วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2567

ความตายคือประตูสู่โลกหน้า

On February 17, 2023

คอลัมน์ : สันติธรรม

ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่   17 ก.พ. 66)

ถ้ามนุษย์คนใดคลอดออกมามีชีวิต  ทุกคนล้วนต้องผ่านกฎของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย

บางคนเกิดมาแล้ว  แต่ยังไม่ทันได้ผ่านด่านความแก่และความเจ็บไข้ได้ป่วยก็ตายเสียก่อน

บางคนผ่านด่านแก่ก่อนเจ็บ แต่บางคนผ่านด่านเจ็บก่อนแก่ จึงถึงด่านแห่งความตาย  บางคนอยากตายและพยายามฆ่าตัวตาย แต่ไม่ได้ตายสมใจ  บางคนไม่อยากตายและบางคนสุขภาพแข็งแรง  แต่ความตายก็มาเยี่ยมโดยไม่บอกล่วงหน้า

หลายคนคิดว่าความตายเป็นจุดสุดท้ายของชีวิต  ตายแล้วเป็นอันจบกัน ไม่มีโลกหลังความตายอย่างที่ทุกศาสนาสอน  ความเชื่อเช่นนี้มีมาตั้งแต่โบราณแล้ว  ใครที่เชื่อเช่นนี้ก็จะใช้ชีวิตอย่างเมามันและทำความชั่วได้สารพัดรูปแบบ  เพราะถ้าเชื่อผิดก็คิดผิดและทำผิดโดยปริยาย

ความจริงแล้ว  การเกิดและการตายมีอะไรที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง  การเกิดคือการที่มนุษย์ผ่านโลกแห่งครรภ์มารดามายังโลกใบนี้ซึ่งเป็นโลกชั่วคราว  ส่วนความตายก็คือการคลอดจากโลกนี้ไปยังโลกหลังความตายที่ตาเนื้อของมนุษย์มองไม่เห็นเหมือนทารกในครรภ์ที่มองไม่เห็นโลกหลังคลอด

การเกิดและการตายแตกต่างกันตรงที่มนุษย์เกิดมาบนโลกใบนี้โดยมีทั้งร่างกายและวิญญาณ  รกที่ติดตัวมนุษย์มาจะถูกผู้ทำคลอดนำไปทิ้งหรือฝัง  แต่การตายคือการคลอดทางวิญญาณจากครรภ์แห่งโลกนี้ไปยังโลกหน้า  ร่างกายของมนุษย์ก็ไม่ต่างไปจากรกที่ถูกนำไปเผาหรือฝัง

ร่างกายจึงไม่ใช่ชีวิตที่แท้จริง  แต่ชีวิตที่แท้จริงคือวิญญาณที่คอยบงการอวัยวะภายนอกของมนุษย์ให้ทำตามที่มันต้องการ  ด้วยเหตุนี้  วิญญาณจึงต้องรับผิดชอบ  มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสองโลก  โลกใบนี้ มนุษย์มาอยู่เพื่อไป  แต่โลกหน้ามนุษย์ไปเพื่ออยู่  โลกใบนี้เป็นโลกชั่วคราว  แต่โลกหน้าเป็นโลกนิรันดร์ ชะตากรรมของแต่ละชีวิตจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการกระทำหรือกรรมของมนุษย์ขณะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

ขณะอยู่ในครรภ์  ทารกมนุษย์ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเพราะยังไม่ได้ทำอะไรหรือยังไม่มีกรรม  เมื่อคลอดออกมาเป็นทารกและเป็นเด็ก  สมองยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ สติปัญญายังไม่มี พระเจ้าไม่เอาโทษ  ถ้าตายในช่วงก่อนมีความรู้สึกทางเพศก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อกรรมที่ทำไป  ทารกจึงไม่ต้องถูกลงโทษในนรก

ความตายจึงไม่ใช่จุดสุดท้ายของชีวิต  ความตายเป็นเหมือนประตูที่เปิดให้วิญญาณซึ่งเป็นชีวิตที่แท้จริงก้าวผ่านออกไปสู่อีกโลกหนึ่ง  ถ้าไม่ผ่านประตูนี้  วิญญาณก็ไม่สามารถเข้าไปสู่โลกหน้าได้เลย ในคัมภีร์กุรอานมีคำสอนที่กล่าวว่า “ทุกชีวิตจะได้ลิ้มรสความตาย”  แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะได้ลิ้มรสชาติความตายเมื่อใด อย่างไรและที่ไหน เพราะเรื่องเกิดและตายเป็นสิทธิของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว  นี่คือเหตุผลที่ศาสนาพร่ำสอนมนุษย์ให้เตรียมตัวพร้อมเสมอก่อนความตายจะมาถึง

ความตายไม่เลือกอายุ เพศ ฐานะและไม่เลือกแม้กระทั่งคนดี  เด็กและผู้ใหญ่    คนดีและคนชั่วอาจตายในเหตุการณ์เดียวกันอย่างเช่นในกรณีภัยพิบัติแผ่นดินไหวหรือในสงคราม นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ  อิสลามถือว่าชีวิตมนุษย์เป็นของพระเจ้า  พระองค์จะเอาชีวิตของมนุษย์กลับไปเมื่อใดด้วยวิธีการอย่างไรเป็นเรื่องพระประสงค์ของพระองค์  ถ้าพระองค์ไม่เอาชีวิตของใคร คนผู้นั้นก็ยังมีชีวิต 

ใครเล่าจะเชื่อว่าชายชราอายุ 77 ปีและทารกเพิ่งคลอดใหม่ยังคงมีชีวิตในซากตึกที่พังถล่มในตุรกี

แต่ที่แน่นอนคือ ในฐานะที่พระเจ้าเป็นผู้ทรงยุติธรรม หลังความตาย อนาคตของคนดีและคนชั่วจะแตกต่างกัน  เพราะในโลกหน้า  มนุษย์จะเก็บเกี่ยวสิ่งที่ตัวเองได้หว่านไว้ในโลกนี้

บางที  ภัยพิบัติทางธรรมชาติในรูปต่างๆอาจเป็นสัญญาณเตือนให้มนุษย์รู้ถึงความอ่อนแอของตัวเองเพื่อที่มนุษย์จะได้ไม่โอหังและบางทีอาจเป็นสัญญาณเตือนให้มนุษย์เห็นถึงพลังอำนาจของพระเจ้าก็เป็นได้      


You must be logged in to post a comment Login