วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวคือศรัทธาเดิมของมนุษย์

On November 25, 2022

คอลัมน์ : สันติธรรม

ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน

(โลกวันนี้รายวัน ประจำวันที่   25  พ.ย.  65)

ถ้าศึกษาคำสอนของทุกศาสนาจากคัมภีร์ที่เป็นแหล่งอ้างอิงของศาสนา เราจะพบว่าไม่มีคำสอนของศาสนาใดสอนให้คนเคารพกราบไหว้บูชารูปเคารพที่มนุษย์ทำขึ้นมาจากวัสดุธรรมชาติ  แต่การกราบไหว้บูชารูปเคารพได้เป็นพิธีกรรมของมนุษย์หลังจากอาดัมถูกส่งมายังโลกนี้ไม่นาน

เราทราบจากคัมภีร์กุรอานว่าการทำรูปเคารพขึ้นมากราบไหว้บูชาหรือเพื่อบนบานอธิษฐานเกิดขึ้นครั้งแรกบนโลกใบนี้ก่อนสมัยของโนอาห์  รูปเคารพเหล่านี้ถูกทำขึ้นเพื่อระลึกถึงคนดีที่ผู้คนนับถือล่วงลับไป เมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้น  ผู้คนคิดว่าวิญญาณของคนดีจะช่วยยับยั้งหรือทุเลาภัยพิบัติได้  จึงได้วิงวอนหรืออธิษฐานต่อรูปเคารพเหล่านั้น  พิธีกรรมเซ่นไหว้บูชารูปเคารพจึงเกิดขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ด้วยเหตุนี้  พระเจ้าจึงส่งโนอาห์มาเตือนผู้คนให้เลิกกราบไหว้บูชารูปเคารพที่ผู้คนสร้างขึ้นและหันมาเคารพสักการะพระเจ้าที่เป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่งแต่เพียงผู้เดียว  แต่ผู้คนปฏิเสธและต่อต้านโนอาห์แม้โนอาห์จะใช้เวลานานถึง 950 ปีก็ตาม  ด้วยเหตุนี้  พระเจ้าจึงให้เกิดน้ำท่วมใหญ่เพื่อทำลายผู้คนที่เห็นว่ารูปเคารพที่ตัวเองสร้างขึ้นมาสำคัญกว่าพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง

ในคัมภีร์โตราห์ที่พระเจ้าประทานแก่โมเสส  พระเจ้าได้สั่งห้ามการทำรูปเคารพขึ้นมากราบไหว้อย่างชัดเจน  คำสอนของทุกศาสนาถือว่าการกราบไหว้สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเป็นความโง่เขลาหรืออวิชชา ในภาษาอาหรับเรียกว่า “ญาฮิลียะฮ์”  สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ทุกแห่งและทุกยุคสมัย

ในอารยธรรมสุเมเรียที่เจริญรุ่งเรือง  ผู้คนเชื่อว่าจักรวาลถูกแบ่งออกเป็นสามภาค แต่ละภาคมีเทพเจ้าหนึ่งองค์  อานูเป็นเทพเจ้าของท้องฟ้า  เอนลิลเป็นเทพเจ้าของโลก  อีเอเป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ และผู้คนได้ทำรูปเคารพของเทพเจ้าเหล่านี้ขึ้นมากราบไหว้บูชา

ชาวบาบิโลนก็มีความเชื่อในตรีเอกานุภาพหรือพระเจ้าองค์เดียวมีสามตัวตน  ดังที่เห็นได้จากเทพเจ้าสามเศียรและการใช้สามเหลี่ยมด้านเท่ากันเป็นสัญลักษณ์

ชาวกรีกกราบไหว้บูชาเทพเจ้าเซอุส, โพไซดอนและอะโดนิส   ชาวโฟนีเชียนกราบไหว้บูชาอูโลมัส, อูโลซูรอสและเอลิอูน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพระเจ้าจึงต้องคัดเลือกมนุษย์บางคนให้เป็นนบีทำหน้าที่หลักคือตักเตือนผู้คนให้เลิกกราบไหว้บูชารูปเคารพที่มนุษย์สร้างขึ้นและหันมาเคารพสักการะพระเจ้าที่เป็นผู้ทรงสร้างแต่เพียงผู้เดียว

เยซัสหรือพระเยซูก็ถูกส่งมาทำหน้าที่นี้เช่นกันและท่านได้มายืนยันธรรมบัญญัติเดิมที่โมเสสได้รับมาจากพระเจ้า  แต่หลังจากสมัยของพระเยซูไม่ถึงร้อยปี    หลักศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวซึ่งเป็นหลักศรัทธาง่ายๆกลับถูกหลักความเชื่อใน “ตรีเอกานุภาพ” เข้ามาแทนทั้งๆที่ความเชื่อในเรื่องนี้ไม่มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ไบเบิล

ในสมัยของนบีมุฮัมมัด  ชาวอาหรับเชื่อว่ามลาอิก๊ะฮ์หรือทูตสวรรค์เป็นลูกสาวของพระเจ้า ส่วนชาวยิวเชื่อว่าเอษราเป็นบุตรของพระเจ้าและชาวคริสเตียนบางส่วนเชื่อว่าพระเยซูเป็นบุตรของพระเจ้า

ความเชื่อดังกล่าวของคนสามกลุ่มนี้เป็นความเข้าใจและความเชื่อผิดๆโดยคิดว่าพระเจ้าเป็นเหมือนกับมนุษย์ที่ต้องมีลูกและการมีลูกต้องมีภรรยา  ความเชื่อเช่นนี้เป็นการลดอำนาจของพระเจ้าผู้ทรงอยู่เหนือกฎทางกายภาพของมนุษย์  ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงประทานกุรอานบทสั้นๆบทหนึ่งให้แก่นบีมุฮัมมัดมาอ่านให้คนเหล่านี้ฟังว่า

“พระเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียว พระเจ้าทรงเป็นที่พึ่งพาของทุกสิ่ง พระองค์ไม่ทรงให้กำเนิดและไม่ได้ถูกกำเนิดมาจากใคร  พระองค์ทรงไม่เหมือนสิ่งใดและไม่มีสิ่งใดเหมือนพระองค์” (กุรอาน 112:4)

ชาวอาหรับเป็นลูกหลานของอับราฮัมผู้ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวและเป็นผู้สร้างก๊ะอฺบ๊ะฮฺไว้เป็นสถานที่เคารพสักการะพระเจ้า  แต่หลังสมัยของอับราฮัมและอิสมาอีลผู้เป็นลูกชาย  ชาวอาหรับเริ่มเอารูปเคารพมาตั้งไว้ข้างในและรอบก๊ะอฺบ๊ะฮถึง 360 รูปเพื่อกราบไหว้บูชา

ดังนั้น นบีมุฮัมมัดจึงถูกส่งมาเพื่อทำลายการกราบไหว้บูชารูปเคารพและเรียกร้องผู้คนสู่ความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวอีกครั้งหนึ่งและท่านเป็นนบีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่วางรากฐานความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวไว้ได้อย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบันและจวบจนถึงวันสิ้นโลก


You must be logged in to post a comment Login