วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

สัญญาณเตือนภายนะภัย

On January 21, 2022

คอลัมน์ : สันติธรรม

ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่  21 ม.ค.  65)

มนุษย์ประสบความหายนะจากภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่สารพัดรูปแบบมาตั้งแต่อดีตกาล ภัยพิบัติบางอย่างทำให้ผู้คนในชุมชนนั้นหายสาบสูญไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน ภัยพิบัติเก่าแก่ที่สุดที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิลและคัมภีร์กุรอานคือน้ำท่วมใหญ่ในสมัยโนอาห์และธรณีพลิกกลบเมืองโซดอมในสมัยของโลท

ในทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับหลายพันปีก่อน พายุทรายพัดกระหน่ำชุมชนชาวอ๊าดทั้งวันทั้งคืนนานเป็นสัปดาห์จนกระทั่งเมืองทั้งเมืองจมหายไปในทะเลทรายและเพิ่งมีการสำรวจพบทางดาวเทียมเมื่อเร็วๆนี้  ในทางตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรอาหรับ ซากของชุมชนชาวษะมูดที่สร้างที่อยู่อาศัยโดยการเจาะภูเขายังปรากฏให้เห็นอยู่ทุกวันนี้  แต่ไม่มีลูกหลานของชาวษะมูดหลงเหลืออยู่

คัมภีร์กุรอานบอกเล่าถึงความเป็นไปของชุมชนเหล่านี้ไว้ให้มนุษย์รุ่นหลังได้รู้และได้บอกถึงสาเหตุแห่งความรุ่งเรืองและความตกต่ำของชุมชนหรือสังคมจนถูกทำลายในที่สุดไว้ด้วย

ตามคัมภีร์กุรอาน  พระเจ้าได้ประทานปัจจัยและความสามารถให้แก่ชนชาติหนึ่งจนชนชาตินั้นมั่งคั่งเข้มแข็ง  หลังจากนั้น ชนชาติที่เจริญรุ่งเรืองนี้จะใช้ความมั่งคั่งเข้มแข็งกดขี่ข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า  ผู้นำของชาวเมืองจะเกิดความทะนงหลงในอำนาจของตัวเองจนทำความชั่วสารพัดโดยคิดว่าไม่มีอำนาจใดที่จะยับยั้งตัวเองได้

เมื่อความชั่วแพร่ระบาดไปสักพัก  พระเจ้าจะคัดเลือกคนดีในชนชาตินั้นให้เป็นนบีมาทำหน้าที่ตักเตือนเพื่อให้เวลาคนที่ทำชั่วอย่างโอหังสำนึกผิดและกลับใจ  แต่นบีของพระเจ้ากลับถูกผู้คนต่อต้านหรือไม่ก็ถูกขับไล่หรือทำร้ายโดยที่ผู้คนหารู้ไม่ว่าการต่อต้านนบีเท่ากับการท้าทายพระเจ้า

เมื่อท้าทายพระเจ้าโดยการต่อต้านนบีผู้เป็นตัวแทนของพระเจ้า บางชุมชนหรือชนชาติ พระเจ้าได้ให้โอกาสอีกครั้งโดยการแสดงปรากฏการณ์มหัศจรรย์หรือปาฏิหาริย์ให้ชนชาตินั้นได้เห็นพลังอำนาจของพระองค์ เช่น อูฐแดงตัวใหญ่ที่ชาวษะมูดไม่เคยเห็นเดินออกมาจากภูเขา หรือเมฆดำทะมึนก้อนใหญ่เหนือชุมชนชาวอ๊าดเพื่อเป็นสัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย

ด้วยความทะนงโอหัง  ผู้คนในชุมชนมองเห็นว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมชาติและยังคงทำชั่วโดยไม่สำนึกผิดคิดกลับใจ  ในที่สุดแล้ว ชุมชนหรือชนชาตินั้นก็ถูกพระเจ้าทำลายด้วยพระองค์เอง

การล่มสลายของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่มีอายุยาวนานนับพันปีมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลก็มีสาเหตุมาจากความทะนงในอำนาจและกดขี่ข่มเหงชนชาติอื่น แต่ในที่สุด แม้จะไม่ถูกภัยพิบัติทางธรรมชาติทำลายทั้งหมดเหมือนชนชาติเล็กๆในอดีต  แต่ก็ถูกชนชาติอื่นทำลายและหมดอำนาจลง

เนื่องจากนบีก่อนหน้าสมัยนบีมุฮัมมัดถูกส่งมาตักเตือนผู้คนเฉพาะชนชาติใดชนชาติหนึ่ง การทำลายจึงเกิดขึ้นเฉพาะชนชาตินั้น แต่นบีมุฮัมมัดถูกส่งมายังมนุษย์ทั้งหมด มิได้จำกัดอยู่เฉพาะชนชาติใด  ปัจจุบัน  ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร คำสอนของท่านที่ยืนยันคำสอนของนบีก่อนๆได้แพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลกแล้ว ชื่อของท่านถูกกล่าวขานควบคู่กับพระเจ้าทุกวินาทีที่โลกหมุนไปมานานนับพันปีและยังจะคงเป็นเช่นนี้ตลอดไปจนถึงวันสิ้นโลก

ทุกวันนี้ ชนชาติที่ทะนงโอหังกระจายไปยังทุกส่วนของโลก ถ้าหากจะมีการทำลายชนชาติที่โอหังท้าทายพระเจ้า  การทำลายล้างก็ต้องเกิดขึ้นทั้งโลก ไม่ใช่เฉพาะชาติหนึ่งชาติใด

นบีมุฮัมมัดถูกส่งมาเป็นนบีคนสุดท้ายก่อนวันอวสานของโลก ครั้งหนึ่ง ท่านยกนิ้วชี้และนิ้วกลางของท่านขึ้นมาและกล่าวว่าระยะห่างระหว่างท่านกับวันสิ้นโลกก็เหมือนกับระยะหางของสองนิ้วของท่านและท่านได้บอกล่วงหน้าถึงเหตุการณ์และความเป็นไปของโลกที่เป็นสัญญาณเตือนไปสู่วันอวสานไว้หลายอย่าง เช่น สงครามและการเข่นฆ่าจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยที่ผู้ถูกฆ่าไม่รู้ว่าตัวเองถูกฆ่าเพราะเหตุใด ผู้หญิงจะกลายเป็นผู้ชายและผู้ชายจะกลายเป็นผู้หญิง  ลูกจะเนรคุณพ่อแม่ ความชั่วจะแพร่หลายจนคนดีหัวใจสลายเหมือนกับเกลือที่ละลายอยู่ในน้ำ แผ่นดินไหวและภัยพิบัติต่างๆเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

บางที การระเบิดของภูเขาไฟในตองกาที่ทำให้พื้นที่เกาะจำนวนหนึ่งหายไปอาจเป็นสัญญาณเตือนมนุษย์ถึงยามอวสานของโลกก็ได้ เพราะการระเบิดของภูเขาไฟเป็นการบอกมนุษย์ให้รู้ว่าใต้ผืนเปลือกโลกยังมีหินหลอมละลายที่พร้อมจะระเบิดขึ้นมาในเวลาใดก็ได้และมนุษย์ไม่มีทางรู้ด้วย


You must be logged in to post a comment Login