วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ทำให้ศาสนาบริสุทธิ์ / โดย พระพยอม กัลยาโณ

On February 19, 2017

คอลัมน์ : สำนักข่าวพระพยอม
ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

การประกาศใช้มาตรา 44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษคนจะเข้าจะออก เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการจับพระธัมมชโย เพราะที่ผ่านมาล้มเหลว ส่วนครั้งนี้เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ฟ้าสาง ก็เชื่อว่ารัฐบาลคงทำงานได้สำเร็จ เพื่อทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามศาสนาและกฎหมาย ใครจะมาเป็นรัฐอิสระไม่ได้ ซ่องสุมผู้คนอะไรต่างๆ

รัฐบาลรู้จักรอจังหวะ ถ้าครั้งนี้รัฐบาลทำไม่สำเร็จ คงยากที่จะทำอะไรได้ต่อไป เพราะกฎหมายเปิดโอกาสให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทำงานได้เต็มที่ ที่ผ่านมาฝ่ายวัดพระธรรมกายมีมวลชนเข้ามาปกป้องจำนวนมาก ทำให้ฝ่ายที่ปราบจะไปบุกไปรุกอะไรก็ทำไม่ได้ ก็ต้องรอดูฝีมือของรัฐบาลครั้งนี้จะทำได้หรือไม่

ครั้งนี้ท่าทีของวัดพระธรรมกายก็มีท่าทีที่รอมชอม บรรดามวลชนก็ไม่แสดงความรู้สึกที่จะขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ทำตัวตีถอยห่าง เปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะรัฐบาลขอร้องขอความร่วมมือว่างั้นเถอะ

ทางศาลก็อนุมัติให้ค้นหาพระธัมมชโยได้เป็นเวลา 10 วันต่อเนื่อง ไม่ใช่กำหนดเวลาที่กระชั้นชิดบีบคั้นจนเจ้าหน้าที่ทำอะไรกันไม่ได้ เรียกว่าการทำงานทำได้สบายแบบลื่นไหลและสะดวก ไม่มีแนวขวางกั้น ไม่มีแนวร่วมเยอะมาขัดขวาง

ประชาชนเองก็อยากจะดูว่าเรื่องนี้จะจบยังไง เพราะไม่อยากให้คาราคาซัง ไม่ควรจะดื้อแพ่ง จะได้ไม่เสียเวลาทั้งทหารและตำรวจ ไม่ต้องเสียเบี้ยเลี้ยง

ถ้ามองกันในแง่คุณธรรมแล้ว คนเป็นครูบาอาจารย์ไม่ควรทำให้ลูกศิษย์ของตนต้องมาลำบาก เพราะไม่สมศักดิ์ศรีครูบาอาจารย์ พูดตามตรงว่าเสียดายลูกผู้ชายชาติพระ ทำไมไม่ออกมามอบตัวแล้วให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย มันจะได้สิ้นเรื่องไป

ที่บอกว่ากลั่นแกล้ง ใครจะมานั่งแกล้ง มีคดีตั้ง 200-300 คดี ถ้าไม่ทำ ไม่ก่อ จะกลั่นแกล้งกันนั้นมันไม่ใช่เรื่องทำได้ง่ายๆ อย่างที่โบราณเขาบอกว่า “ไม่มีมูล หมาไม่ขี้”

ทำนองเดียวกัน ถ้าไม่มีความผิด จะไปกลัวอะไรกันนักหนา ก็สู้กันไปตามรูปแบบของกฎหมาย คนอื่นจะได้ไม่ต้องมาลำบาก ลูกศิษย์ลูกหาจะได้กินอิ่มนอนหลับ ไม่ต้องมาหวาดผวากับครูบาอาจารย์ของตัวเอง ครูบาอาจารย์ก็ต้องแสดงสปิริต รัฐบาลก็ต้องรักษาคงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย ความเจริญรุ่งเรืองของศาสนา ไม่ปล่อยให้คนสองคนมาสร้างปัญหาให้เสื่อมศรัทธา

จึงต้องรอคอย รอดูฝีมือของเจ้าหน้าที่จะจัดการได้เรียบร้อยหรือไม่ เป็นว่าถ้ารัฐบาลฝีมือถึงจริงๆก็ย่อมจะได้คะแนนได้แต้มที่ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้อืดอาดยืดยาดล่าช้า ไม่ใช่ล้มเหลวอยู่เรื่อย ครั้งนี้คงจะกู้หน้าดีเอสไอ(กรมสอบสวนคดีพิเศษ) และคดีที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือสำนักงานเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค ก็คงจะร่วมไม้ร่วมมือกันทำให้ศาสนาบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login