ad222
วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
ข่าวด่วน

สถาบันพระปกเกล้าตั้งศูนย์พัฒนาการเมืองแก้ขัดแย้ง

On December 14, 2017
333

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย สถาบันพระปกเกล้า จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร การขับเคลื่อนประชาธิปไตยจากฐานรากสู่ชุมชนพลเมืองเข้มแข็ง โดยมีนางวรินทรีย์ เยาว์ธานี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย เป็นประธานในการเปิดงาน  

โดย นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงการทำงานของศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จ.เชียงราย ว่า เป้าหมายสำคัญของสถาบันพระปกเกล้า คือการสร้างความเข้มแข็งในกับภาคประชาสังคมหากเขามีความเข้มแข็ง สามารถสร้างชีวิตความเป็นอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง มีความคิดที่อยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องด้วยตัวเขาเอง การเมืองภาพใหญ่จะออกมาอย่างพึงประสงค์ เพราะการเมืองจะไม่ถูกครอบงำจากนักการเมือง และสิ่งที่จะเป็นตัวดึงดูดให้ภาคประชาสังคมอยากได้อยากมีจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นการสร้างความเข้มแข็งให้ภาคพลเมือง ภาคประชาสังคมโดยผ่านศูนย์ฯ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ มุ่งให้ประชาชนรู้เท่าทัน และดูแลตัวเองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่เราพยายามจะสร้างศูนย์ฯ ให้มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งหากพบว่ามีศูนย์ฯ ใดที่ฝักใฝ่ทางการเมืองสถาบันฯ จะยกเลิกศูนย์ฯ นั้นในทันที ดังนั้นการเกิดศูนย์จึงมีความเข้มงวดกับการคัดเลือกคณะกรรมการว่าเป็นใคร ทำอะไร หากมีนักการเมืองเราจะไม่รับ เพราะจะเป็นเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเมืองระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ 

นายวรสฤษฎิ์ ปิงเมือง ประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง จ.เชียงราย กล่าวว่า เริ่มตั้งศูนย์ปี 2551 เน้นความเข้มแข็งของเครือข่ายในภาคประชาสังคม และไม่ฝักใฝ่การเมือง ซึ่งทราบดีว่า จ.เชียงรายมีทั้งการเมืองสีแดงและสีเหลือง ซึ่งในการทำงานตนพยายามทำงานร่วมกับกลุ่มคนทั้ง 2 สี โดยไม่มีการพูดว่าใครอยู่สีใด เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ และมีการเชิญทุกคนเข้ามาพูดคุยเพื่อขับเคลื่อนงานในด้านต่างๆ เช่น ยุทธศาสตร์จ.เชียงราย 15 ด้าน อาทิ การศึกษา วิ่งแวดล้อม หรือการจัดทำโรงเรียนพลเมือง จ.เชียงราย ทั้งนี้ยอมรับว่าช่วงแรกในการดำเนินงานของศูนย์ฯ พบว่าระบบของภาครัฐทำให้ประชาชนเสียหาย เพราะมีการกำหนดเบี้ยประชุมที่ทำมาตลอด เมื่อตนเข้ามาทำงานจึงได้แก้ไข ยกเลิกไม่ให้มีเบี้ยประชุม จึงประสบปัญหาขชาวบ้านไม่เข้าร่วมประชุมในการจัดทำโครงการต่างๆ ซึ่งก็ผ่านมาได้เพราะยึดความมีจิตอาสาและเข้มแข็งทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองและต่อมาก็ได้รับความร่วมมือ ที่สำคัญคือตนประกาศจุดยืนว่าจะไม่เล่นการเมือง ทำให้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกกลุ่มมากขึ้น

นายไพรัช โรงสะอาด เลขานุการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง จ.เชียงราย กล่าวเพิ่มเติมถึงปัญหาในการทำงานของศูนย์ฯ ว่า ประเด็นแรกคือความน่าเชื่อถือในการดำเนินงานช่วงแรกผลจากความความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ มีการแบ่งสีแดงสีเหลือง ชาวบ้านไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองจึงเลือกที่จะไม่เข้าร่วมกิจกรรมกับเรา หรือองค์กรอื่น ดังนั้นเมื่อทำการเชิญชาวบ้านในอำเภอต่างๆ ให้มาร่วมประชุมกับศูนย์ฯ ครั้งแรกก็มาร่วม แต่หลังจากนั้นก็ไม่มาอีกเลย แต่ทางศูนย์ฯ ยึดมั่นและศรัทธาในสิ่งที่ทำ จึงอดทนพยายามค้นหาคนที่มีจิตสาธารณะเพื่อมาเป็นกรรมการของศูนย์ฯ ซึ่งปัจจุบันมีคนครบจากทุกอำเภอของ จ.เชียงราย ทั้งนี้ศูนย์ไม่ได้ส่งเสริมเพียงเรื่องประชาธิปไตยอย่าวงเดียวแต่ทำกิจกรรมเพื่อเศรษฐกิจ จึงเป็นประชาธิปไตยและเศรษฐกิจฐานราก และอีกปัญหาคือเรื่องงบประมาณแต่ละปีจะได้รับงบประมาณส่งสนับสนุนจากสถาบันพระปกเกล้าปีละ 1-2 แสนบาทเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ  แต่จะได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย องค์กรกรภายนอกเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์ฯ ปัจจุบันศูนย์เป็นที่ยอมรับ 80 เปอร์เซ็นต์ของคนใน จ.เชียงราย 

ด้านนายนายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผอ.สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่าการดำเนินงานของศูนย์ฯ ถือว่าตอบโจทย์สิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้านการปฏิรูปการเมืองในมาตรา 258 ระบุให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม ทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน และให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติโดยอิสระ ปราศจากการครอบงำไม่ว่าด้วยทางใด ทั้งนี้แม้ว่าจะยังไม่สำเร็จถึง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่คิดก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในการสร้างความเข้มแข็ง เปลี่ยนการเรียนรู้จากการท่องจำมา เป็นการเรียนรู้เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน


You must be logged in to post a comment Login