วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ข่าวด่วน
  • add friends

‘แดดแรง-ฝนรัว’ ภัยร้ายใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อดวงตา

On June 14, 2019
11

คอลัมน์ : โลกสุขภาพ

ผู้เขียน :นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ จักษุแพทย์แห่ง“แว่นท็อปเจริญ”

(โลกวันนี้วันสุข ประจำวันที่ 14-21 มิถุนายน 2562 )

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย… ช่วงนี้เดี๋ยวแดดออกจ้าจนร้อนระอุ สักพักฟ้าครึ้มฝนตกกระหน่ำ แน่นอนว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญกับสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีทั้งแสงแดดอันประกอบไปด้วยรังสี UV และเชื้อโรคที่มากับสายฝน ซึ่งภัยร้ายใกล้ตัวดังกล่าวนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยคือการดูแลสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะดวงตาคู่เดียวของคุณ

ในปัจจุบันคนไทยยังให้ความสำคัญของการดูแลสายตาจากรังสี UV น้อยมาก เห็นได้ว่าหลายคนยังละเลยการสวมใส่แว่นกันแดดเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง และเป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงฤดูร้อนนี้เมืองไทยเราตรวจพบค่ารังสี UV สูงขึ้นในระดับที่รุนแรง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและอีกหลายจังหวัดในประเทศไทย ยิ่งดวงอาทิตย์เข้าใกล้โลกมากเท่าไรก็จะยิ่งกระทบต่อดวงตาโดยตรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยอาจส่งผลให้ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยๆโดยไม่สวมแว่นกันแดดเกิดอาการกระจกตาอักเสบ มีอาการแสบตา น้ำตาไหล เคืองตา ตาแดง หรือมองภาพเบลอได้ ส่วนระยะยาวอาจเกิดเป็นต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก และในอนาคตจอตาอาจเสื่อมจนถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น

ดังนั้น นอกจากการสวมแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB รวมถึงสวมหมวกหรือกางร่มทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดด หากรู้สึกแสบตา ไม่สบายตา ให้หยอดน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา และถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลาตั้งแต่ 11.00 น. ไปจนถึง 15.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงที่แสงแดดรุนแรงที่สุด ที่สำคัญควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงและปกป้องสายตา เช่น อาหารที่มีสารลูทีน เบต้าแคโรทีน และวิตามิน A C D E เสริมด้วย

สำหรับในช่วงที่ฝนตกอากาศจะมีความชื้นสูงจึงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค โรคตาที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝนคือ โรคตาแดงจากเยื่อบุตาอักเสบ จะมีอาการเคือง ปวดตา ตาแดงมาก และมีขี้ตาข้นเขียว ดังนั้น ควรต้องระวังเรื่องความสะอาดจากการสัมผัสเข้าตาโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถป้องกันได้โดยหมั่นล้างมือให้สะอาด ไม่นำมือที่ไม่สะอาดมาจับหรือขยี้ตา ในกรณีที่น้ำหรือฝุ่นเข้าตาห้ามขยี้ตาหรือเช็ดตาแรงๆ เพราะอาจทำให้เกิดแผลถลอกที่ผิวตา ทำให้เชื้อโรคเข้าตาง่ายขึ้น วิธีที่ถูกต้องคือ ใช้ผ้าสะอาดซับเบาๆ หรือหาน้ำเกลือที่สะอาดล้างตา หรือหยอดน้ำตาเทียม ถ้ารู้สึกระคายเคืองหรือตาแดงมากควรไปพบจักษุแพทย์ตรวจร่วมกับหยอดยาฆ่าเชื้อป้องกันหรือรักษาการติดเชื้อที่ดวงตา

นอกจากนี้ยังมีโรคที่มากับหน้าฝนที่เกิดจากการเดินย่ำน้ำท่วมขังสกปรกอย่างโรคฉี่หนู (Leptospirosis) โดยเชื้อนี้จะเข้าสู่เท้าโดยเฉพาะบริเวณที่มีบาดแผล มีระยะฟักตัว 1-3 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดน่องขา และอาจพบอาการตาแดงรุนแรง ซึ่งป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงการเดินย่ำน้ำขัง หากเลี่ยงไม่ได้ควรใส่รองเท้าบู๊ตกันน้ำ หากพบการติดเชื้อโรคฉี่หนูควรไปพบอายุรแพทย์เพื่อได้รับยาปฏิชีวนะและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาควรรีบไปปรึกษาจักษุแพทย์โดยทันที และทางที่ดีควรเข้าตรวจสุขภาพดวงตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดี และการมองเห็นที่ชัดเจนอีกด้วย

 


You must be logged in to post a comment Login