ad222
วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน
  • add friends

‘พ.ร.บ.โรงแรม’ ส่งเสริมท่องเที่ยวหรือปกป้องทุนใหญ่?

On December 6, 2018
พ.ร.บ.โรงแรม

นายเกรียงศักดิ์ โยธาประเสริฐ เขียนบทความวิจารณ์ ‘พ.ร.บ.โรงแรม’ ส่งเสริมท่องเที่ยวหรือปกป้องทุนใหญ่?   ดังนี้

เกสต์เฮาส์ เชียงใหม่โวยถูกปิดผิด พ.ร.บ.โรงแรม ให้เช่ารายวันแบบโฮมสเตย์มีได้ไม่เกิน ๔ ห้อง หาไม่ผิด พ.ร.บ.โรงแรม เจ้าของห้องคอนโด หรืออพาร์ทเมนท์ให้เช่ารายวัน ผิด พ.ร.บ. โรงแรม ผู้ประกอบเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นรายย่อย หรือบุคคลธรรมดา ธุรกิจขนาดเล็ก หรือไม่ก็ทำเป็นอาชีพเสริม หรือไม่นักศีกษาญาตินักศีกษานานทีปีหน มาสอบหรือรับปริญญา ต้องการประหยัดรายจ่ายก็มาขอพักรายวัน แต่ก็เป็นความเสี่ยงของผู้ให้เช่าทันที่ และในบางกรณีก็ถูกเจ้าหน้าที่อ้าง พ.ร.บ. โรงแรมไปตรวจสอบเพื่อรีดไถ่

พ.ร.บ. โรงแรม เริ่มมีขึ้นในปี๒๔๗๘คือกว่าแปดสิบปีมาแล้ว จุดมุ่งหมายแรกเริ่มเพื่อดูแลผู้พักคนไทย คงไม่ได้นึกถึงการท่องเที่ยวพรบฉบับนี้ได้มีการแก้ไขและออกใหม่ครั้งสำคัญในปี ๒๕๔๗ ต่อมาเมื่อการท่องเที่ยวเติบโตขึ้นก็มีการสร้างโรงแรมเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นนักท่องเที่ยวในยุคแรกก็มาพักท่องเที่ยวตามโรงแรมที่มีเครือข่ายทั่วโลกมาพักผ่อนปีละหนหรือมาประชุมธุรกิจหรือราชการด้วย บทบาทของเจ้าของโรงแรมขนาดใหญ่และพรบ โรงแรมจึงเพิ่มมากขึ้น พ.ร.บ.โรงแรมปัจจุบัน ผู้ที่ไม่ได้ใบอนุญาต โรงแรม แต่หากมี ห้องหรือคอนโดให้เช่าที่พักรายวันก็ถือเป็นการทำผิด และมีโทษทางอาญา การเป็นอาชญากรด้วย(มาตรา ๕๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา๑๕(ทำโดยไม่มีใบอนุญาตโรงแรม) ต้องระวางโทษจำคกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน สองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและปรับอีกวันหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่)

การท่องเที่ยวแน่นอนว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ๔๐ ปีก่อนเราอาจมีนักท่องเที่ยวเพียง ๒-๓ ล้านคน ๓๐ ปีก่อน ๕ ล้านคน แต่ปัจจุบัน ราว ๓๖-๓๗ ล้านคนกรุงเทพฯได้รับการโวตว่าเป็นเมิองที่นักท่องเที่ยวอยากมามากที่สุดในเอเซีย นักท่องเที่ยวจีนเลือกมาไทยมากที่สุด ยกเว้นปีนี้ที่ญึ่ปุ่นแย่งไป สี่ปีทีผ่านมาเศรษฐกิจภาคต่างๆซบเซา แต่ก็ได้การท่องเที่ยวที่ช่วยพยุงไว้ และก็เป็นการพยุงความหวังของคนทุกระดับ เจ้าของโรงแรมหรู และ เจ้าของร้านอาหารหรือของฝากริมถนน อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการโรงแรมหรุดูจะบ่นไม่พอใจอยู่เสมอ โดยกล่าวว่าเพราะทีพักขนาดเล็กไม่ได้ใบอนุญาตโรงแรมมาทำให้เสียราคาค่าทีพักต่อคืน คำถามคือจริงหรือหากไม่มีทีพัก ขนาดเล็ก เกสต์เฮาส์ โฮสเทล โฮมสเตย์ คอนโด และอพาร์ทเมนท์ราคาทีพักต่อคืนและค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อหัวจะสูงขึ้น ธุรกิจท่องเที่ยวไทยจะดีขึ้น

ประมาณกันว่ามีโรงแรมปัจจุบันมีโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาต หมื่นกว่า ไม่ได้รับ หมื่นกว่า อาจเรียกได้ว่าครีงต่อครึ่ง แต่หากรวมเกสต์เฮาส์ อพาร์ทเมนท์ คอนโด สัดส่วนที่พักที่ไม่ได้ใบอนุญาต น่าจะมากกว่า หากกำจัดที่พักเหล่านึ้ ทำกันจริง ไม่เฉพาะ เชียงใหม่ แต่ทั่วประเทศ จะมีห้องพักในราคาที่เหมาะสมรับนักท่องเที่ยว ๓๗ ล้านคนได้หรือ หากไม่มีเขาก็คงไปประเทศอื่น อาจอ้างว่ามีการแก้ไขเงื่อนไขให้ขอใบอนุญาตโรงแรม แต่ในทางปฏิบัตก็ไม่ได้ง่าย

สิบกว่าปีทีผ่าน เทคโนโลยี่ได้มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงการทำธุรกิจ ซ๊อบปิ้งออนไลน์แทนทีจะไปซื้อห้าง มีแชร์ริ่งอี่คนโนมี แทกซีแกรบ ห้องให้เช่าฝ่านแอร์บีเอนบี นักท่องเที่ยวกัเช่นกันแทนที่จะจองโรงแรมโดยตรงก็ไปจองผ่านเวบบางเวบเข้ามาในไทยกว่าสิบปีแล้ว(เรื่องนี้ก็น่าแปลกที่เจ้าของโรงแรมไทยมีเงินมหาศาลแต่ไม่สร้างแพลตฟอร์มขี้นมา) สาธารณูปโภคต่างๆเกิดขี้น ไวฟาย รถไฟฟ้า แผนทีกูเกิล เครื่องมือสื่อสารที่ผู้บริโภค และผู้ให้บริการติดต่อกันได้ง่ายผ่านมือถือ เหล่านี้จึงทำให้เกิดนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเองเลือกที่พักเองได้ง่ายขี้น รสนิยมของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ย่อมต่างจากนักเดินทางที่มาพักโรงแรมหรูซึ่งอาจมาประชุมธุรกิจหรือเยี่ยมลูกค้า

เห็นได้ชัดว่าการท่องเที่ยวไทยหลังครึ่งปี ๒๕๖๑ เต็มไปด้วยความผันผวน จากเข้มงวดตามกฎหมายมาไล่แจกแถม การแก้ไขหากใช้กฎหมาย จึงต้องเปิดกว้างและคำนึงถึง เทคโนโลยี่ และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป

 


You must be logged in to post a comment Login