ad222
วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน
  • add friends

“ภราดร”ชู”เพื่อไทย”ทัพหลวงควบรวมซีกปชต.ทะลุ280เสียง

On October 22, 2018
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กระแสการตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่า ยังคงเป็นกระแสข่าวไม่เป็นทางการ เบื้องต้นยุทธศาสตร์ยังคงมุ่งเน้นโดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนกลางของพรรคในซีกประชาธิปไตย ตรงกันข้ามกับพรรคทหาร ที่คาดกันว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่วนพรรคเพื่อธรรม(พธ.) และพรรคเพื่อชาติ (พช.) นั้น เกิดจากหลักคิดเพื่อใช้ตอบโจทย์บัตรใบเดียว ที่คาดว่าทุก 70,000 เสียง เท่ากับ ส.ส. 1 คน สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีดีเด่นดังของพรรคเพื่อไทย ในการต่อต้านเผด็จการทหาร การนำเสนอเพื่อไทย เพื่อธรรม และเพื่อชาติ ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นเพื่อการสร้างการรับรู้ให้ความเข้าตรงกันว่าพรรคเหล่านี้คือแนวร่วมของฝ่ายประชาธิปไตย

“สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ พรรคเพื่อไทย จะยังคงเป็นหลัก ส่วนพรรคเพื่อธรรมจะเปรียบเสมือน ถังดับเพลิงสีแดง เผื่อเกิดวิกฤตฉุกเฉินอุบัติเหตุทางการเมือง เช่น พรรคเพื่อไทยถูกยุบ ซึ่งตามทิศทางข่าวตอนนี้ ก็จะพบว่าเริ่มมีกระแสการดำเนินคดีกับอดีต ส.ส. เพิ่มเติมแล้ว ด้านพรรคเพื่อชาตินั้น เกิดจากปฏิสัมพันธ์จากแนวร่วมการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.เป็นสำคัญ บทสรุป ณ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นทัพหลวง อีกมุมหนึ่งคือ การจะใช้เทคนิคให้อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไปพรรคเพื่อธรรมนั้น จะต้องรอผลการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขตให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะทำการเอ็กเรย์รายเขตทั้ง 350 เขตโดยละเอียด ว่า มีโอกาสชนะแบบแบ่งเขตแล้วเท่าไร” พล.ท.ภราดรกล่าว

พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า ในทางคณิตศาตร์การเมืองของการเลือกตั้งแบบนี้ มากที่สุดที่พรรคการเมืองพึงได้คือ 250 ส.ส. ต้องยอมรับว่า ในทางปฏิบัตินั้นเป็นไปได้ยาก แต่ในทางทฤษฎีก็ยังเห็นความเป็นไปได้อยู่ โดยไม่จำเป็นต้องได้คะแนนเสียงถึงกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ เพื่อมากำหนดจำนวนที่ ส.ส. พึงมี เช่น มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 30 ล้านคน การจะได้สัดส่วน ส.ส. ที่พรรคหนึ่งพึงมี ต้องได้เสียงรวมกันทั้งประเทศที่ 15 ล้านเสียง แต่หากพรคคเพื่อไทย มุ่งเน้นไปยัง ส.ส.เขต เป็นหลัก โดยวางเป้าหมายไปที่ 250 เขต จากทั้งหมด 350 เขต ประเมินว่าเสียงที่ชนะแบบเขตอยู่ที่ 50,000 คะแนนนั้น ก็จะพบว่า การจะได้กึ่งหนึ่งหรือ 250 เสียงของ ส.ส. นั้น เพียง 12.5 ล้านเสียง ก็จะเห็นว่านี่คือความเป็นไปได้ ซึ่งต้องรอเอกซเรย์รายเขตอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งเมื่อ กกต. แบ่งเขต 350 แห่ง เสร็จเรียบร้อย

“หากพรรคเพื่อไทยได้ไม่ถึง 250 เสียง แต่ยังอยู่ในหลักสองร้อยต้นๆ ซัก 210-220 เสียง เมื่อผนวกรวมกับพรรคการเมืองที่จุดยืนทางประชาธิปไตยชัดเจน อย่างพรรคประชาชาติและพรรคอนาคตใหม่ ให้ถึงราว 280 เสียง ก็เชื่อว่าเพียงพอจะทำให้พรรคขนาดกลางอย่าง พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) และพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่คาดหมายว่าจะเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล มาเข้าร่วมกับซีกประชาธิปไตยได้อย่างแน่นอน เพราะทั้ง ชทพ. และ ภท.เอง ทุกคนต่างก็รู้ว่ามีจุดยืนในการฟังเสียงประชาชน เมื่อซีกประชาธิปไตยที่มีความชอบธรรมมี ส.ส. ยืนพื้นได้หลัก 280 เสียง ก็เชื่อว่าพรรคกลางจะฟังเสียงประชาชน กลายเป็นกระแสกดดัน 250 ส.ว. ที่ คสช. แต่งตั้ง ไม่กล้าดึงดันเลือกคนจากพรรคทหารมาเป็นนายกฯแน่นอน เพราะถ้าตั้งรัฐบาลโดยมีเพียง 126 เสียง ส.ส. นั้น ไปไม่รอดแน่นอน” อดีตเลขาสมช.กล่าว


You must be logged in to post a comment Login