วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

เสียงเดียวคนกลัว / โดย กิ่งเหมย

On September 4, 2017

คอลัมน์ : วิถีบูรพา

ผู้เขียน : กิ่งเหมย

ฉบับนี้ขอเสนอสุภาษิตที่ว่า “อี้ หมิง จิง เหริน” หรือ “เสียงเดียวคนกลัว”

สมัยจ้านกว๋อ แคว้นฉีมีขุนนางคนนึงนามว่า ฉุนหยูคุน เขาเป็นผู้ที่มีคารมเป็นเลิศ สามารถพูดเรื่องต่างๆให้คนสนใจได้ และมักจะคอยตักเตือนกษัตริย์ หากแต่คำพูดของเขาไม่เคยทำให้กษัตริย์โกรธ แต่กลับฟังดูรื่นหูน่าฟัง

ต่อมาในสมัยของกษัตริย์เวย ทั้งๆที่ก่อนขึ้นครองราชย์นั้นเป็นผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ แต่พอขึ้นครองราชย์แล้วกลับทำตัวเหลวไหล หลงสุรานารี ไม่สนใจบ้านเมือง ยกเรื่องการเมืองทุกอย่างให้แก่เสนาบดีทำ

ด้วยเหตุนี้ ทำให้บ้านเมืองอ่อนแอ ขุนนางไม่สนใจทำงาน แคว้นที่เคยอยู่ใต้อาณัติเริ่มกระด้างกระเดื่อง ประชาชนอดอยากยากแค้น แม้ว่าครั้งนั้นจะมีคนรักชาติจำนวนมาก แต่ล้วนเกรงกลัวกษัตริย์ไม่มีใครกล้าทูลตักเตือน ร้อนถึงฉุนหยูคุน เขาจึงได้วางแผนขึ้นมาอย่างหนึ่ง แล้วเตรียมตัวเข้าเฝ้ากษัตริย์เวย

วันหนึ่ง เขาได้มีโอกาสเข้าเฝ้ากษัตริย์เวย และได้กล่าวกับพระองค์ว่า “ฝ่าบาท ข้าพระองค์ขอทายปัญหากับฝ่าบาทข้อหนึ่ง มีนกตัวหนึ่ง อาศัยอยู่กลางพระราชวังใหญ่ได้สามปี แต่ว่า นกตัวนี้กลับไม่บิน ไม่ส่งเสียงร้อง วันๆเอาแต่กินหนอนเป็นอาหาร อยากทราบว่า นกตัวนี้คือนกอะไร”

กษัตริย์เวย แต่เดิมเป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดอยู่แล้ว พอได้ฟังคำกล่าวของฉุนหยูคุน จึงคิดได้ว่า นกตัวนั้นก็คือพระองค์เอง พระองค์จึงตรัสแก่ฉุนหยุคุนว่า “นกตัวนี้ เจ้าไม่รู้หรอกว่า แม้มันจะไม่ขยับปีก แต่มันก็สามารถบินไปบนฟ้าได้ แม้มันจะไม่ร้อง แต่หากร้องเพียงครั้ง ก็จะทำให้คนตกใจได้ เจ้าค่อยๆดูไปก็แล้วกัน”

ตั้งแต่นั้นมา กษัตริย์เวยก็เลิกหลงสุรานารี หันมาบริหารราชกิจ ทำให้บ้านเมืองเข้มแข็ง ประชาชนมีความสุข ไม่มีแคว้นใดกล้ามารุกราน

เสียงเดียวคนกลัว ใช้เปรียบเทียบกับคนที่มีสติปัญญาแต่ไม่ได้แสดงออกมา แต่เมื่อได้แสดงออกแล้ว ก็จะทำให้คนตกตะลึงได้


You must be logged in to post a comment Login