วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
ข่าวด่วน
  • add friends

“สรอรรถ”ชี้”เพื่อไทย”เคยลงสัตยาบันตั้งรัฐบาลไม่ต้องมีส.ส.อันดับ1

On March 26, 2019
CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v80), quality = 80

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวว่าการจับมือตั้งรัฐบาลที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์(ร. 1 รอ.) ว่า ไม่ทราบ และพรรคมีมติชัดเจนว่าให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นผู้ประสานการจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมด ส่วนแนวโน้มจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยว่าจะร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคใดนั้น ยังไม่มีความคืบหน้า อยู่ระหว่างการหารือของกรรมการบริหารพรรค แต่ยังไม่ได้กำหนดท่าทีชัดเจน

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเนื้อหอมมาก ได้รับการติดต่อจากพรรคอื่นบ้างหรือไม่ นายสรอรรถ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ แต่ไม่ทราบรายละเอียดการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนกรณีพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ชูคะแนนนิยมมาเป็นอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ขณะที่พรรคเพื่อไทย(พท.) ชูจำนวน ส.ส.เขต นายสรอรรถ กล่าวว่า ตัวเลขยังไม่นิ่ง ทุกฝ่ายสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ประเด็นสำคัญคือใครสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ซึ่งก่อนการเลือกตั้งเข้าใจว่าเคยมีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดในพิธีลงสัตยาบันระหว่างพรรคการเมืองที่นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลจัดขึ้น ซึ่งตนได้ถามย้ำในที่ประชุมแล้วว่าไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคที่ได้จำนวน ส.ส. มากเป็นอันดับ 1 ถึงจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ ซึ่งทุกพรรคก็เห็นพ้องว่าใช่ รวมถึงพรรคเพื่อไทย แต่ในวันนั้นพรรคพลังประชารัฐไม่ได้เข้าร่วมด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่มีเงื่อนไขเสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี นายสรอรรถ กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ออกความเห็น เพราะเคารพในมติของพรรคที่ให้หัวหน้าพรรคและเลขาฯพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งที่ผ่านมาช่วงหาเสียงพรรคประกาศว่านายอนุทินมีความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ความเป็นจริงต้องดูสถานการณ์ความเหมาะสม ความมั่นคงและเสถียรภาพในการบริหารจัดการ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ คะแนนค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก แต่ที่ผ่านมาเคยมีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำมาแล้ว ประเด็นสำคัญคือคนที่เป็น ส.ส. ซีกรัฐบาลต้องมีวินัยในการทำหน้าที่ โดยเฉพาะเวลาประชุมสภา ต้องอยู่ประชุมให้ครบองค์ประชุม ซึ่งเชื่อว่าจะบริหารจัดการได้

ส่วนที่มีข้อสังเกตุว่าหากเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ พรรคภูมิใจไทยจะเป็นจุดคลายล็อก นายสรอรรถ กล่าวว่า ตัวเลขเป็นแบบนั้น แต่การตัดสินใจมีปัจจัยหลายอย่าง คงต้องรอดูการตัดสินของหัวหน้าพรรค

เมื่อถามย้ำว่า มีความรู้สึกกดดันหรือไม่ นายสรอรรถ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง เพราะถ้าเรื่องแค่นี้แล้วกดดัน คงไม่เล่นการเมือง ขอให้ใจเย็นๆ การตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักการและเหตุผล โดยเฉพาะรัฐบาลต้องมีความมั่นคงและประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

เมื่อถามว่าหากพิจารณาจากกระแสสังคมแล้วสนับสนุนให้พรรคไปทางไหนมากกว่า นายสรอรรถ กล่าวว่า พรรคไม่ยึดติดกระแส แต่ยึดหลักการและเหตุผล ส่วนจุดยืนของพรรคจะมีความชัดเจนเมื่อใด ต้องพยายามให้เร็วที่สุด แม้ว่าจะมีเวลาอีกมาก แต่การจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมจริง ๆ ต้องรอผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ส่วนข้อเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ทำประชามติว่าประชาชนยอมรับการจัดตั้งรัฐบาล โดยอ้างคะแนนนิยมหรือไม่นั้น เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจะเลือกตั้งทำไม อาจทำให้มีปัญหามากกว่าก็ได้

ส่วนกรณีโลกโซเชียลมีเดียมีข้อกังขาเรื่องการนับคะแนนของกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสรอรรถ กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจ กกต. เพราะเป็นการทำงานครั้งแรกของ กกต. ทั้ง 7 คน ซึ่งไม่เคยผ่านการจัดการเลือกตั้งมาก่อน แม้กระทั่งสนามการเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อมารับตำแหน่งก็มารับงานใหญ่เลย ซึ่งข้อผิดพลาดต้องมีอยู่แล้ว คิดว่าประเด็นที่เป็นเรื่องข้อเท็จจริง บิดเบือนกันไมได้ แม้ว่าจะมีหน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000 หน่วย แต่คะแนนทุกอย่างจบลงหลังจากนับคะแนนในแต่ละหน่วย ประมาณ 3-4 ชั่วโมงภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง

“ส่วนประเด็นข้อผิดพลาด คิดว่าเกิดขึ้นจากการรายงานข้อมูล ซึ่งอาจจะคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในการบันทึกข้อมูลผิด หรือการส่งต่อข้อมูลกันไปมา ทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนและเกิดความสับสน เพราะทุกคะแนนมีความหมายต่อตัวเลขของผู้ที่จะได้เป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งทุกคนอยากให้กกต.ประกาศให้ชัดเจนว่าแต่ละเขตเลือกตั้งมีคะแนนเท่าไร ผมเข้าใจว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งคงส่งเอกสารมาที่กกต.เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าภายในวันที่ 29 มีนาคม กกต.จะประกาศตัวเลขที่ชัดเจนครบทั้ง 90,000 กว่าหน่วย ขั้นตอนหลังจากนี้ ต้องรอการรับรองอย่างเป็นทางการให้ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ จึงจะเปิดประชุมสภาได้” นายสรอรรถ กล่าว

นายสรอรรถ กล่าวถึงกรณีบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากประเทศนิวซีแลนด์ ส่งกลับมาไม่ทันเวลาปิดหีบเลือกตั้ง ว่า ควรนำมานับคะแนนด้วย แม้บัตรเลือกตั้งเหล่านั้นอาจไม่ส่งผลต่อคะแนนภาพรวมมากนัก แต่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่เขามีความตั้งใจ เพราะการเลือกตั้งในต่างแดน มีความลำบากในการเดินทาง เพราะต้องไปใช้สิทธิที่สถานเอกอัครราชทูต


You must be logged in to post a comment Login