ad222
วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน
  • add friends

ปราโมทย์ หิรัญจารุวงศ์ มีความสุข สนุกกับงาน

On August 15, 2018
05inspiration_1

จากครั้งเยาว์วัยที่อยากจะเดินตามรอยคุณพ่อกับอาชีพนักธุรกิจ แต่เมื่อเติบโตขึ้นมา ความฝันเปลี่ยนเป็นความจริง อยากทำงานที่มีความสุข เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ถึงวันนี้ คุณปราโมทย์ หิรัญจารุวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร โรงพยาบาลเจ้าพระยา ยืนยันว่า มีความสุข สนุกกับงานอยู่ตลอดเวลา

ช่วงประถม-มัธยมปลาย คุณปราโมทย์ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาบริหารอุตสาหกรรม (เกียรตินิยมอันดับ 2) โดยใช้เวลาเรียน 3 ปีครึ่ง และจบปริญญาโทที่ NIDA (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์) ในคณะบริหารธุรกิจ (MBA) ในยุคนั้นการสอบเข้าในระดับปริญญาโทยากมาก ไม่เหมือนสมัยนี้ เนื่องจากมีมหาวิทยาลัยรัฐเปิดสอนอยู่แค่ 3-4 แห่ง และเปิดสอบปีละครั้ง รับรุ่นละ 60 คน

คุณปราโมทย์เล่าให้เราฟังว่า คุณพ่อเป็นนักธุรกิจ ทำธุรกิจส่วนตัวขายรถยนต์ ตอนเด็กๆผมอยากจะเดินตามรอยพ่อเหมือนกับหลายๆคน พอโตจริงๆไม่อยากเป็นนักธุรกิจ คิดว่าอยากทำงานแล้วมีความสุข เลี้ยงตัวเองได้เท่านั้นเอง
จากการที่ผมจบ Industrial Management จึงเริ่มทำงานที่แรกกับบริษัทรองเท้าบาจาแห่งประเทศไทย ทำให้รู้ว่าบาจาไม่ใช่ของคนไทย แต่เจ้าของดั้งเดิมเป็นของสาธารณรัฐเช็ก ข้อดีอย่างหนึ่งของการเข้าทำงานที่บาจาก็คือ คู่มือการทำงานทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ทำงานเหมือนบาจาในต่างประเทศเลย ใน 3 เดือนแรก ไม่ต้องทำงาน อ่านคู่มือการทำงานอย่างเดียว แล้วเข้าไปดูของจริงในโรงงาน งานที่ผมทำคือการทำ Motion and time study คือทำอย่างไรให้เราผลิตรองเท้าหนึ่งคู่โดยใช้เวลาที่น้อยที่สุด, เคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด, ใช้วัตถุดิบให้น้อยที่สุด, การคิด Flow ของงานควรจะเป็นอย่างไร ทำอยู่เกือบ 2 ปี รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะกับงานโรงงาน ทั้งที่จริงๆช่วงที่ทำงานอยู่ก็ถือว่ารุ่ง การที่อยู่ที่บาจา ผมโชคดีที่ผมมีโอกาสเรียนรู้ทั้งการผลิตรองเท้าผ้าใบและรองเท้าหนัง เพราะบาจาในสมัยนั้นมีโรงงาน 2 แห่งที่ผลิตรองเท้าต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่แต่ละคนจะได้อยู่โรงใดโรงหนึ่ง แต่ผมโชคดีได้อยู่ทั้ง 2 โรงงาน

05inspiration_2

จากที่เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น อัธยาศัยดี ความคิดสร้างสรรค์ ทำให้โอกาสการเปลี่ยนแปลงมาถึงคุณปราโมทย์อีกครั้ง                                                                                                                                                                                                                                    หลังจากนั้นผมย้ายไปอยู่ Natural Park PCL (N- Park) บริษัทพัฒนาที่ดินชั้นนำในขณะนั้น รับผิดชอบงานในฐานะ Senior Research and Planning Officer โดยหน้าที่หลักคือทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) อยู่ได้ประมาณ 2 ปีครึ่งก็ถูกชักชวนให้มาทำงานที่โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (ปัจจุบันคือ Tesco Lotus) เข้าทำงานตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Business Development) โดยดูการเปิดสาขาในภาคใต้และกรุงเทพฯบางส่วน ตอนนั้นอายุยังน้อยประมาณ 26 ปี ก็ถือว่าเติบโตเร็ว ช่วงที่ทำงานโลตัสคือช่วงที่เรียนปริญญาโทไปด้วย

จับพลัดจับผลู ชีวิตพลิกผันเข้าสู่วงการธุรกิจโรงพยาบาล
และก็เป็นจังหวะของชีวิต ตอนนั้นมีโรงพยาบาลไปเปิดใหม่แถวพัฒนาการ เป็นโรงพยาบาลในเครือวิภาวดี ตอนนั้นตั้งชื่อว่าโรงพยาบาลวิภาวดี อิเคดะ (มีโรงพยาบาลในญี่ปุ่นมาร่วมทุนด้วย) สิ่งแรกที่ทำที่โรงพยาบาลวิภาวดี อิเคดะ คือการเสนอเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาล เนื่องจากภาพที่ออกมามีชื่อญี่ปุ่น ทำให้ดูแพง จึงเสนอขอเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลวิภาวดี 2 (พัฒนาการ) ก่อนที่จะมาเป็นวิภารามในปัจจุบัน ตลอด 5 ปีที่อยู่ที่นั่น ก็ช่วยให้โรงพยาบาลมีรายได้จากหลัก 40 ล้านบาทในปีแรก เป็น 260 ล้านบาทในปีที่ 5 ก่อนจะออกมาอยู่ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา

คุณปราโมทย์ยอมรับว่า การเข้ามาอยู่ในธุรกิจโรงพยาบาลก็เพราะความบังเอิญ แต่การได้ทำงานที่หลากหลายคือ ทำให้ชีวิตผมมีความรู้กว้างขึ้น สิ่งที่น่าภูมิใจตลอด 14 ปีที่ผ่านมาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาคือ สามารถผลักดันยอดขายของโรงพยาบาลจาก 300 ล้านบาท เป็น 1,300 ล้านบาทได้ในปีล่าสุด และมีกำไรโตต่อเนื่องทุกปี

05inspiration_3
มีความสุขกับงาน กล้าที่จะเปลี่ยน
สำหรับผมแล้ว ผมต้องการทำงานที่สนุก ไม่เน้นรายได้มากนัก อย่างเช่นธุรกิจโรงพยาบาล รายได้จะน้อยกว่าผู้บริหารในธุรกิจอื่น แต่สำหรับผม ความสุขที่เราได้ต่างกัน เนื่องจากว่าผมได้พบกับเจ้านายที่ดี เพื่อนร่วมงานที่ดี และลูกน้องที่ดี และเจ้านายเปิดโอกาสให้ผมทำงานเต็มที่

โรงพยาบาลเจ้าพระยา เราเน้นเรื่องของ Differentiate เน้นกลยุทธ์สร้างความแตกต่าง นั่นจึงเป็นที่มาของศูนย์แพทย์เฉพาะทางเที่ยงคืน เป็นจุดที่ทุกคนเริ่มรู้จักโรงพยาบาลเจ้าพระยามากขึ้น
หลักการบริหารทีมงานยึดหลักง่ายๆ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เราดูจากตอนเราเด็กๆ อะไรที่รุ่นพี่ทำ แล้วเราไม่ชอบ พอเราเติบโตในหน้าที่การงาน เราก็ไม่ทำในสิ่งที่เราเคยไม่ชอบ หลักของผมง่ายๆ แค่นี้จริงๆ
ผมคิดว่ามนุษย์เราจำกัดความคำว่าประสบความสำเร็จไม่เหมือนกัน คำว่าประสบความสำเร็จของผมก็คือ การมีชีวิตที่มีความสุข มีเวลาส่วนตัว ให้รางวัลกับชีวิตบ้าง ทั้งการทานอาหารอร่อยๆ ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ก็พอเพียงแล้ว ไม่จำเป็นต้องเงินเดือนสูงมากจนไม่มีเวลาส่วนตัวหรือสูญเสียตัวตน
ผมอยากฝากให้พวกเรากล้าที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ … กล้าที่จะเปลี่ยนครับ แล้วจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจจริง ผมผ่านมาทั้งผลิตรองเท้า, พัฒนาที่ดิน, ค้าปลีก และโรงพยาบาล เรียกว่าไม่ซ้ำกันเลย แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับในทุกๆงาน
05inspiration_6

05inspiration_4

 


You must be logged in to post a comment Login