วันพฤหัสที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เปลือกอวิชชา / โดย พระพยอม กัลยาโณ

On September 26, 2016

คอลัมน์ : พระพยอมวันนี้
ผู้เขียน : พระพยอม กัลยาโณ

พระพุทธเจ้าเคยเปรียบเทียบว่าพระองค์เปรียบเสมือนไข่ไก่ ลูกไก่ที่ฟักเป็นตัวแล้ว พระองค์อุปมาว่าพระองค์เจาะเปลือกไข่กะเทาะออกมาเป็นตัวแรกในบรรดาฝูงหรือจำนวนไข่ที่ออกมาอย่างน้อย 12 ฟอง หรือ 15 ฟอง ใน 15 ฟองหรือเป็นหมื่นๆฟองก็แล้วแต่ ท่านเป็นไข่ไก่ฟองแรกที่ออกมาดูโลกภายนอกได้อย่างแจ่มแจ้ง ไม่อึดอัด ทรมานอยู่ในเปลือกไข่

ถามว่าในโลกนี้เปรียบเทียบกับอะไรบ้าง ก็คือคนที่ถูกอวิชชา ความรู้ผิด ความเข้าใจผิด เห็นผิด เป็นเสมือนเปลือกไข่ เรียกว่า “เปลือกอวิชชา”

ความรู้ผิดครอบงำตั้งแต่อะไร เรามีครอบครัวก็ถูกครอบครัวครอบงำ แทบทั้งชีวิตจะทุ่มไว้ที่ครอบครัวอย่างเดียว อย่างอื่นไม่สนใจ จะมุดออกจากครอบครัวเข้าวัด หาศาสนาบ้างก็ไม่มี แต่บางครอบครัวก็รู้จักมุดออกมาได้บ้าง ออกมาเห็นแสงธรรม แสงสว่างทางจิตใจ บางคนเหมือนเปลือกไข่หนาเหลือเกิน คืออวิชชาห่อหุ้มจิตใจให้รู้ผิด หลงผิด เข้าใจผิด จิตคิดอยู่แต่ครอบครัว

บางคนก็ถูกอวิชชาการเมืองเข้าครอบงำจนกระทั่งติดยึดพรรคพวกตัวเองชนิดที่ไม่คิดจะเจาะเปลือกการเมืองออกมาเลย ถูกครอบงำ ติดยึดทุกข์ทรมานยังไงก็ไม่รู้สึกว่าอึดอัด เต็มใจจะถูกยึดอยู่อย่างนั้น เรียกว่าเปลือกไข่ทางการเมืองห่อหุ้ม จิตใจยึดติดผูกติดอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จักคำว่า “ปล่อยวาง” ไม่รู้จักเจาะฟองเปลือกอวิชชาการเมือง บางคนน่าสงสาร โดนทั้งคดีทางการเมือง ติดคุก ถูกยึดทรัพย์ แต่ก็หากลัวไม่ ยังจะให้การเมืองห่อหุ้มต่อไปด้วยความรู้สึกชอบเหมือนลูกไก่ที่ไม่คิดจะเจาะเปลือกไข่ออกมา

ที่ร้ายกว่านั้นคือ บางคนถูกอวิชชาห่อหุ้มด้วยเรื่องความสนุกสนานเพลิดเพลิน อบายมุขหุ้มเต็มหัวเต็มตัวไม่เคยคิดจะเจาะออก บางคนเจาะไม่ออกเลยสักเรื่องหนึ่ง เป็นพวกไข่ตายโคมคือ เพาะฟักจนเป็นตัวแล้ว แต่ไม่สามารถออกจากเปลือกไข่มาได้ นานไปก็เน่าคาไข่คาเปลือก จึงเรียกว่า “ไข่ตายโคม”

ตายโคมทางการเมือง ตายโคมในครอบครัว ตายโคมในเรื่องความสนุกสนานเพลิดเพลิน อบายมุข พวกนี้เรียกว่า “ตายโคม” ไม่สามารถเจาะทะลุเปลือกไข่ออกมาได้เลย เรียกว่า “เสียชาติเกิด” เกิดมาชาติหนึ่ง ตายโคมทางการเมือง ตายโคมทางอบายมุข หรือมีครอบครัวก็ไม่รู้อะไรในโลกใบนี้ รู้แค่ตัวเอง เหมือนลูกไก่ที่อยู่ในฟองไข่ ไม่อยากจะรู้อะไรข้างนอกเลย รู้ว่าอยู่ในเปลือกไข่สบายดี ที่จริงมันคับแคบมาก น่าอึดอัดจะตาย บางคนก็ยินดีที่จะอึดอัดอยู่ในทางการเมือง ยศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่ง อำนาจ ชีวิตคนพวกนี้เป็นอวิชชาที่ครอบชีวิตตายโคม เน่าตายคาเปลือก

ถ้าเราใคร่ครวญดูก็จะคิดตรงกันข้ามบ้าง อยากจะเจาะฟองอวิชชา ตัณหาที่มันครอบ ไม่อยากจะอยู่อย่างนั้น อย่านึกว่าเปลือกไข่ สิ่งต่างๆที่คลุมตัวเองอยู่จะสบาย ปลอดภัย ตอนนี้เราเห็นชัดเลยว่าบางคนถูกสีครอบ เอาสีเป็นเปลือกไข่ เอานกหวีดเป็นเปลือกไข่ เอามือตบ ตีนตบเป็นเปลือกไข่ ตายคาสี ตายคานกหวีด ตายคาตีนตบ มือตบ เป็นพวกตายคาไข่ ตายคาโคม จมติดอยู่กับสี-ข้าง ไม่ยอมมุดออกไป

บางคนก็ดีนะ รู้จักปรับตัว รู้ว่าช่วงไหนขาขึ้นขาลง บางคนไม่รู้เรื่องเลย ลงแล้วยังทำท่าจะขึ้นอยู่นั่นแหละ จนน่าอนาถใจ เป็นไข่ตายโคมอยู่สีเดียว ข้างเดียว ไม่ไปเปิดหูเปิดตา สังเกตดูพวกสีข้างเมื่อก่อนมันด่ากันอุตลุด เดี๋ยวนี้ช่องที่ด่าก็เปลี่ยนมาเป็นเรื่องพาเที่ยว เรื่องสุขภาพ อาหาร เรื่องการเกษตร

เห็นรายการคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. มีรายการตามหาเด็กที่ตกระกำลำบาก พ่อแม่แยกทาง หาทุนการศึกษาให้ใช้จ่าย ให้ชีวิตอยู่ได้ ก็น่าอนุโมทนา บางรายการมาเรื่องอาหาร เรื่องสุขภาพ อย่างคุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำพันธมิตรฯ ทำท่าจะเจาะสีเจาะข้างเจาะฝ่ายออกมาบ้าง มาดูโลกภายนอกบ้าง ไม่อย่างนั้นก็เป็นเปลือกไข่อวิชชาห่อหุ้มสีตัวเองเท่านั้น บ้านเมืองจะป่นปี้ยังไงก็ยังมั่นใจว่าถูกว่าดี ทั้งสี นกหวีด มือตบ ตีนตบ ทำให้ประเทศสลบ ทำให้การบ้านการเมืองไม่รุ่งเรืองไปมากทีเดียว ไม่รู้ว่าจะรู้กันหรือเปล่า

หรือยังคิดว่าทำถูก ทำดีที่สุด อำนาจของเปลือกไข่อวิชชาทำให้ไม่รู้ผิด รู้ถูก บ้านเมืองเลยมีทหารเข้ามา ต้องบอกว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องออกจากฟองอวิชชา แต่ละกลุ่ม แต่ละพวกออกมาดู ลืมหูลืมตา จะได้เห็นอะไรภายนอกกันบ้าง

เจริญพร


You must be logged in to post a comment Login