ad222
วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน

“มัลลิกา”แนะรัฐปฏิรูปการศึกษาผุดร.ร.3ภาษาไทย-จีน-อังกฤษ

On January 13, 2018
333

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน กล่าวว่า ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติอยากให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้เริ่มต้นปฏิรูปการศึกษาทุกด้านให้เป็นรูปธรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน และเป็นการลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในอนาคต จึงขอเสนอการปฏิรูปการศึกษาโดยประการแรก ขอให้เริ่มต้นโรงเรียนสามภาษาอย่างเป็นระบบเพื่อปรับการศึกษาไทยให้ทันยุคสมัยในการเปิดประเทศ สอดคล้องกับเศรษฐกิจในภูมิภาคและกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกจึงควรเริ่มบรรจุโรงเรียนหลักสูตรภาษาไทย-จีน-อังกฤษ นำร่องในสังกัด กทม. 400 โรงเรียน โดยนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยและบรรจุในโรงเรียนประจำจังหวัดทุกแห่ง

โดยวางนโยบายและมาตรการอย่างชัดเจนว่าจะมีการผลิตครูภาษาจีนและอังกฤษตามมาตรฐานโดยถือโอกาสเอางบประมาณโครงการประชารัฐมาสร้างโอกาสให้กับเด็กและวัดผลอย่างคุ้มค่า

ประการที่ 2 โครงการฝึกอบรมปรับวิสัยทัศน์ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการให้เข้าใจบริบทของสังคมชนบทและรู้จักคำว่า “ความไม่มี” ของสังคมชนบท นั่นคือไม่มีโอกาส ไมมีการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างเท่าเทียม และไม่มีเงินทุนที่จะตั้งต้นแข่งขันเข้าโรงเรียนคุณภาพดีทั้งเอกชน โรงเรียนสาธิต และโรงเรียนประจำจังหวัด รวมทั้งโอกาสหาสถาบันติวให้ลูกหลาน

“จุดนี้เองรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการควรจะตื่นตัวเนื่องจากเด็กนักเรียนที่เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พร้อมๆ กันจะเหลือเพียง 60% เมื่อจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 6 เด็กๆ ที่หายไปจากระบบการศึกษานั้นเป็นเพราะยากจนและขาดโอกาส”

ประการที่ 3 ควรเพิ่มงบประมาณพัฒนาความรู้ ภาษา ทักษะ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาลนั้นควรเพิ่มงบประมาณค้นคว้า วิจัย พัฒนาครูให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะต้องปรับให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่โลกจะหมุนและเปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยีและระบบไอที โซเชียลเน็ตเวิร์ค ให้กับโรงเรียนและครูผู้สอนเป็นงบประมาณที่ได้สมรรถนะคุณภาพครูมากที่สุด เพราะครูที่ดีและมีความสามารถนั้นคือการลงทุนสำหรับเด็กและเยาวชน

ประการที่ 4 นโยบายปรับกระบวนทัศน์และยุทธศาสตร์การศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ควรจะปรับที่นโยบายของกระทรวง หลักสูตรการศึกษา ไม่ใช่ปรับที่ตัวนักเรียน ยกตัวอย่างการรับฟั้งข้อเสนอนายกรัฐมนตรีต่อกรณีการบรรจุความรู้ทางกฎหมายในการเรียนการสอนก็ควรจะมีมาตรการนำเข้าบรรจุอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้


You must be logged in to post a comment Login