ad222
วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน
  • add friends

“กลุ่มFFFE”จี้ยกเลิก”ยุทธศาสตร์ชาติ”คุมพรรคการเมือง

On October 14, 2018
333

ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในทางปฏิบัติ (FFFE) ซึ่งนำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อ่านแถลงการณ์ต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ว่า  การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศจะจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 รวมทั้งการประกาศกฎหมายที่จำเป็นต่อการจัดการเลือกตั้งลงในราชกิจจานุเบกษา เป็นสัญญาณว่าประเทศไทยจะกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง แต่การเลือกตั้งจะสามารถเป็นประตูไปสู่ระบอบประชาธิปไตยได้นั้น จะต้องประกอบด้วยปัจจัยดังนี้

1.มีเสรี คือ ประชาชนสามารถแสดงความเห็นต่อกระบวนการเลือกตั้งได้อย่างเสรี ไม่ถูกจำกัดโดยกฎหมาย สามารถสืบค้นข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นได้อย่างอิสระ และไม่ถูกข่มขู่คุกคามหรือขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะที่ผู้สมัคร ส.ส. สามารถลงสมัครได้อย่างอิสระ และพรรคการเมืองสามารถสื่อสาร รับฟัง และเสนอนโยบายกับประชาชนได้อย่างเต็มที่  

2.มีความเป็นธรรม คือประชาชนสามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งได้อย่างเท่าเทียมกัน และต้องไม่มีการใช้อำนาจหรือกลไกรัฐเอื้อประโยชน์หรือขัดขวางพรรคใด พรรคการเมืองสามารถเข้าถึงและใช้สื่อทุกประเภทได้เท่าเทียมกัน รวมถึงกกต.จะต้องกำกับรัฐบาลให้ดำเนินการเลือกตั้งในฐานะรัฐบาลรักษาการ พร้อมทั้งมีมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเป็นระบบ และอนุญาตให้องค์กรที่เป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

3.มีผลในทางปฏิบัติ คือประชาชนสามารถติดตามกำกับผลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของตน รัฐบาลต้องมาจากตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่มาจากตัวแทนของผู้มีอำนาจ ขณะที่พรรคการเมืองสามารถนำนโยบาย ปัญหา และความต้องการของประชาชนไปทำตามที่วางไว้ได้ ไม่ถูกจำกัดโดยยุทธศาสตร์หรือข้อบังคับทางกฎหมายที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม  

ทั้งนี้ เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรีฯ และพรรคการเมืองที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ครั้งนี้ที่ประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคสามัญชน เราขอเรียกร้องให้ประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ขอให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเพื่อรับฟังและเสนอนโยบายกับประชาชนได้อย่างอิสระและเท่าเทียม รวมถึงขอให้เคารพในเจตนารมณ์ของประชาชน เพื่อการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถเป็นประตูไปสู่การคลี่คลายปัญหาของประเทศและประชาชนได้อย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการจัดเสวนาเรื่อง “การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมกับอนาคตสังคมไทยและการเมือง :  มุมมองจากภาคประชาชน” โดยนายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า  ประชาชนยังถูกความกลัวเข้าครอบงำ เพราะการใช้อำนาจจัดการกับคนที่เห็นต่าง ด้ังนั้นการเลือกตั้งที่จะมาถึงควรต้องทำให้สังคมปราศจากความกลัวจากอำนาจดังกล่าวด้วย สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 สถาบันสิทธิมนุษยชนฯ มีข้อเสนอถึงนักการเมืองและพรรคการเมืองร่วมสัตยาบรรณหรือประกาศข้อตกลงร่วมกันว่าต้องไม่ซื้อเสียง ไม่ใช้กลไกหรือทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์หรือให้มาซึ่งคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงสร้างความเกลียดชังของประชาชน ขณะเดียวกันต้องให้การหาเสียงเลือกตั้งไม่ตกภายใต้อิทธิพลหรือความกลัวใดๆ ขณะที่ระหว่างการเลือกตั้ง รวมถึงหลังการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกนายกฯ​คนนอกบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอชื่อ ต้องประกาศชัดเจนว่าจะไม่เลือกบุคคลที่ไม่อยู่ในบัญชีนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกฯคนต่อไป

ขณะที่นายบุญยืน สุขใหม่ ตัวแทนสมัชชาคนจน กล่าวว่า  การเลือกตั้งในปี 2562 เป็นความหวังที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกร้องตามสิทธิรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้แก้ปัญหากลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทั้งการชุมนุ หรือผ่านตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎร  อย่างไรก็ตาม ตนต้องการให้การเลือกตั้งยุติธรรม โดยฝ่ายรัฐต้องยุติการแทรกแซงทางการเมืองและสืบทอดอำนาจรัฐบาลทหาร


You must be logged in to post a comment Login