วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2563
ข่าวด่วน
  • add friends

ก่อนคัมภีร์กุรอานถูกประทานลงมา

On February 28, 2020
santitum

คอลัมน์ : สันติธรรม

ผู้เขียน : บรรจง บินกาซัน

(โลกวันนี้วันสุข ประจำวันที่  28  กุมภาพันธ์- 6 มีนาคม 2563)

คนใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนสร้างรถยนต์ ดังนั้น ก่อนซื้อรถยนต์มา คนใช้รถยนต์ต้องเรียนขับรถยนต์  เรียนรู้การใช้รถยนต์จากคู่มือการใช้รถยนต์หรือไม่ก็จากผู้ขายรถยนต์  การปฏิบัติตามคู่มือการใช้รถยนต์หรือผู้แนะนำการใช้จะทำให้รถยนต์อยู่ในสภาพดีและปลอดภัยในการขับขี่

ชีวิตก็เช่นกัน มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้สร้างชีวิตทั้งร่างกายและวิญญาณ พระเจ้าต่างหากคือผู้สร้างชีวิต ถ้าจะใช้ชีวิตให้อยู่ในสภาพดีมีความปลอดภัย มนุษย์ต้องปฏิบัติตามคู่มือและวิธีการใช้ชีวิตของพระเจ้าผู้สร้างชีวิตซึ่งถูกส่งมาในรูปของคัมภีร์และนบีผู้เป็นตัวแทนที่พระเจ้าคัดเลือกมาในหมู่มนุษย์

นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมทุกศาสนาจึงมีคัมภีร์และนบีหรือประกาศกของศาสนาเป็นแหล่งอ้างอิง ศาสนาจึงมิใช่การประดิษฐ์คิดค้นของมนุษย์หรือเป็นวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

คัมภีร์กุรอานยืนยันว่าเมื่อพระเจ้าส่งอาดัมและอีฟมายังโลกนี้ พระองค์ได้ประทานสิ่งที่เรียกว่าแนวทางในการดำเนินชีวิตเพื่อเป็นทางนำให้มนุษย์เดินกลับสู่สวรรค์ที่เป็นบ้านเดิมของมนุษย์ก่อนจะมายังโลกนี้   แนวทางในการดำเนินชีวิตนี้อยู่ในรูปของคัมภีร์ที่พระเจ้าประทานแก่นบี(ผู้ประกาศศาสนาของพระเจ้า)เพื่อมาบอกต่อแก่มนุษย์

นบีมุฮัมมัดกล่าวว่าก่อนหน้าสมัยของท่านขึ้นไป พระเจ้าได้คัดเลือกมนุษย์ให้เป็นนบีจำนวน 124,000 คนเพื่อประกาศศาสนาของพระองค์แก่มนุษย์ในชุมชนต่างๆทุกยุคทุกสมัย  และพระเจ้าได้ประทานคัมภีร์ 313 เล่มให้แก่นบีบางคนในบรรดานบีเหล่านี้  นบีคนใดได้รับคัมภีร์จะถูกเรียกว่า “ศาสนทูต” (ผู้นำสาส์นของพระเจ้า)

คัมภีร์ของพระเจ้าจึงเป็นแหล่งอ้างอิงเบื้องต้นของนบีและนบีจะเป็นผู้อธิบายรายละเอียดหรือปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง  หลังจากนบีผู้ได้รับคัมภีร์จากโลกนี้ไป นบีคนต่อมาจะยังคงยึดถือคัมภีร์ที่ถูกประทานแก่นบีคนก่อนหน้านี้เป็นแหล่งอ้างอิงคำสอนของพระเจ้า  ไม่มีนบีคนใดอ้างว่าตัวเองเป็นผู้เขียนคัมภีร์ขึ้นมา

ในจำนวนนบีนับแสนคนนี้มีเอ่ยชื่อไว้ในคัมภีร์ไบเบิลและคัมภีร์กุรอานประมาณ 25 ท่านและในบรรดาคัมภีร์ 313 เล่ม คัมภีร์กุรอานได้เอ่ยชื่อไว้ 5 เล่ม นั่นคือ ศุฮุฟถูกประทานแก่อับราฮัม  เตารอต(Torah)ถูกประทานแก่โมเสส  ษะบูรฺ(Psalms)ถูกประทานแก่ดาวิด  อินญีล(Gospel)ถูกประทานแก่พระเยซู

เนื่องจากคำสอนของพระเจ้าในสมัยก่อนถูกบันทึกไว้บนแผ่นหนัง แผ่นไม้หรือกระดูกสัตว์ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่คงทน จึงเกิดการลบเลือนไปตามกาลเวลาหรือได้รับความเสียหายจากภัยต่างๆซึ่งทำให้มนุษย์ขาดคู่มือการใช้ชีวิต หรือบางทีมีผู้พยายามรวบรวมคัมภีร์ขึ้นมาใหม่และสอดแทรกบางสิ่งเข้าไปจนทำให้คำสอนอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าถูกบิดเบือนจนทำให้มนุษย์หลงผิด พระเจ้าจึงได้ประทานคัมภีร์ให้แก่นบีบางคนหลังจากนั้นเพื่อยืนยันคำสอนดั้งเดิมของพระองค์

quran origin

ในคัมภีร์ไบเบิล พระเยซูได้กล่าวว่าท่านไม่ได้มาลบล้างธรรมบัญญัติเดิมที่พระเจ้าประทานมา แต่มายืนยันธรรมบัญญัติเดิมที่พระเจ้าประทานแก่โมเสสว่าพระเจ้ามีองค์เดียวและอย่าได้ทำรูปปั้นมาบูชาสักการะแทนพระเจ้า ทั้งนี้เนื่องจากหลังสมัยของโมเสส พวกลูกหลานอิสราเอลได้ทำรูปเคารพต่างๆขึ้นมาบูชาสักการะแทนพระเจ้า

หลังสมัยของพระเยซู  ค.ศ.70 เยรูซาเล็ม เมืองหลวงทางศาสนาของชาวยิวถูกกองทัพไบแซนตินทำลาย ศาสนสมบัติและศาสนสถานถูกทำลาย บุคลากรและผู้มีความรู้ทางศาสนาจำนวนมากถูกฆ่า ที่รอดชีวิตต้องกระจัดกระจายไปอยู่ในส่วนต่างๆของโลก

แต่ที่สำคัญคือคำสอนของคัมภีร์และบรรดานบีก่อนหน้านี้ที่ประกาศเรื่องการมีอยู่ของพระเจ้าองค์เดียวได้รับผลกระทบจากความคิดของบางคนจนความเชื่อเรื่องพระเจ้าสามองค์ได้เข้ามาแทนที่ความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวและเป็นความเชื่อหลักในคริสตจักรหลายร้อยปี

ด้วยเหตุนี้  พระเจ้าจึงได้ประทานคัมภีร์กุรอานแก่นบีมุฮัมมัดเพื่อยืนยันธรรมบัญญัติเดิมที่นบีคนก่อนๆทุกคนได้ยืนยันไว้ว่าพระเจ้าที่แท้จริงที่มนุษย์ต้องเคารพสักการะและเชื่อฟังนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว และคัมภีร์กุรอานถือเป็นคัมภีร์เล่มสุดท้ายที่พระเจ้าประทานแก่มนุษย์ตราบถึงวันสิ้นโลก


You must be logged in to post a comment Login