ad222
วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน

กล้าลงทุนในอสังหาฯ? / โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย

On February 15, 2018
652-9

คอลัมน์ : โลกอสังหาฯ
ผู้เขียน : ดร.โสภณ พรโชคชัย

หลายคนอยากเข้ามาในวงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังจดๆจ้องๆเพราะไม่แน่ใจว่าภาวะตลาดขณะนี้เป็นอย่างไรกันแน่ มาดูกันว่าตลาดจะไปไหวหรือไม่ ยังพอมีช่องทางลงทุนหรือไม่ อย่างไร?

สินค้าที่น่าลงทุน คือสินค้าที่ราคาขึ้นสูงกว่าทั่วไป แสดงว่ามีความต้องการจากทำเลต่างๆดังนี้

อันดับ 1 ทำเลสุขาภิบาล 2-3 บ้านเดี่ยวระดับราคา 20 ล้านบาท ราคาเมื่อกลางปี 2560 ที่ 25 ล้านบาท แต่สิ้นปี 2560 เพิ่มเป็น 28 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12%

อันดับ 2 ทำเลชินเขต ท่าทราย ทาวน์เฮาส์ระดับราคา 5-10 ล้านบาท ราคากลางปี 2560 ที่ 4.74 ล้านบาท แต่สิ้นปี 2560  เพิ่มเป็น 5.29 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.6%

อันดับ 3 ทำเลพระราม 2 กม.1-10 ตึกแถวระดับราคา 5-10 ล้านบาท ราคากลางปี 2560 ที่ 5.89 ล้านบาท แต่เมื่อสิ้นปี 2560 เพิ่มเป็น 6.49 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.2%

อันดับ 4 ทำเลลำลูกกา บ้านแฝดระดับราคา 1-2 ล้านบาท ราคากลางปี 2560 ที่ 1.69 ล้านบาท แต่เมื่อสิ้นปี 2560 เพิ่มเป็น 1.854 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.7%

อันดับ 5 ทำเลนวนคร คลองรพีพัฒน์ ทาวน์เฮาส์ระดับราคา 2-3 ล้านบาท ราคากลางปี 2560 ที่ 2.09  ล้านบาท แต่เมื่อสิ้นปี 2560 เพิ่มเป็น 2.29 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.6%

อันดับ 6 ทำเลประชาอุทิศ บ้านแฝดระดับราคา 2-3 ล้านบาท ราคากลางปี 2560 ที่ 2.38 ล้านบาท แต่เมื่อสิ้นปี 2560 เพิ่มเป็น 2.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.2%

อันดับ 7 ทำเลงามวงศ์วาน ห้องชุดระดับราคา 0.5-1 ล้านบาท ราคากลางปี 2560 ที่ 0.759 ล้านบาท แต่เมื่อสิ้นปี 2560 เพิ่มเป็น 0.829 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.2%

สินค้าที่ขายยาก “อย่าซื้อ-ห้ามสร้างเพิ่ม” คือพื้นที่ทำเลต่างๆดังนี้

อันดับ 1 ทำเลบางขัน คลองหลวง บ้านเดี่ยวระดับราคา 5-10 ล้านบาท ทั้งหมด 101 หน่วย ยังขายไม่ได้เลย

อันดับ 2 ทำเลลาดหลุมแก้ว บ้านแฝดระดับราคา 3-5 ล้านบาท ทั้งหมด 56 หน่วย ขายได้เพียง 1 หน่วย มูลค่า 3 ล้านบาท

อันดับ 3 ทำเลพระราม 2 กม.1-10 บ้านแฝดระดับราคา 5-10 ล้านบาท ทั้งหมด 104 หน่วย ขายได้เพียง 1 หน่วย มูลค่า 7 ล้านบาท

อันดับ 4 ทำเลรังสิต คลอง 1-7 ที่ดินจัดสรรระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งหมด 36 หน่วย ขายได้เพียง 2 หน่วย มูลค่า 50 ล้านบาท

อันดับ 5 ทำเลบางนา ตราด กม.10-30 ที่ดินจัดสรรระดับราคา 1-2 ล้านบาท ทั้งหมด 46 หน่วย ขายได้เพียง 2 หน่วย มูลค่า 3 ล้านบาท

อันดับ 6 ทำเลบางขัน คลองหลวง ตึกแถวระดับราคา 2-3 ล้านบาท ทั้งหมด 62 หน่วย ขายได้เพียง 2 หน่วย มูลค่า 5 ล้านบาท

อันดับ 7 ทำเลมหาชัย เศรษฐกิจ ตึกแถวระดับราคา 2 -3 ล้านบาท ทั้งหมด 117 หน่วย ขายได้เพียง 2 หน่วย มูลค่า 6 ล้านบาท

ส่วนทำเลรถไฟฟ้าถือเป็นทำเลที่ไม่ควรพลาด

อันดับ 1 สถานีพระราม 9 ซึ่งหลายท่านคาดการณ์ว่าจะเป็นทำเลศูนย์กลางทางธุรกิจ (CBD) ใหม่อีกด้วย ที่ผ่านมามีโครงการอสังหาฯทั้งโครงการมิกซ์ยูส เมกะโปรเจกต์เปิดตัวเป็นจำนวนมาก จึงมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของแหล่งงาน ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และที่อยู่อาศัยแนวสูงจำนวนมาก มีอัตราการเติบโตของราคาที่ดิน 14.9% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

อันดับ 2 สถานีสุขุมวิท ย่านศูนย์กลางทางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯที่แวดล้อมด้วยโครงการอสังหาฯระดับไฮเอนด์จำนวนมาก ทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ คอนโดมิเนียม โรงแรมหรู และอาคารสำนักงาน มีอัตราการเติบโตของราคาที่ดิน 13.5% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

อันดับ 3-5 ได้แก่ สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีห้วยขวาง และสถานีสุทธิสาร เป็นสถานีที่ห่างจากตัวเมืองตามลำดับ จึงมีอัตราการเติบโตของราคาที่ดินลดหย่อนลงมาคือ 11.3%, 10.2% และ 10.2% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

การซื้อโครงการจัดสรรหรือห้องชุดใกล้รถไฟฟ้าจึงมีอนาคตแน่ แต่จะมีกำลังทรัพย์เพียงพอหรือไม่นั่นเอง

สรุปว่าถ้าเราเล็งทำเลให้ถูก ซื้อตามที่ตลาดอำนวย ก็ไม่ต้องกลัวเจ๊ง โอกาสที่บ้านเมืองจะย่ำแย่ (ไปกว่านี้) คงเป็นไปได้ยากมาก แม้จะไม่ดีขึ้นเหมือนสมัยก่อน แต่ถ้าจะซื้อบ้านหรือห้องชุดก็ยังมีความเป็นไปได้ โดยเลือกแบบบ้าน ทำเล และระดับราคาที่มีความต้องการ อย่าซื้อสินค้าที่ราคาตกต่ำ ยกเว้นจะต่อรองได้มากๆจึงคุ้มค่าที่จะเสี่ยง

ตบท้ายหากอยากลงทุนในอสังหาฯสามารถไปศึกษาที่โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย www.trebs.ac.th ได้ครับ


You must be logged in to post a comment Login