วันพฤหัสที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ข่าวด่วน
  • add friends

กสศ.เผยปี61มีนักเรียนยากจน1.6ล้านคนจากทั้งหมด4.8ล้านคน

On August 8, 2018
333

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดเวทีระดมความคิดเห็นจากโรงเรียนที่มีนักเรียนยากจนพิเศษทั้งโรงเรียน พร้อมเปิดรายงานสถานการณ์นักเรียนยากจนพิเศษปี 2561 เพื่อร่วมหาข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหา ให้การศึกษาของไทยมีความเสมอภาค

นายไกรยส ภัทราวาท ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัย สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)กล่าวว่า ได้สำรวจสถานะนักเรียนยากจน เเละยากจนพิเศษปี2561โดยใช้เกณฑ์การคัดกรองนักเรียนยากจนด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อมโดยต้องมีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยน้อยกว่า 3,000 บาทต่อคน/เดือน ที่อยู่อาศัยทรุดโทรม ไม่มียานพาหนะไม่มีที่ดินทำกิน จากนักเรียนสังกัด สพฐ.(ป.1-ม.3) กว่า 4.8 ล้านคน มีนักเรียนยากจน 1,696,433 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของนักเรียนทั้งหมด

แบ่งเป็นนักเรียนยากจน 1,075,476 คน คิดเป็นร้อยละ 22.3 เเละยากจนพิเศษ 620,937 คนหรือร้อยละ 12.9 ของนักเรียนทั้งหมด โดยอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษากว่า 4 เเสนคน เเละระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1.8 เเสนคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน เพราะมีรายได้เฉลี่ยต่อคน 1,281 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละ 42.7 บาท ไม่เพียงพอเเม้เเต่ค่าอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

โดยภูมิภาคที่มีนักเรียนยากจนพิเศษหนาเเน่นมากที่สุด คือภาคเหนือ โดยมีเด็กยากจนพิเศษมากที่สุดคือจ.เเม่ฮ่องสอน รองลงมาคือ ตาก นราธิวาส ยะลา น่าน สตูล เชียงใหม่ ปัตตานี นครราชสีมาเเละมหาสารคาม ตามลำดับ

นายไกรยส กล่าวต่อว่า เเม้เด็กยากจนพิเศษจะได้รับเงินช่วยเหลือในรูปแบบการจัดสรรเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะระดับประถมจะได้เงินเฉลี่ยวันละ 5 บาท มัธยมศึกษาวันละ 15 บาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน เเละพบว่าความยากจนเป็นสาเหตุที่ทำให้นักเรียนยากจนจำนวนมากมีความเสี่ยงที่จะออกจากระบบการศึกษา ซึ่ง กสศ. มีเเผนช่วยเหลือ โดยจะมีการประชุมรับฟังความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายจากทุกภาคส่วน 4 ภูมิภาค ในช่วงเดือนสิงหาคมและต้นเดือนกันยายนนี้เพื่อให้การสนับสนุนของ กสศ. เกิดประโยชน์ไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ระหว่างที่รอการเสนองบประมาณจากรัฐบาล

ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า เงินเป็นปัจจัยพื้นฐานในการนำไปศึกษาต่อ แต่ครูหรืออาจารย์เป็นสิ่งสำคัญที่จะต่อยอดเงินก้อนนี้เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเด็ก มองความยากจนช่วยผลักดันให้ชีวิตเดินต่อไปข้างหน้า ตนมองว่ามากกว่าการให้ตัวเงินช่วยเหลือคือการที่มีครูคอยให้กำลังใจก้าวผ่านปัญหาไปได้ ส่วนเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องเร่งทำมากกว่าหลายนโยบาย เพราะการศึกษาช่วยลดความเหลื่อมล้ำเเละเปลี่ยนฐานะทางสังคมได้ ที่ผ่านมาดำเนินการช้า อ้างติดระเบียบ ดังนั้นรัฐต้องเห็นความสำคัญ และสร้างเครือข่ายการทำงาน/กล้ากระจายอำนาจ ขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดไปในทางเดียวกัน

ขณะที่ตัวเเทนโรงเรียนที่มีเด็กยากจนพิเศษ กล่าวว่า เด็กส่วนใหญ่ฐานะยากจน พ่อเเม่ทำงานรับจ้างไม่มีความรู้ ครอบครัวเเตกเเยกเด็กอยู่กับปู่ย่าตายาย ขาดเเคลนเรื่องอาหารการกิน ทั้งขาดครูให้ความรู้ เพราะโรงเรียนขนาดเล็ก ครูมีไม่ถึง 3 คนอยากให้เพิ่มค่าสนับสนุน จากเดิมให้ 500 ต่อภาคเรียนซึ่งน้อยมาก


You must be logged in to post a comment Login