลกหลังตายเป็นชาติภพที่มนุษย์ไม่อาจเห็นด้วยตา เพราะมันเป็นเรื่องของวิญญาณ

ดังนั้น  มนุษย์จึงพยายามหาทางอธิบายสิ่งที่ตัวเองมองไม่เห็นตามความเข้าใจของตัวเอง ใครจบเอกสาขามโนหรือจบโทสาขาจินตนาการก็จะอธิบายความคิดของตนได้เป็นคุ้งเป็นแคว

ในตอนเป็นเด็ก  ผมได้ยินผู้เฒ่าคนแก่อธิบายให้ลูกหลานฟังว่าคนที่เกิดมาพิการด้อยเปลี้ยเสียขาก็เพราะในชาติก่อนคนผู้นั้นไปหักขาตั๊กแตนหรือไปตีหมาจนขาหัก เกิดมาชาตินี้จึงถูกลงโทษให้เกิดมาแขนขาพิการ  คำอธิบายนี้มีส่วนดีตรงที่ทำให้เด็กไม่กล้ารังแกหรือทำร้ายสัตว์

สมัยเรียนมัธยมต้น  พอพูดถึงเรื่องกรรมเก่าในชาติก่อนที่ส่งผลมาถึงชาตินี้ เพื่อนๆพากันหัวเราะและแย้งว่าถ้าคนที่ทำบาปไว้ในชาติก่อนต้องมารับกรรมในชาตินี้  ประชากรบนโลกนี้จะเพิ่มได้อย่างไรเพราะคนหนึ่งเกิดในสองชาติ และถ้าชดใช้กรรมที่ทำไว้ในโลกนี้แล้วไปเกิดในชาติหน้าอีก ชาติหน้าก็คงจะมีคนเท่ากับชาตินี้ 

เมื่อโตเป็นหนุ่ม  ผมได้ดูภาพยนตร์รักที่พระเอกและนางเอกไม่สมหวังในรักเพราะถูกกีดกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย  ก่อนตาย ทั้งสองคนได้อธิษฐานขอให้ได้อยู่คู่กันในชาติหน้า ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าไอ้ขวัญกับอีเรียม หรือโรมีโอกับจูเลียตได้พบกันในชาติหน้าหรือยัง

ภพหน้าหรือชาติหน้าจึงเป็นภพที่วิญญาณอันเป็นชีวิตที่แท้จริงของมนุษย์มีความหวัง

ความเชื่อในชีวิตหลังความตายมีอยู่ในคำสอนของทุกศาสนา  ในอดีต  ฟาโรห์แห่งอียิปต์มีความเชื่อว่าเมื่อมนุษย์ตายไปแล้ว  วิญญาณของมนุษย์จะกลับมาเข้ามาสู่ร่างเดิมอีก  ด้วยความเชื่อเช่นนี้ ฟาโรห์จึงสั่งให้ทำมัมมี่ร่างของตัวเองไว้โดยหวังว่าวิญญาณของตัวเองจะกลับมาเกิดในร่างของตนอีก  ไม่เพียงเท่านั้น  ฟาโรห์ยังสั่งให้ทำมัมมี่ของสัตว์เลี้ยงนานาชนิดที่ตัวเองเลี้ยงไว้และเก็บสะสมทรัพย์สมบัติไว้มากมายภายใต้ปีระมิดโดยหวังว่าจะกลับมาเสพสุขกับสิ่งที่ตัวเองได้เก็บสะสมไว้

เพราะเชื่อเช่นนี้เองที่ทำให้ฟาโรห์โลภไม่หยุด  ในระหว่างที่มีชีวิตในโลกนี้  เขากอบโกยสะสมทรัพย์สมบัติโดยการกดขี่ข่มเหงผู้คนทั่วทั้งแผ่นดิน  แต่จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลามากกว่าสามพันปีแล้ว  วิญญาณของฟาโรห์ยังไม่กลับมายังมัมมี่ของเขาและทรัพย์สมบัติของเขาได้ถูกนำมาแสดงให้เห็นถึงความเชื่อผิดๆของเขา

ชาวจีนที่มีอารยธรรมเก่าแก่ก็มีความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตาย จึงได้มีการเตรียมสุสานและโลงศพของตัวเองไว้ล่วงหน้า  เมื่อเสียชีวิต  ลูกหลานจะเผากงเต็กที่เป็นรูปจำลองบ้าน รถยนต์ เสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นส่งไปให้เพราะคิดว่าโลกหน้าวิญญาณบรรพบุรุษต้องใช้สิ่งเหล่านี้เหมือนตอนอยู่บนโลก

ชาวอาหรับก่อนอิสลามไม่เชื่อว่าเมื่อมนุษย์ตายไปแล้ว  เนื้อหนังที่ยุ่ยสลายและกระดูกที่ผุป่นเป็นฝุ่นธุลีจะไม่มีวันฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก  เมื่อคิดเช่นนี้  ชาวอาหรับก็ใช้ชีวิตอย่างเมามันเหมือนกับโจรที่เชื่อว่าไม่มีตำรวจและกฎหมายคอยลงโทษตน

เมื่อนบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลามในเมืองมักก๊ะฮฺ  หลักคำสอนพื้นฐานของอิสลามคือการศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวและการฟื้นคืนชีพหลังความตายเพื่อรับการสอบสวนจากพระเจ้าในโลกหน้า นบีมุฮัมมัดถูกส่งมาสร้างความกระจ่างให้แก่มนุษย์ว่าวิญญาณของมนุษย์มีโลกของตัวเองอยู่  พระเจ้าเป็นผู้ส่งวิญญาณมายังมนุษย์เมื่อเขาปฏิสนธิเป็นก้อนเลือดในครรภ์ได้ 120 วัน เมื่อครบเก้าเดือนจึงคลอดออกมายังโลกนี้

หลังจากสิ้นใจ  วิญญาณมนุษย์จะไปรอกันอยู่ในโลกแห่งสุสานเพื่อรอวันสิ้นโลกและไม่สามารถกลับมายังโลกนี้ได้อีก  เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง  มนุษย์ทั้งหมดตั้งแต่คนแรกและคนสุดท้ายจะถูกทำให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอยู่ต่อหน้าพระเจ้าเพื่อรอรับการพิพากษาในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้ 

นบีมุฮัมมัดยังบอกให้รู้ว่าการพิพากษาของพระเจ้าไม่ต้องมีทนายหรืออัยการ เพราะการกระทำของมนุษย์แต่ละคนได้ถูกบันทึกไว้แล้ว  ทรัพย์สินมีค่าใดๆก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ในวันนั้น

ด้วยเหตุนี้  นบีมุฮัมมัดจึงแนะนำว่าสิ่งที่จะทำให้มนุษย์รอดพ้นจากการถูกลงโทษคือ อย่ากราบไหว้บูชาสักการะสิ่งใดนอกจากพระเจ้าองค์เดียว และสิ่งที่จะติดตัวมนุษย์ไปหลังความตายคือ การบริจาคทานที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง  วิทยาทานและลูกที่ดีขอพรให้


You must be logged in to post a comment Login