ad222
วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน
  • add friends

“ยงยุทธ-จตุพร”ขอเป็นกองเชียร์ยัน”เพื่อชาติ”ไม่ใช่นอมินี

On October 14, 2018
CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v62), quality = 100

ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 6 ห้างอิมพิเรียลสำโรง พรรคเพื่อชาติ จัดประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 2/2561 มีนายเถลิงยศ บุตุคำ หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ประชุม เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค เรื่องโลโก้พรรค โดยบรรยากาศก่อนประชุมมีประชาชนเดินทางมาสมัครสมาชิกอย่างคึกคัก มีนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายอารี ไกรนรา นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ ร่วมสังเกตการการประชุม

นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนมาให้กำลังใจ มาเป็นกองเชียร์เท่านั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องนโยบายหรือเรื่องใดๆ ของพรรค และวันนี้เป็นการแก้ไขข้อบังคับไม่ใช่การเปิดตัว ส.ส. หรือประกาศว่าใครเป็นหัวหน้า และผู้บริหารพรรคตามที่มีข้อสังเกต เพราะเป็นเรื่องของผู้บริหารที่จะมีการประชุมใหญ่อีกครั้งในเดือน พ.ย.นี้ การมาสังเกตการณ์เพราะเห็นแนวทางทำงานของพรรคที่ตรงกันคือการเป็นพรรคเกาะกลาง ถ้าไปยืนซ้ายหรือขวาแล้วประกาศว่าเป็นกลาง ประชาชนจะไม่สบายใจ ส่วนการยืนตรงกลางแม้จะมีก้อนหินหรือถังน้ำแข็งบ้างแต่สุดท้ายแล้วเมื่อคนเห็นเป้าหมายว่าทำเพื่อบ้านเมือง เชื่อว่าคนจะเดินทางร่วมงานเรื่อยๆ เมื่อยื่นมือออกไปแล้วใครจะไม่จับเราก็ยื่นอยู่อย่างนั้นถือเป็นการมอบไมตรีให้กัน

นายยงยุทธ กล่าวว่า การเป็นนักการเมืองที่ไม่กล้าตัดสินใจ และปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปแบบนี้ โดยขอให้ตัวเองอยู่ได้เป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี ได้ลงเลือกตั้งเป็นเรื่องง่าย แต่เวลา 12 ปี ที่ผ่านมาเราติดกับดักความขัดแย้ง ตอนนี้เราบอกว่ามีพื้นที่แล้ว มีพรรคการเมืองที่จะให้ประชุมพูดคุยและมีกิจกรรมให้ทุกฝ่ายมาทำงานร่วมกับบ้านเมือง เชื่อว่าคนที่เห็นด้วยจะมาช่วยกัน ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคนอมินีหรือไม่นั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง เมื่อเห็นว่าเราเอาจริงคนจะทยอยมาร่วม และตนไม่อายที่จะฟังเสียงด่าของคนที่ไม่เห็นด้วยที่มาสนับสนุนพรรคดังกล่าว ไม่อายที่จะไม่มี ส.ส. เพราะแค่ทุกสีทุกฝ่ายมาร่วมกันถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และประชาชนจะเป็นคนชี้เองเมื่อประกาศผลเลือกตั้งว่าเห็นด้วยที่ตรงไหน 

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อชาติ เป็นสาขาหนึ่งของพรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ กล่าวว่า เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเราเอาจริงที่สนับสนุนการทำงานพรรคนี้ ก็จะไม่มีคำถามนี้ต่อไป ต่อข้อถามว่าคุณสมบัติหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ควรเป็นลักษณะใด นายยงยุทธ กล่าวว่า ต้องดูเรื่องปากท้องของประชาชน เรื่องเศรษฐกิจถือว่าสำคัญในเวลานี้ ทั้งนี้ที่มีกระแสข่าวว่าตนได้คุยกับคนทางไกลหรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่นั้น ตนไม่ตอบเพราะเดี๋ยวจะไปพาดหัวข่าวอีก 

ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ตนมาในฐานะของกองเชียร์มาให้กำลังใจพรรคเพื่อชาติ และจะให้กำลังใจเท่าที่กฎหมายกำหนดให้ทำได้ ส่วนเรื่องอื่นเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะไปประชุมพิจารณากัน ที่ให้กำลังใจเพราะมองว่าพรรคเพื่อชาติ เปิดกว้างให้กับทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ภายใต้หลักการต้องมีความศรัทธาเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย มาร่วมกันหาทางออกให้กับชาติบ้านเมือง ถ้าไม่คุยกัน ไม่ร่วมกันหาทางออกหลังจากเลือกตั้งปัญหาก็ยังไม่จบ ชนะเลือกตั้งก็ปกครองไม่ได้ แพ้ก็มีปัญหา ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อชาติเปิดประตูยื่นไมตรีให้ทุกฝ่าย และศรัทธาเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ก็เห็นทางแก้ปัญหาชาติและพร้อมคุยกับทุกฝ่าย จึงไม่เป็นปัญหาหากจะมีนปช.เข้ามาร่วมงาน ส่วนตนคงให้กำลังใจและสนับสนุนในฐานะคนที่มีความห่วงใยชาติบ้านเมือง เพราะเป็นสมาชิกพรรคใดไม่ได้ 

“ความขัดแย้งที่ผ่านมา ถ้าไม่เริ่มต้นด้วยตัวเอง ประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้ และประเทศจะเดินต่อไปในลักษณะอย่างนี้ไม่ได้ ต้องมานับหนึ่งเริ่มต้นกันใหม่ เรื่องอดีตที่เกี่ยวกับกฎหมายก็ว่ากันไปตามกฎหมายไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และไม่ใช่ให้เปลี่ยนความคิดของคนในสังคม  แต่ความต่างทางความคิดเราพูดกันได้ เมื่อพรรคเพื่อชาติ ที่มีเจตนาทำงานชัดเจน เปิดประตูให้จึงมาเป็นแฟนคลับ และทำได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต และยืนยันว่าพรรคเพื่อชาติ ไม่ใช่พรรคของ นปช. และ นปช. ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ตั้งพรรคการเมือง และคนใน นปช. จะไปสังกัดพรรคใดถือเป็นสิทธิ” นายจตุพร กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเกิดความขัดแย้งทางอุดมการณ์ของ นปช. ที่สนับสนุน พรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อชาติ หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไร อย่างที่บอกว่าคนที่อยู่ในเวที กปปส. ยังแยกย้ายไปอยู่5พรรคการเมืองยังไม่ยินว่าขัดแย้งกัน เพราะคนที่เดินทางประชาธิปไตยต้องมีใจกว้าง และเขาใจบริบทการเมืองและรัฐธรรมนูญปัจจุบัน อย่าเป็นเจ้าของความคิดใครและต้องอยู่ในความเห็นต่างให้ได้ และไม่ว่าจะไปอยู่ที่ใดเป็นเสรีภาพภายแต่ต้องมีจุดยืนประชาธิปไตย คุยกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อชาติพร้อมจะคุยกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรครวมพลังประชาชาติไทย ด้วยหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า เคยเสนอมาแล้วว่าถ้าพรรคการเมืองไม่ได้คุยกัน จะเกิดวิกฤตในวันข้างหน้า โดยต้องมีผู้มีอำนาจมาร่วมพูดคุยด้วย เพื่อตกลงสัญญาประชาคมหาทางออกให้บ้านเมือง เพราะปัญหาของชาติคือการไม่คุยกัน ดังนั้นเมื่อเราอาสาและประชาชนเป็นผู้กำหนด ประเทศจึงเดินไปได้ วันนี้ใครจะเป็นอย่างไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ไม่สำคัญ ขอให้ศรัทธาเชื่อมั้นในประชาธิปไตยเราก็พร้อมที่จะคุย และพรรคเพื่อชาติเปิดกว้าง

เมื่อถามว่ามีโอกาสร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ (พปชร.)นายจตุพร กล่าวว่า ไกลเกินไปที่จะกำหนด ประชาชนจะตัดสินใจเองและต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน ไม่ใช่ไม่ปิดประตูร่วมงาน แต่ยังไกลไป เราไม่คิดแทนประชาชน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง มีชื่อเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาตินั้น นายจตุพรกล่าวว่า ไม่ว่าใครจะมารับตำแหน่งเราก็พร้อมสนับสนุน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรค ต้องรอให้มีการประชุมใหญ่แล้วรอให้สมาชิกพรรคเป็นคนเลือก


You must be logged in to post a comment Login