วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

บทพิสูจน์ความสำเร็จ “20 ปี สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์”

On February 21, 2020

บริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยแห่งแรกในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว “20 ปี สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์” บอกเล่าถึงบทพิสูจน์ความสำเร็จตลอด 20 ปี ก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 อย่างเต็มภาคภูมิ โดยเตรียมขยายตลาดสมุนไพรไทยในเชิงรุกด้วยแผนการตลาด B2B พร้อมจับมือพันธมิตรสร้างความแข็งแกร่ง มุ่งยกระดับให้เป็นปัจจัยที่ 5 ร่วมสร้างเสริมสุขภาพ มอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขึ้นแท่นผู้ผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยอันดับ 1 ของอาเซียน

รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ประธานบริหาร บริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (SNP) กล่าวว่า การสร้างธุรกิจสเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ มีจุดเริ่มต้นมาจากธุรกิจไร่ชาในจังหวัดเชียงใหม่ จวบจนการศึกษาหาความรู้ในด้านเภสัชศาสตร์ และมีความรัก ความหลงใหล ความผูกพันในสมุนไพรไทย ทำให้เกิดความมุ่งมั่น ความตั้งใจในการผลักดันสมุนไพรไทยให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลก จึงทำให้เกิดแนวคิดในการก่อตั้งบริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ นับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา

รศ.ดร.พรรณวิภากล่าวต่อไปว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ ถือเป็นบริษัทแห่งแรกในประเทศไทยที่ผลิตสารสกัดหัวเชื้อสมุนไพรไทยที่มีการทำมาตรฐาน หรือ standardized ผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ อาทิ GMP, ISO, HALAL, HACCP ที่ใช้ในวงการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอาง พร้อมผสมผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมหรือภูมิปัญญาของบรรพบุรุษกับพื้นฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยังตอกย้ำความสำเร็จกับรางวัลมากมาย Prime Minister Herbal Awards, Rice Plus Award, รางวัลชมเชยบริหารอุตสาหกรรมฯ โรงงานสีเขียว Trust Mark และ LEED Gold เป็นต้น ไม่เพียงเท่านั้น ปัจจุบันยังได้มีการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศ และขยายไปยังต่างประเทศ อาทิ ประเทศในแถบอาเซียน มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศในฝั่งยุโรป ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และประเทศในแถบทวีปอเมริกา

4

ผู้บริหารคนเก่งเผยถึงการขยายตลาดเชิงรุกว่า เราได้ตอกย้ำจุดยืนการเป็นบริษัทผู้ผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยแห่งแรกในประเทศ ขยายแนวรุกธุรกิจสมุนไพร โดยชูนวัตกรรมใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มข้าวไทย เพื่อประกาศก้าวสู่ 2 ทศวรรษแห่งความสำเร็จของเรา โดยขยายแนวรุกตลาดสมุนไพรไทยมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ด้วยแผนการตลาด B2B พร้อมจับมือพันธมิตรสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ยกเป็นปัจจัยที่ 5 สร้างคุณภาพชีวิตคนไทย และมีความมั่นใจว่าจะสามารถขึ้นแท่นผู้ผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยอันดับ 1 ในอาเซียนอย่างแน่นอน

“ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเพาะปลูก และเข้าไปใกล้ชิดกับกลุ่มเกษตรกร 20 จังหวัด กว่า 192 ครัวเรือนทั่วประเทศไทย โดยเน้นการกระจายรายได้ที่ยั่งยืนผ่านการเข้าไปให้ความรู้ในการเพาะปลูกและรับซื้อสมุนไพรจากกลุ่มเกษตรกร ในมุมนวัตกรรมบริษัทมีความร่วมมือกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบจากแผ่นดินไทยให้มีประโยชน์สูงสุดในเชิงสุขภาพ (human being) โดยเน้นการพัฒนาสารสกัดในรูปแบบของ Active Ingredients ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วย NCDs เช่น Reishield สารสกัดเห็ดหลินจือ และ GuVNis สารสกัดกระชายดำ”

รศ.ดร.พรรณวิภายังขยายความถึงแผนการตลาด B2B ว่า บริษัทมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทั้งในด้านการคิดค้นนวัตกรรม ให้คำปรึกษาแบบครบวงจร และมุ่งหาพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจ มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรออกสู่ตลาดอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ช่วยให้บริษัทและพันธมิตรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต โดยได้เตรียมงบประมาณการตลาดไว้ประมาณ 30-40% ของงบประมาณรายจ่าย เพื่อนำไปใช้สำหรับการจัดทำแผนการตลาดทั้งในด้านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการขายสินค้า อีกทั้งเมื่อโลกเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัล บริษัทได้มีการปรับตัวเพื่อครองความเป็น 1 ในตลาด โดยให้ความสำคัญกับระบบการตลาดออนไลน์อย่างมากในการโปรโมตสินค้าและกระจายข่าวสารต่างๆทางโซเชียลมีเดียหลากหลายช่องทาง ทั้ง Website, Facebook Fanpage, Youtube Channel และ Instagram นอกจากนี้บริษัทยังทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้ง่ายต่อการเชิญชวนลูกค้าใหม่ๆเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทอีกด้วย

3

รศ.ดร.พรรณวิภายังเปิดเผยถึงพันธมิตรหรือคู่ค้าที่จับมือร่วมสร้างความแข็งแรงให้กับแบรนด์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยด้วยว่า บริษัทได้มีการทำวิจัยร่วมกันกับมหาวิทยาลัยต่างๆทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตรงต่อความต้องการของตลาดให้ได้มากที่สุด และพัฒนามาตรฐานสมุนไพรไทยให้ทัดเทียมในระดับสากล

“อีกหนึ่งความมุ่งมั่นของบริษัทนั่นคือการยกระดับสมุนไพรไทยให้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 เพื่อร่วมสร้างเสริมสุขภาพ มอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ อันเนื่องมาจากกระแสสังคมในปัจจุบันผู้คนต่างหันมาสนใจทางด้านสุขภาพและความงามกันมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสมุนไพรไทยได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น เน้นการทำผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์สังคมปัจจุบัน เข้าถึงได้ง่าย ใช้ง่าย เห็นผลจริง สารสกัดสมุนไพรไทยจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตอบโจทย์ของสังคมในยุค 4.0 โดยคาดว่าปี 2563 ความเติบโตทางการตลาดจะเพิ่มเป็น 20-30% เนื่องจากเป็นกระแสความนิยมของโลกที่กลับมาให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ความปลอดภัย และ Local goodness ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แข็งแกร่งของประเทศไทย ดังที่ทราบว่าประเทศไทยถือเป็น Kitchen of the world ในเรื่องของพืชเกษตรและสมุนไพร

สำหรับเป้าหมายของ SNP ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คือการเป็นอันดับ 1 ในการผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพและความงามที่สามารถเพิ่มมูลค่าของสมุนไพรตั้งแต่การเพาะปลูกของภูมิภาคเอเชีย SNP มุ่งหวังที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในต่างประเทศ SNP ได้แต่งตั้งบริษัทผู้เป็นตัวแทนในการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าในประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และรัสเซีย”

5

ด้าน ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด อีกหนึ่งผู้บริหารคนสำคัญ ได้ร่วมชี้ถึงจุดเด่นของ SNP ให้ฟังว่า หัวใจ 4 ห้องของ SNP ประกอบไปด้วย 1.จิตวิญญาณในสมุนไพรของผู้บริหาร (Passion) 2.ความมีน้ำใจ จริงใจ ที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ในวัฒนธรรมองค์กร 3.วิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ที่เสริมสร้างนวัตกรรม และ 4.เราเป็นบริษัทในประเทศไทยที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากรธรรมชาติ

“SNP เป็นบริษัทที่มีความหลายหลากในผลิตภัณฑ์ โดยแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆได้ 3 ประเภท ได้แก่ กลุ่ม Extract Powder สำหรับใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่ม ยาแผนโบราณ, กลุ่ม Extract Liquid สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และกลุ่ม Semi cosmetic base เช่น concentrate shampoo ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่ลูกค้าเพียงแค่เติมส่วนผสมอื่นคือส่วนสารสำคัญก็สามารถนำไปใช้จำหน่ายได้ โดยรวมแล้วปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 300 รายการ โดยมุ่งเน้นสินค้าที่พิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพดีจริง และอยู่ในรูปแบบของ standardize extract with clinical study ต่อมาคือ Thai Herbal Local Goodness to the world โดยพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มเกษตรกรและนักวิจัย รวมไปถึง Innovation and product differentiation to fulfill markets’ needs นั่นคือการไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้าอย่างสร้างสรรค์ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด”

ดร.ธีรญากล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้มีส่วนร่วมสร้าง กระตุ้น หรือหนุนเสริมเศรษฐกิจไทย โดยได้ส่งเสริมและให้ความรู้กับเกษตรกรทั้งในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกใน 20 จังหวัดทั่วประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ากว่า 30.5 ล้านบาท กระจายรายได้จากการรับซื้อสมุนไพรไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การเก็บเกี่ยวผลผลิตและยังช่วยผลักดันสมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เป็นที่ยอมรับทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์สารสกัดสมุนไพรให้มากยิ่งขึ้น ในอนาคต SNP จะมุ่งเน้นและเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูก โดยเฉพาะในจังหวัดที่ต้องการพัฒนา เราเป็นส่วนเล็กๆที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เราภูมิใจที่เราสามารถทำมาได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมาอย่างยั่งยืน

6

“ผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดเด่นของ SNP คือผลิตภัณฑ์จากข้าว เนื่องจากเรามีนวัตกรรมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งมาจากการเพิ่มมูลค่าของข้าวไทย โดยนำข้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่มีการส่งออกไปทั่วโลก แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายทางด้านราคาที่สูงกว่าคู่แข่ง ดังนั้น การต่อยอดให้กับข้าวไทยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจึงเป็นทางเลือกที่จะทำให้ข้าวไทยมีจุดแข็งในการสร้างความแตกต่าง และเพิ่มโอกาสการส่งออกท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรง โดยบริษัทได้พัฒนาสินค้านวัตกรรมจากข้าวออกมา 3 ตัว ได้แก่ Ricocoside สารลดแรงตึงผิวจากธรรมชาติ เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ชำระล้าง อาทิ แชมพู สบู่ โฟมล้างหน้า ให้ความอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม Ricallus สารสกัดสเต็มเซลล์จากข้าวไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์โดยใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ มีคุณสมบัติชะลอความชรา ต้านอนุมูลอิสระ สามารถนำไปเป็นสารประกอบในเครื่องสำอางได้ และ MoistuRice สารให้ความชุ่มชื้นที่ได้จากกระบวนการหมักข้าวด้วยจุลินทรีย์ มีคุณสมบัติเพิ่มประสิทธิภาพให้สารกันเสีย ช่วยลดการใช้สารกันเสียในเครื่องสำอางต่างๆได้

7

สำหรับผลิตภัณฑ์ล่าสุดมีการคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค สิ่งสำคัญในการคิดค้นนวัตกรรมของเราคือ ความต้องการของตลาด Trends, เห็นผลจริงมีประสิทธิภาพ Solve problems และสร้างมูลค่าและทำได้อย่างยั่งยืน Sustainability ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ EXCUILAR (Extract Cuisine Molecular) คือนวัตกรรมนิยามใหม่แห่งวงการอาหาร โดยการรังสรรค์อาหารผสมผสานสารสกัดสมุนไพรไทยมาตรฐานให้เข้ากับเมนูอาหารได้อย่างลงตัว เพื่อชูเอกลักษณ์อันโดดเด่นให้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง อีกทั้งยังคงรสชาติดั้งเดิม และได้ประโยชน์สูงสุดจากสารสกัดมาตรฐาน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญด้านสุขภาพกับตัวเองและครอบครัว “EXCUILAR, the next healthy lifestyle” ดร.ธีรญากล่าวทิ้งท้าย

ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ความสำเร็จ “20 ปี สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์” และก้าวต่อไปสู่การขึ้นแท่นผู้ผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยอันดับ 1 ในอาเซียน


You must be logged in to post a comment Login