วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

หลักธรรมครองเมือง

On June 22, 2022

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม

ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่ 22 มิ.ย.  65)

ช่วงนี้การเมืองก็ต้องบอกว่า เริ่มตีกลองร้องป่าว เริ่มที่จะไปเปิดปราศรัยแสดงตัวตามพื้นที่ต่างๆ และมีการตั้งคอนเซ็ปต์แปลกๆ เช่น ล่าสุดพรรคเพื่อไทยตั้งคอนเซ็ปต์ ไล่หนู ตีงูเห่า” ลงพื้นที่จ.ศรีสะเกษ ต้องถือว่า เป็นวาทกรรมแปลกๆ และค่อนข้างจะออกอาการว่า ดุเดือด รุนแรงกันยังไงหรือเปล่า หรือว่า บางทีเขาบอกว่า ชื่อหนังบู๊ แต่บางทีก็เป็นหนังเศร้าก็ได้ ชื่อแลดูบู๊ แต่ออกไปแล้วอาจจะเป็นเศร้าก็มีรัฐมนตรรีบางท่านที่จะโดนฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ เขาบอกไม่ต้องกลัว เรานี่เจอมาเยอะแล้วว่าอย่างนั้น

เรียกว่า มีการท้าทายกันแล้ว เอาล่ะ อยากจะฝากอย่างเดียวว่า บ้านเมืองจะได้อะไร จะไปหาเสียง จะไปประดิษฐ์วาทกรรมอะไรก็แล้วแต่ ๆ บ้านเมืองต้องไม่ตกต่ำ เสื่อมโทรม ถ้านักการเมืองไม่สร้างเรื่อง สร้างปัญหา มีแต่มุ่งหน้าแก้ปัญหาให้บ้านเมือง มันน่าจะพอจะสบายใจกับประชาชนได้ ถ้าบอกว่า จะเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำอะไรๆก็บอกเพื่อประชาชน อาตมาว่า ตอนนี้ประชาชนฟังแล้วก็ไม่รู้จะเคลิ้มหรือจะมึนตึบว่า จะช่วยยังไง ช่วยอย่างไร

นโยบายมายังไง ไปอย่างไร ทำได้หรือไม่ได้ เวลานี้คนไทยก็เริ่มเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนนี้จะเรียกว่า แจกปลาทู แจกน้ำปลา แจกไม่อั้น เจ้าบุญทุ่ม ทุ่มแต่เงิน ตอนนี้มาทุ่มกล้วย ทุ่มอะไรกัน จนในที่สุดรู้สึกจะบอกว่า อาจจะทุ่มแล้วไม่ได้ผลก็ได้นะ เพราะคนไทยยุคนี้ก็เริ่มมีความรู้ ความเข้าใจว่า บ้านเมืองมันเสียหาย บรรลัยวายวอด ก็เพราะว่า ไปรับเงิน ขายเสียง เจอเจ้าบุญทุ่ม เจอเจ้าแจก เรียกว่า แจกแหลก แล้วก็ล้มเหลวกับการแจกแหลก

เช่น ในอดีตเคยมีการแจกปลาทู แจกข้าวสาร แจกน้ำปลา แค่นี้ก็ได้ฐานเสียงมาแล้ว แต่ตอนนี้น่าจะไม่ใช่ อะไรที่เคยว่า ได้ ใช่ มันชักจะเปลี่ยนไป มันถึงจุดตันก็มี เขาบอกว่า มันเปลี่ยนไปแล้ว เอาคำนั้น วาทกรรมนั้น เมื่อก่อนนี้บอกว่า พาคนไปตาย เล่นเอาเสียงตกวูบไปเลย เผาบ้าน เผาเมือง ก็แย่กันไปพักหนึ่ง ไม่เลือกเรา เขามาแน่ ผลที่สุดก็ใช้ไม่ได้อีก ใช้ได้ยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง เขาเรียกว่า ธรรมสัจจะ ซึ่งธรรมสัจจะไม่ใช่แปลกสัจธรรม ความจริงเสมอไป ตลอดกาล

มันจริงเฉพาะเรื่อง เฉพาะกรณี เฉพาะยุค เฉพาะสมัย เรียกว่า สมัยหนึ่งใช้ได้วาทกรรมนี้ เช่น ตอนนี้เริ่มวิจารณ์กันแล้วว่า จบที่ลุงตู่ ถ้าเลือกลุงตู่ จบสงบแน่ สงบจบที่ลุงตู่ว่าอย่างงั้น แต่ตอนนี้ชักเริ่มมีคนแย้งแล้ว สงบแต่อด ปากท้องไปไม่รอด สงบ แต่ว่ารถติด น้ำมันแพง ข้าวของแพงชักจะสงบไม่ลงซะแล้ว ม็อบก็เริ่มจะมาแล้ว เลยมีการดูความเปลี่ยนแปลงแต่ละยุค แต่ละสมัย ให้มองเห็น “ธรรมสัจจะ” ที่ท่านพุทธทาสบรรยายไว้เหนือว่า พระใดในประเทศไทยนี้ คือ จริงเฉพาะเรื่อง เฉพาะกรณี เฉพาะยุค เฉพาะสมัย

จำได้ อาตมาเคยเอาไปเทศน์เมื่อ 27 ปีหรือ 37 ปีที่แล้ว จนเป็นเทปโด่งดังขายได้ 30-40 ล้านตลับ คือ ชุดธรรมสัจจะที่โคราช เอ้า ทีนี้ไปแล้วก็มีการจะชวนเสื้อแดงกลับบ้าน จะชวนคนนั้น ชวนคนนี้เข้ามาร่วมทีม จะให้เกิดแลนด์สไลด์ นี่เป็นวาทกรรมใหม่อีก แลนด์สไลด์ ชนะอย่างถล่มทลาย พลิกล็อค เกินคาด เกินฝัน ก็กำลังปลุกกันอยู่ ใช้ได้ซักกี่น้ำ กี่ยุค กี่สมัยก็ไม่รู้ล่ะ มันเคยใช้ได้ยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง นี่จะกลับเอามาใช้อีก มันจะสำเร็จประโยชน์ได้แค่ไหน อย่างไร

เอาล่ะ ทั้งหมด ทั้งสิ้น นักการเมืองขอให้มีหลักใหญ่ๆเอาไว้เถอะ สัจจะ ขอให้เป็นคนจริง พูดจริง น่าเชื่อถือ อย่างท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาฯและประธานรัฐสภา กำลังชวนให้เด็กวัยรุ่นให้รู้จักประชาธิปไตยแบบมีสัจจะ ไม่โกง ซึ่งท่านชวนก็ยกคำว่า ไม่โกง ซื่อสัตย์ สุจริต มีสัจจะ ข้อ 2.นักการเมืองต้องข่มใจเป็น ไม่ใช่เขาเอากล้วยมาล่อก็เป็นงูเห่าไปแล้ว ไม่เป็นนักการเมืองซะแล้ว ขายตัว ขายอะไรต่ออะไรกันไป ย้ายพรรค ทั้งๆที่ตัวอยู่พรรคนี้ แต่ใจไปอยู่พรรคโน้น

เรียกว่า วุ่นวายพอสมควร แต่กลับไม่ข่มใจให้มันอยู่รอดตลอดไป มีอะไรมากระทบใจนิดหนึ่ง เขาเรียกฝีแตก วงแตก เพราะไม่ข่มใจ หุนหันพลันแล่น ไม่หนักแน่น เยือกเย็น อันนี้นักการเมืองมีไว้ซักข้อหนึ่ง ข้อ 3 อดกลั้น อดทนให้ได้ ต้องอย่าเห็นแก่สุข สบาย แล้วอย่าใจเสาะ เปราะบาง ท้อแท้ อ่อนแอ ต้องมีขันติ อดกลั้น อดทน สุดท้ายก็คือ จาคะ รู้จักสละความสุขส่วนตัว ไม่ติดสุข ติดนอน ตะลอนๆไป ลุยงานๆ ทำงานต้องด้วยความเสียสละ ไม่คิดไปกอบ ไปโกยอะไร

ถ้ามีหลักธรรมซัก 4 ข้อนี้ บ้านเมืองทั้งสงบ ร่มเย็น และเจริญรุ่งเรือง เพราะเป็นหลักธรรมครองบ้าน ครองเมือง ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ เป็นของธรรมะในครองบ้าน ครองเมืองได้ร่มเย็นเป็นสุขแน่นอน

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login