ad222
วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน
  • add friends

SMPC กำไรพุ่ง 9.7% โกยยอดขายกว่า1,155ล้าน

On November 9, 2018
SMPCสุรศักดิ์ เอิบสิริสุข

นายสุรศักดิ์ เอิบสิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตถังทนความดันแบบต่าง ๆ โดยผลิตภัณฑ์หลักเป็นถังสำหรับบรรจุแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม และสำหรับใช้เป็นแหล่ง พลังงานรถยนต์ โดยจำหน่ายภายในและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “SMPC” รวมทั้งรับจ้างผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าต่างๆ  เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทฯงวดไตรมาส 3/2561  มียอดขายรวมอยู่ที่ 1,155.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.63 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.6% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 1,126.00  ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 3/2561 จำนวน 172.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 157.22 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายและรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง สุทธิด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
“ผลงาน Q3/61 ที่ออกมาอยู่ระดับใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 262.74 ล้านบาท ลดลง 4.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 274.21 ล้านบาท  จากต้นทุนวัตถุดิบประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการแข่งขันที่รุนแรงในบางประเทศ ทำให้อัตราการทำกำไรลดลง” นายสุรศักดิ์ กล่าว
สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนของปี 2561 บริษัทฯ มียอดขายอยู่ที่ 3,592.60 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,128.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  464.58 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.85%  ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 452.88 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 381.12  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.76  ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18.83%
อย่างไรก็ตาม จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ SMPC มีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก โดยปรับเพิ่มกำลังการผลิตรวมใหม่ในปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านใบต่อปี จากเดิม 8.2 ล้านใบ  และเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 4/2561 นี้เป็นต้นไป ขณะเดียวกันบริษัทฯตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 1.2 – 2.5 ล้านใบ/ปี ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เนื่องจากความต้องการใช้แก็ส LPG ในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในต่างประเทศ
“แนวโน้มธุรกิจในอนาคต เชื่อว่ายังมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้แก็ส LPG ที่ค่อนข้างสูง ในภูมิภาคเอเชียใต้ เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงหุงต้มมาเป็น LPG และความต้องการที่สูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีขึ้น รวมถึงประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีการเปลี่ยนมาใช้ LPG แทนฟืนและน้ำมันก๊าด ซึ่งประเทศดังกล่าวนี้เป็นลูกค้าหลักของ SMPC  โดยบริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้น 15-20% ทุกปี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในเรื่องค่าเงินบาทและแนวโน้มราคาเหล็กในตลาด ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัท แต่ ด้วยอัตราการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น เกิด economy of scale ที่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตลง ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้” นายสุรศักดิ์กล่าว

                    


You must be logged in to post a comment Login